พ.ร.บ.รถยนต์เป็นการประกันรถยนต์ภาคบังคับ พ.ร.บ.รถยนต์แต่ละฉบับมีอายุ 1 ปี เจ้าของรถยนต์จึงต้องต่อพ.ร.บ.ทุกปี และต้องแนบส่วนท้ายของ พ.ร.บ. ในการต่อภาษีรถยนต์ประจำปีด้วย
พ.ร.บ.รถยนต์แตกต่างจากภาษีรถยนต์ เงินที่เราจ่ายนำไปใช้ประโยชน์แตกต่างกัน
พ.ร.บ.รถยนต์ นำเงินไปใช้ดูแลผู้ขับขี่และผู้โดยสารของทั้งสองฝ่าย รวมถึงบุคคลที่สามที่ได้รับบาดเจ็บ เช่น คนเดินถนน เพื่อให้บุคคลเหล่านี้ได้รับการรักษาพยาบาลหรือได้รับเงินช่วยเหลือกรณีเสียชีวิตเมื่อเกิดอุบัติเหตุ โดยที่ไม่ต้องรอพิสูจน์ความผิดว่าฝ่ายไหนต้องรับผิดชอบ ส่วนภาษีรถยนต์ เป็นภาษีที่เรียกเก็บจากเจ้าของรถยนต์เพื่อนำไปใช้จ่ายในการปรับปรุงและพัฒนาระบบคมนาคมของประเทศ
คำถามที่ว่า พ.ร.บ.รถยนต์กี่บาท ขึ้นอยู่กับประเภทของรถยนต์ และมีแยกย่อยไปตามเงื่อนไขของประเภทรถยนต์นั้น ๆ เบี้ยประกันของพ.ร.บ.รถยนต์เป็นเบี้ยคงที่ มีราคาเท่ากันทุกปี โดยไม่คำนึงถึงอายุการใช้งานของรถยนต์หรือจำนวนครั้งหรือมูลค่าที่มีการเรียกร้องค่าสินไหม
– ไม่เกิน 7 คน 600 บาทต่อปี
– เกิน 7 คน ไม่เกิน 15 ที่นั่ง 1,100 บาทต่อปี
– เกิน 7 คน เกิน 15 ที่นั่ง ไม่เกิน 20 ที่นั่ง 2,050 บาทต่อปี
– เกิน 7 คน เกิน 20 ที่นั่ง ไม่เกิน 40 ที่นั่ง 3,200 บาทต่อปี
– เกิน 40 ที่นั่ง 3,740 บาทต่อปี
– รถยนต์ไฟฟ้า 600 บาทต่อปี
– น้ำหนักไม่เกิน 3 ตัน 900 บาท
– น้ำหนักเกิน 3 ตัน แต่ไม่เกิน 6 ตัน 1,220 บาท
– น้ำหนักเกิน 6 ตัน แต่ไม่เกิน 12 ตัน 1,310 บาท
– รถยนต์บรรทุกน้ำมันเชื้อเพลิง แก๊ส หรือกรด ขนาดน้ำหนักรวมไม่เกิน 12 ตัน 1,680 บาท
– รถยนต์บรรทุกน้ำมันเชื้อเพลิง แก๊สหรือกรด ขนาดน้ำหนักรวมเกิน 12 ตัน 2,320 บาท
– รถยนต์ที่ใช้ในการเกษตร 90 บาท
– รถพ่วง 600 บาท
– หัวรถลากจูง 2,370 บาท
เพื่อให้ความคุ้มครองอุบัติเหตุมีอยู่อย่างต่อเนื่อง เราจึงควรต่อพ.ร.บ.รถยนต์ทุกปี การไม่ต่อ พ.ร.บ.รถยนต์ถือว่ามีความผิดทางกฎหมาย และมีค่าปรับ 10,000 บาท พ.ร.บ.รถยนต์ทำย้อนหลังไม่ได้ แต่สามารถทำล่วงหน้าไม่เกิน 90 วัน
วันนี้เชื่อว่าทุกท่านได้คำตอบแล้วว่า พ.ร.บ.รถยนต์กี่บาท แต่หากไม่สะดวกในการเดินทางไปต่อพ.ร.บ.รถยนต์ เราแนะนำการซื้อพ.ร.บ.รถยนต์ช่องทางออนไลน์ ถ้ากังวลเรื่องความน่าเชื่อถือ แนะนำให้ซื้อกับ อินชัวร์เวิร์ส ประกันออนไลน์รายแรกของประเทศไทย ในเครือทิพยประกันภัย ที่ไม่ใช่มีแค่ประกันภัยรถยนต์ภาคบังคับ ยังมีประกันภัยรถยนต์ภาคสมัครใจให้เราได้เลือกซื้อเพิ่มเติมเพื่อความคุ้มครองในส่วนของรถยนต์และทรัพย์สินด้วย ซื้อง่าย ได้ความคุ้มครองจริง แค่กรอกข้อมูลและรอรับกรมธรรม์ที่บ้านได้เลย เช็กเบี้ย พ.ร.บ. ได้ที่นี่!
check_circleคัดลอกลิงก์เรียบร้อย
สำหรับผู้ที่ใช้งานรถกระบะเพื่อการค้า การเกษตร หรือการขนส่งสินค้าในชีวิตประจำวัน หากเปิดดูสมุดคู่มือจดทะเบียนรถจะพบรหัสระบุประเภทรถว่า รย.3 ซึ่งถือเป็นหนึ่งในประเภทยานพาหนะที่มีการใช้งานแพร่หลายมากที่สุดในประเทศไทย แต่หลายคนอาจยังไม่ทราบว่า รย.3 คือ รถประเภทไหน มีเงื่อนไขการเสียภาษี การทำ พ.ร.บ. และการเลือกประกันภัยที่แตกต่างจากรถยนต์นั่งส่วนบุคคลอย่างไรบ้าง บทความนี้มีคำตอบครบถ้วน รย.3 คืออะไร ตามกฎหมายของกรมการขนส่งทางบก? รย.3 คือ รหัสประเภทรถที่กรมการขนส่งทางบกกำหนดไว้ใน พ.ร.บ. รถยนต์ พ.ศ. 2522 หมายถึง “รถยนต์บรรทุกส่วนบุคคล” ซึ่งหมายถึง รถยนต์ที่สร้างขึ้นหรือดัดแปลงเพื่อใช้ในการบรรทุกสิ่งของหรือสัตว์ โดยมีน้ำหนักรถรวมน้ำหนักบรรทุกไม่เกินที่กฎหมายกำหนด และใช้งานเพื่อกิจการส่วนตัวหรือในธุรกิจส่วนบุคคล มิได้นำไปใช้รับจ้างขนส่งเป็นประจำเหมือนรถบรรทุกตามกฎหมายการขนส่งทางบก เช็กลักษณะรถ รย.3 แตกต่างจากรถ รย.1 อย่างไร? ความแตกต่างสำคัญระหว่างรถ รย.3 และ รย.1 ที่ผู้ใช้รถมักเปรียบเทียบกัน ได้แก่: ป้ายทะเบียน รย.3 สีอะไร มีความหมายว่าอย่างไร? รถประเภท รย.3 จะใช้ ป้ายทะเบียนพื้นสีขาว สะท้อนแสง ตัวอักษรและตัวเลขเป็นสีเขียว (หรือที่หลายคนเรียกติดปากว่า “ป้ายขาวอักษรเขียว”)… Continue reading รย.3 คือรถอะไร รู้จักรถยนต์บรรทุกส่วนบุคคล ป้ายขาวอักษรเขียว ภาษี และ พ.ร.บ.
หากคุณเปิดดูเล่มทะเบียนรถ (สมุดคู่มือจดทะเบียนเล่มสีฟ้า) ตรงหน้ารายการจดทะเบียน ในช่อง “ประเภท” มักจะปรากฏข้อความระบุว่า รย.1 หลายคนอาจสงสัยว่ารหัสนี้ย่อมาจากอะไร มีความหมายอย่างไรต่อการเสียภาษีประจำปี และเกี่ยวข้องกับการเลือกซื้อประกันภัยหรือ พ.ร.บ. อย่างไรบ้าง บทความนี้ได้รวบรวมทุกข้อมูลเกี่ยวกับรถประเภท รย.1 มาสรุปให้เข้าใจง่ายในที่เดียว รย.1 คืออะไร ในสมุดคู่มือจดทะเบียนรถ? รย.1 คือ รหัสประเภทรถที่กรมการขนส่งทางบกกำหนดไว้ตามพระราชบัญญัติรถยนต์ พ.ศ. 2522 หมายถึง “รถยนต์นั่งส่วนบุคคลไม่เกิน 7 คน” ซึ่งเป็นกลุ่มรถยนต์ส่วนบุคคลที่ได้รับความนิยมมากที่สุดบนท้องถนนในประเทศไทย ใช้สำหรับโดยสารส่วนตัวหรือภายในครอบครัว และไม่ได้นำไปใช้รับจ้างในเชิงพาณิชย์ ลักษณะของรถที่จัดอยู่ในกลุ่ม รย.1 มีรถรุ่นใดบ้าง? ยานพาหนะที่จัดอยู่ในกลุ่ม รย.1 มีหลากหลายรูปแบบ ขอเพียงมีจำนวนที่นั่งผู้โดยสารตามมาตรฐานไม่เกิน 7 ที่นั่ง ได้แก่: ป้ายทะเบียนของรถ รย.1 มีลักษณะอย่างไร? จุดสังเกตที่ชัดเจนที่สุดของรถยนต์ประเภท รย.1 จากภายนอก คือ ป้ายทะเบียนพื้นสีขาว สะท้อนแสง ตัวอักษรและตัวเลขเป็นสีดำ (กรณีที่เป็นป้ายประมูลอาจมีลวดลายกราฟิกประจำจังหวัด แต่ตัวอักษรและตัวเลขจะยังคงเป็นสีดำเช่นเดียวกัน) วิธีคำนวณภาษีรถยนต์ประจำปีสำหรับรถประเภท รย.1 การต่อภาษีรถยนต์ประจำปีของรถประเภท… Continue reading รย.1 คือรถอะไร เช็กข้อมูลรถยนต์นั่งส่วนบุคคลไม่เกิน 7 คน เล่มทะเบียน และ พ.ร.บ.
ในยุคที่อาชีพไรเดอร์รับส่งผู้โดยสารผ่านแอปพลิเคชันกำลังเติบโตอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็น Grab, LINE MAN หรือแพลตฟอร์มอื่น ๆ คำถามสำคัญที่คนขับมอเตอร์ไซค์หลายคนสงสัยคือ รย.17 คือ รถประเภทไหน และทำไมกรมการขนส่งทางบกจึงกำหนดให้ไรเดอร์ต้องนำรถไปจดทะเบียนเปลี่ยนประเภทรถ บทความนี้จะพาไปเจาะลึกทุกรายละเอียด ตั้งแต่ความหมาย เงื่อนไข กฎหมาย ไปจนถึงการเตรียมความพร้อมด้านประกันภัย เพื่อให้คุณสามารถวิ่งรับงานได้อย่างถูกต้อง สบายใจ และปลอดภัยสูงสุด รย.17 คืออะไร ตามคำนิยามของกรมการขนส่งทางบก รย.17 คือ รหัสประเภทรถที่กรมการขนส่งทางบกใช้ระบุสำหรับ “รถจักรยานยนต์สาธารณะที่ให้บริการผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์” หรือที่เข้าใจง่าย ๆ คือ รถมอเตอร์ไซค์ส่วนบุคคลที่นำมาให้บริการรับ-ส่งผู้โดยสารผ่านแอปพลิเคชันที่ได้รับการรับรองจากกรมการขนส่งทางบกอย่างถูกต้องตามกฎหมาย เดิมทีรถมอเตอร์ไซค์รับจ้างทั่วไปจะเป็นรถจักรยานยนต์สาธารณะแบบดั้งเดิม (วินมอเตอร์ไซค์ ป้ายเหลือง) แต่เมื่อเทคโนโลยีพัฒนาขึ้นและมีผู้ให้บริการผ่านแอปพลิเคชัน กรมการขนส่งทางบกจึงได้ออกกฎกระทรวงรองรับ เพื่อให้ประชาชนสามารถนำรถจักรยานยนต์ส่วนบุคคลมาขึ้นทะเบียนให้บริการได้อย่างถูกกฎหมาย โดยกำหนดให้อยู่ในหมวด รย.17 นั่นเอง ความแตกต่างระหว่าง รย.12, รย.17 และ รย.18 มีอะไรบ้าง? หลายคนมักสับสนระหว่างรหัสประเภทรถที่มีตัวเลขใกล้เคียงกัน ซึ่งมีความแตกต่างกันอย่างชัดเจนตามกฎหมาย ดังนี้: เงื่อนไขและคุณสมบัติของรถมอเตอร์ไซค์ที่จะจดทะเบียน รย.17 หากต้องการเปลี่ยนประเภทรถเป็น รย.17 รถและผู้ขับขี่ต้องมีคุณสมบัติครบถ้วนตามเกณฑ์ที่กำหนด: ขั้นตอนการดำเนินการจดทะเบียน… Continue reading รย.17 คือรถอะไร สรุปคู่มือจดทะเบียนรถจักรยานยนต์รับจ้างผ่านแอปให้ถูกกฎหมาย