vertical_align_top
keyboard_arrow_leftย้อนกลับ

ประเภทรถยนต์มีกี่แบบ สรุปครบ เข้าใจง่ายก่อนเลือกซื้อ

schedule
share
ประเภทรถยนต์

ในท้องตลาดปัจจุบัน มีรถยนต์รุ่นใหม่ๆ เปิดตัวออกมาอย่างต่อเนื่องพร้อมคำเรียกที่หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็น Sedan, Hatchback, SUV, PPV, Crossover หรือ EV จนทำให้หลายคนที่กำลังมองหารถคู่ใจเกิดความสับสนว่าแท้จริงแล้ว “ประเภทรถยนต์” มีกี่แบบ และแต่ละประเภทแตกต่างกันอย่างไร การเข้าใจการแบ่งประเภทรถยนต์ไม่เพียงแต่ช่วยให้คุณเลือกรถที่ตอบโจทย์การใช้งานได้อย่างตรงจุดเท่านั้น แต่ยังมีผลโดยตรงต่อการคิดอัตราภาษีประจำปีและเบี้ยประกันภัยอีกด้วย บทความนี้จะสรุปประเภทของรถยนต์ยอดนิยมให้คุณเข้าใจได้ในทันที

ทำไมการรู้ประเภทรถยนต์จึงสำคัญต่อการใช้งานและค่าใช้จ่าย

รถยนต์แต่ละประเภทถูกออกแบบโครงสร้างตัวถัง สมรรถนะเครื่องยนต์ และระบบช่วงล่างมาเพื่อการใช้งานที่แตกต่างกัน การเลือกประเภทรถที่เหมาะสมกับรูปแบบชีวิต เช่น ขับในเมือง ทางไกล หรือขนส่งสัมภาระ จะช่วยเพิ่มความปลอดภัย ประหยัดน้ำมัน และลดค่าบำรุงรักษา นอกจากนี้ ทางกรมการขนส่งทางบกและบริษัทประกันภัยยังใช้ประเภทรถในการคำนวณเบี้ย [พ.ร.บ. รถยนต์] และแผนความคุ้มครองอีกด้วย

สรุปประเภทรถยนต์ยอดนิยมในไทยตามลักษณะตัวถังและการใช้งาน

รถยนต์ส่วนบุคคลที่พบเห็นได้บ่อยบนท้องถนนเมืองไทย แบ่งออกเป็นกลุ่มหลักๆ ได้แก่

รถเก๋ง (Sedan) และแฮทช์แบ็ก (Hatchback)

รถเก๋ง 4 ประตู (Sedan) เป็นทรงมาตรฐานที่แยกห้องโดยสารและห้องเก็บสัมภาระด้านหลังชัดเจน เหมาะกับการเดินทางทั่วไป ขับขี่นุ่มนวล คล่องตัว ส่วนแฮทช์แบ็ก (Hatchback) จะมี 3 หรือ 5 ประตู โดยฝากระโปรงท้ายเปิดเชื่อมกับห้องโดยสาร ช่วยให้พับเบาะบรรทุกของได้มากขึ้น เหมาะกับคนรุ่นใหม่และคนเมือง

รถอเนกประสงค์ SUV และ PPV

รถ SUV (Sport Utility Vehicle) เป็นรถยกสูงที่เน้นความนุ่มนวลแบบรถเก๋งแต่ลุยได้มากกว่า ส่วน PPV (Pick-up Passenger Vehicle) คือรถอเนกประสงค์ที่สร้างบนพื้นฐานแชสซีส์รถกระบะ เช่น Fortuner หรือ Everest มีความสมบุกสมบัน ทนทาน เบาะนั่ง 7 ที่นั่ง เหมาะสำหรับการเดินทางแบบครอบครัวใหญ่

รถกระบะ (Pickup Truck)

ยานพาหนะยอดนิยมคู่เมืองไทยที่รองรับงานบรรทุกหนัก ทนทาน สมบุกสมบัน มีทั้งแบบตอนเดียว (Single Cab), ตอนครึ่ง (Space Cab) และ 4 ประตู (Double Cab) เพื่อการใช้งานเชิงพาณิชย์และชีวิตประจำวัน

รถตู้ (Van / MPV)

ยานยนต์ที่เน้นพื้นที่ห้องโดยสารขนาดใหญ่เป็นพิเศษ เบาะนั่งกว้างขวาง เหมาะสำหรับการรับส่งผู้โดยสาร ธุรกิจท่องเที่ยว หรือครอบครัวขนาดใหญ่ที่ต้องการความสะดวกสบายสูงสุดในการเดินทางไกล

รถยนต์พลังงานไฟฟ้า (EV)

 เทรนด์ยานยนต์ยุคใหม่ที่ขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์ไฟฟ้า 100% ไร้มลพิษ ประหยัดค่าพลังงาน และมีอัตราเร่งที่ตอบสนองรวดเร็ว กำลังเป็นที่นิยมอย่างก้าวกระโดดในปัจจุบัน

รหัสประเภทรถยนต์ในการทำประกันภัยและ พ.ร.บ. ที่คนมีรถควรรู้

ในวงการประกันภัย จะมีการกำหนดรหัสประเภทรถยนต์บนหน้าตารางกรมธรรม์ เช่น

  • รหัส 110: รถยนต์นั่งส่วนบุคคลไม่เกิน 7 ที่นั่ง (รถเก๋ง, กระบะ 4 ประตู)
  • รหัส 210: รถยนต์โดยสารส่วนบุคคลเกิน 7 ที่นั่ง (รถตู้ส่วนบุคคล)
  • รหัส 320: รถยนต์บรรทุกส่วนบุคคล (รถกระบะแค็บ, กระบะตอนเดียว)

รหัสเหล่านี้จะเป็นตัวกำหนดอัตราเบี้ย พ.ร.บ. ภาคบังคับและเบี้ยประกันภาคสมัครใจ ซึ่งการเลือกทำประกันต้องระบุรหัสให้ถูกต้องตามลักษณะการใช้งานจริง

เลือกประเภทรถยนต์ที่ใช่ พร้อมจับคู่ประกันภัยให้คุ้มค่าที่สุด

เมื่อคุณเลือกประเภทรถยนต์ที่สอดคล้องกับการใช้งานได้แล้ว สิ่งสำคัญลำดับถัดไปคือการเลือกทำประกันรถยนต์ ที่ให้ความคุ้มครองคุ้มค่าที่สุด ที่ Insurverse เรามีแผนประกันรถยนต์ออนไลน์ครอบคลุมทุกประเภทรถ ไม่ว่าจะเป็นรถเก๋ง รถกระบะ รถ SUV หรือรถยนต์ไฟฟ้า EV ให้คุณเลือกปรับแต่งทุนประกันและความคุ้มครองได้ตามพฤติกรรมการขับขี่จริง เพื่อให้คุณจ่ายเฉพาะสิ่งที่คุณต้องการ ประหยัดค่าใช้จ่าย และได้รับความอุ่นใจอย่างเต็มที่ในทุกการเดินทาง

check_circleคัดลอกลิงก์เรียบร้อย

© Copyright 2023 บริษัท อินชัวร์เวิร์ส จำกัด (มหาชน)