เพราะมีการใช้รถจำนวนมาก และยังมีการขับขี่โดยประมาท การทำประกันรถยนต์จึงเป็นสิ่งที่จำเป็น เพราะช่วยคุ้มครองค่าเสียหายทั้งผู้ขับขี่เอง บุคคลภายนอกและทรัพย์สิน แต่ก่อนที่จะทำประกันนั้นต้องมาดูกันก่อนว่าปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับการเลือกทำประกันรถยนต์นั้นมีอะไรบ้าง
การเลือกซื้อ ประกันรถยนต์นั้นมีหลายปัจจัยด้วยกัน บางอย่างอยู่ที่รถ บางอย่างอยู่ที่ผู้ขับขี่ หรือจะเป็นปัจจัยอื่น ๆ ที่มีผลต่อการทำประกัน มาดูกันว่าแต่ละปัจจัยมีผลต่อผู้ซื้อ ประกันรถยนต์อย่างไรบ้าง
หากเป็นรถรุ่นใหม่ที่ยังไม่เคยผ่านการใช้งานมาก่อน หรือรถที่มีอายุไม่เกิน 10 ปี จะมีโอกาสเลือกซื้อ ประกันรถยนต์ได้ทุกประเภทมากกว่ารถรุ่นเก่าที่ใช้งานมานานแล้วที่มีข้อกำหนดในการทำประกันได้บางประเภทเท่านั้น
จากสถิติโดยเฉลี่ยแล้วผู้ที่อายุน้อยและเป็นผู้ขับขี่มือใหม่มีโอกาสเกิดอุบัติเหตุได้มากกว่าผู้ที่มีอายุมาก จึงทำให้ผู้ที่มีอายุต่ำกว่า 25 ปี จะมีข้อจำกัดในการทำประกันที่มากกว่า
แต่ละอาชีพมีความเสี่ยงในการใช้รถที่แตกต่างกัน เช่นอาชีพแท็กซี่ ที่มีการใช้รถอยู่บนถนนตลอดเวลาย่อมมีความเสี่ยงที่จะเกิดอุบัติเหตุได้มากกว่าผู้ที่ทำงานในบริษัทต่าง ๆ
ในกรณีที่ผู้ขับเคยมีประวัติการชนมาก่อน หรือเกิดอุบัติเหตุบ่อยครั้ง ประกันอาจจะให้ทำประกันแค่บางชั้นได้เท่านั้น ซึ่งต่างจากผู้ขับขี่มีพฤติกรรมที่ดีมาโดยตลอด ไม่มีเคยมีอุบัติเหตุมากก่อนเบี้ยประกันก็จะถูกและสามารถเลือกทำประกันได้ตามความต้องการ
หากจอดรถในสถานที่ที่มีความเสี่ยงสูงมีผลต่อการเสียเบี้ยประกันที่สูงขึ้นเช่นเดียวกัน เพราะจอดในสถานที่ที่มีความสุ่มเสี่ยงต่อการเสียหายสูง นอกจากนี้บางบริษัทประกันยังไม่รับทำประกันชั้น 1 อีกด้วย
บริษัทประกันบางแห่งจะพิจารณาความเสี่ยงจากระยะในการใช้รถ หากว่ามีการขับขี่ในระยะไกล และมีการใช้รถบ่อย ก็จะมีเบี้ยประกันที่สูงกว่าผู้ที่ขับรถในระยะสั้นและใช้รถน้อย สำหรับผู้ที่ใช้รถน้อยยังมีประกันบางตัวที่ช่วยให้เบี้ยประกันถูกลง เพราะเป็นการคิดเบี้ยประกันตามระยะทางที่ใช้ในการขับรถจริง เช่น ประกัน Pay-As-You-Drivr
การเลือกวงเงินคุ้มครองที่ต้องการส่งผลให้ผู้ซื้อ ประกันรถยนต์สามารถเลือกซื้อประกันได้ครอบคลุมการดูแลทั้งบุคคล ทรัพย์สินและความเสียหายได้ตามที่ตนเองต้องการ
การให้บริการของแต่ละที่มีความต่างกัน ขึ้นอยู่ที่ความพึงพอใจในการให้บริการหลังการขายของแต่ละบริษัทว่าผู้ซื้อพึงพอใจมีความต้องการได้รับการดูแลแบบไหนต่อไป
เบี้ยประกันรถยนต์จะมีราคาถูกหรือแพงขึ้นอยู่ที่ความเสี่ยงทุกด้าน หากมีความเสี่ยงสูงเบี้ยประกันจะมีราคาที่สูงตาม และถ้ามีความเสี่ยงต่ำ เบี้ยประกันก็จะถูกลงเช่นกัน
หากอยากได้ประกันรถยนต์ที่มีความคุ้มค่ากับการลงทุนจริง ๆ แนะนำให้ผู้ที่ต้องการซื้อประกันทำการเปรียบเทียบ ประกันรถยนต์ตามข้อมูลเหล่านี้ จะทำให้ได้รับประกันตรงตามที่ต้องการและมีราคาที่ถูกอีกด้วย
ความคุ้มครองของแต่ละที่จะมีจุดที่แตกต่างกันอยู่ไม่มาก หลัก ๆ แนะนำให้ดู 2 ส่วนนี้
บริการหลังการขายเป็นสิ่งที่ผู้ซื้อประกันไม่ควรมองข้าม เพราะเมื่อต้องเสียเงินกับการซื้อประกันใครก็อยากได้รับการดูแลที่ดีที่สุด ผู้ซื้อประกันจึงต้องทำการเปรียบเทียบว่าบริษัทไหนมีการเอื้อประโยชน์ให้บริการหลังการขายที่ดีกว่ากัน
การเปรียบเทียบเบี้ยประกันจะทำให้ผู้ซื้อได้รับประกันที่ราคาถูกลง โดยที่ความต้องการทุกอย่างของผู้ซื้อยังเหมือนเดิม ก่อนทำประกันรถยนต์จึงควรพิจารณาจาก 3 อย่างนี้
การอ่านรีวิวจากผู้ใช้งานจริง หรือทำการค้นหาข้อมูลจากเว็บประกันรถยนต์ที่ตนเองสนใจ เป็นอีกหนึ่งวิธีที่สามารถเปรียบเทียบได้อย่างชัดเจน เช่นเกิดความสนใจประกันของ Insurverse ก็แนะนำให้กดเข้าไปอ่านข้อมูลต่าง ๆ ในเว็บไซต์ให้ละเอียดที่สุด ยิ่งรู้ข้อมูลเกี่ยวกับบริษัทที่ต้องการมากเท่าไหร่ก็ยิ่งส่งผลดีต่อตัวผู้ซื้อเอง
เมื่อได้รู้ถึงปัจจัยในการเลือกประกันรถยนต์กันไปแล้ว หากใครไม่รู้จะซื้อประกันรถยนต์ ที่ไหนดี แนะนำให้ลองศึกษาข้อมูลประกันรถยนต์ในเว็บ Insurverse เป็นอีกหนึ่งตัวเลือกที่น่าสนใจในการซื้อประกันอยู่ไม่น้อย มีทั้งโปรโมชั่นดี ๆ และสิทธิพิเศษอีกมากมาย ยังไม่ต้องรีบตัดสินใจซื้อในตอนนี้ก็ได้ แต่ลองแวะไปสอบถามข้อมูลทิ้งเอาไว้ก่อนเพื่อไม่ให้พลาดโปรโมชั่นพิเศษเหล่านี้ไปอย่างน่าเสียดาย
check_circleคัดลอกลิงก์เรียบร้อย
เมื่อเปิดดูตารางกรมธรรม์ประกันภัยรถยนต์ของตนเอง หลายคนอาจเคยสะดุดตากับคำว่า “ร.ย.03” ในหมวดความคุ้มครองเพิ่มเติม และเกิดคำถามว่า รย.03 คือ อะไร มีความสำคัญอย่างไรต่อผู้ขับขี่ หรือบางคนอาจกำลังสับสนระหว่างรหัสในเอกสารประกันภัยกับรหัสประเภทรถของกรมการขนส่งทางบก บทความนี้จะมาไขคำตอบให้ชัดเจน เพื่อให้คุณเข้าใจสิทธิประโยชน์และใช้ความคุ้มครองได้อย่างเต็มเม็ดเต็มหน่วย รย.03 คืออะไร ในตารางกรมธรรม์ประกันภัยรถยนต์? ในแวดวงประกันภัย ร.ย.03 (หรือ รย.03) คือ รหัสมาตรฐานที่สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) กำหนดให้เป็น “เอกสารแนบท้ายสัญญาประกันภัยรถยนต์ว่าด้วยการประกันตัวผู้ขับขี่ (Driver’s Bail Bond)” ความคุ้มครองนี้มีขึ้นเพื่อช่วยเหลือผู้เอาประกันภัยหรือผู้ขับขี่ที่ได้รับความยินยอมจากผู้เอาประกันภัย ในกรณีที่ขับรถเกิดอุบัติเหตุเฉี่ยวชนจนเป็นเหตุให้คู่กรณีได้รับบาดเจ็บสาหัส หรือถึงแก่ชีวิต ซึ่งพนักงานสอบสวน (ตำรวจ) จะต้องดำเนินคดีอาญาในข้อหาขับรถโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต โดยบริษัทประกันภัยจะทำหน้าที่นำหลักทรัพย์หรือหนังสือรับรองไปวางเป็นหลักประกันในการขอประกันตัวผู้ขับขี่ออกมาสู้คดีในชั้นพนักงานสอบสวน พนักงานอัยการ หรือชั้นศาล สาระสำคัญของเอกสารแนบท้าย ร.ย.03: คุ้มครองการประกันตัวผู้ขับขี่อย่างไร เงื่อนไขและขอบเขตความคุ้มครองของ ร.ย.03 มีรายละเอียดสำคัญที่ผู้ขับขี่ควรรู้ดังนี้: เปรียบเทียบเอกสารแนบท้าย ร.ย.01, ร.ย.02 และ ร.ย.03 แตกต่างกันอย่างไร? เอกสารแนบท้ายมาตรฐาน คปภ. ที่พบได้บ่อยในกรมธรรม์ภาคสมัครใจ ได้แก่: อย่าจำสับสน! ร.ย.03 (ประกันภัย)… Continue reading รย.03 คืออะไร เจาะลึกเอกสารแนบท้ายประกันภัยรถยนต์ คุ้มครองประกันตัวผู้ขับขี่อย่างไร
ประกันวินาศภัย คือ การทำสัญญาประกันภัยรูปแบบหนึ่ง เพื่อชดเชยความเสียหายที่เกิดขึ้นกับทรัพย์สิน ซึ่งสามารถประเมินค่าเป็นตัวเงินได้ (โดยไม่รวมถึงการประกันชีวิต) หลักการทำงานคือ ผู้เอาประกันภัย ตกลงจ่ายเงินค่า เบี้ยประกัน ให้กับ ผู้รับประกันภัย (บริษัทประกัน) และหากเกิดเหตุไม่คาดฝันที่ทำให้ทรัพย์สินเสียหายตามที่ระบุไว้ใน กรมธรรม์ ทางบริษัทประกันจะทำการจ่าย ค่าสินไหมทดแทน เพื่อเยียวยาความเสียหายนั้นๆ ให้กลับมามีสภาพใกล้เคียงกับก่อนเกิดเหตุมากที่สุด การทำประกันวินาศภัยจึงเป็นเครื่องมือสำคัญในการบริหารความเสี่ยงทางเศรษฐกิจ เพื่อให้คุณอุ่นใจว่าทรัพย์สินที่มีค่าจะได้รับ ความคุ้มครอง อย่างเต็มที่ ประกันวินาศภัย มีกี่ประเภท อะไรบ้าง? หลายคนอาจสงสัยว่า ประกันวินาศภัย มีอะไรบ้าง ตามหลักเกณฑ์ทั่วไปแล้ว เราสามารถแบ่ง ประกันวินาศภัย 4 ประเภท หลักๆ ได้ดังต่อไปนี้: 1.ประกันอัคคีภัย (Fire Insurance) ประกันอัคคีภัย เป็นรูปแบบการคุ้มครองทรัพย์สินประเภทสิ่งปลูกสร้าง อาคาร บ้านเรือน รวมถึงทรัพย์สินที่อยู่ภายในอาคาร จากเหตุไฟไหม้ ฟ้าผ่า หรือภัยระเบิด นอกจากนี้ยังสามารถซื้อความคุ้มครองภัยธรรมชาติเพิ่มเติมได้ (เช่น น้ำท่วม ลมพายุ) สำหรับใครที่มีที่อยู่อาศัยเป็นของตนเอง การเลือกทำ ประกันบ้านและคอนโด ถือเป็นการลงทุนที่คุ้มค่า… Continue reading ประกันวินาศภัย คืออะไร? สิ่งสำคัญที่ช่วยปกป้องทรัพย์สินของคุณ
เวลาที่เรากำลังจะเลือกซื้อประกันรถยนต์ หลายคนมักจะเจอคำศัพท์ประกันภัยที่ชวนสับสน หนึ่งในนั้นคือคำว่า “Deductible” หรือ ค่าเสียหายส่วนแรก ซึ่งเป็นตัวแปรสำคัญที่ทำให้ค่าเบี้ยประกันรายปีของเราถูกลงได้อย่างมาก บทความนี้จะพาทุกคนไปทำความเข้าใจว่า Deductible คืออะไร ต้องจ่ายตอนไหน และต่างจากค่า Excess อย่างไร เพื่อให้คุณเลือกแผนกรมธรรม์ได้คุ้มค่าที่สุด Key Takeaways ความหมายของ ค่า Deductible (ค่าเสียหายส่วนแรกแบบสมัครใจ) ค่า Deductible (อ่านว่า ดีดักทิเบิล) หรือที่เรียกเป็นภาษาไทยว่า ค่าเสียหายส่วนแรกแบบสมัครใจ คือ จำนวนเงินแรกที่คุณตกลงกับบริษัทประกันภัยว่าจะรับผิดชอบจ่ายเองในแต่ละครั้งที่มีการเคลมประกัน โดยมีเงื่อนไขว่าอุบัติเหตุครั้งนั้น คุณเป็น “ฝ่ายผิด” หรือ “ไม่มีคู่กรณี” การระบุค่า Deductible ไว้ในกรมธรรม์ ถือเป็นกลยุทธ์ที่ช่วยให้ผู้เอาประกันประหยัดเงินค่าเบี้ยประกันรายปีได้มาก เพราะบริษัทประกันจะนำจำนวนเงิน Deductible ที่คุณเลือก ไปเป็นส่วนลดค่าเบี้ยประกันตอนซื้อนั่นเอง นอกจากการทำประกันภาคสมัครใจแล้ว ผู้ขับขี่ต้องไม่ลืมต่ออายุพ.ร.บ. รถยนต์ ซึ่งเป็นประกันภัยภาคบังคับ เพื่อรับความคุ้มครองค่ารักษาพยาบาลเบื้องต้นตามกฎหมายด้วย Deductible กับ Excess แตกต่างกันอย่างไร? เพื่อให้ทุกคนเข้าใจและไม่สับสนเวลาเคลมประกัน เราขอสรุปความแตกต่างของค่าเสียหายส่วนแรกทั้ง 2 แบบ… Continue reading Deductible คืออะไร? สิ่งที่คนมีรถต้องรู้ก่อนซื้อประกัน