ช่วงเทศกาลแห่งวันหยุดยาว เชื่อว่าเป็นโอกาสทองที่หลายคนมักจะเลือกเดินทางกลับบ้านหรือไปเที่ยวอยู่เสมอ หากไม่อยากว้าวุ่นระหว่างทางต้องเช็ครถให้พร้อมก่อนออกเดินทางด้วย แต่หลายคนก็อาจยังไม่ทราบว่าการตรวจเช็คสภาพรถยนต์เบื้องต้นมีอะไรบ้าง? ฉะนั้นรีบตามมา checklist 7 รายการตรวจเช็ครถยนต์ก่อนขับรถเดินทางไกลกันได้เลย เพื่อเพิ่มความปลอดภัยในการเดินทางอย่างไร้ความกังวล
เช็ครถก่อนเดินทางไกลต้องนึกถึงแบตเตอรี่รถยนต์เป็นอันดับหนึ่ง เพราะเปรียบดั่งหัวใจหลักของรถทุกคัน หากไร้ซึ่งแบตเตอรี่รถก็สตาร์ทไม่ติดเดินทางไปไหนไม่ได้ แล้วแบตเตอรี่รถยนต์มีอายุการใช้งานกี่ปี? ปกติจะมีอายุเฉลี่ย 2 ปี ซึ่งสามารถนำเทคนิคง่ายๆ เพื่อตรวจเช็กแบตได้ดังนี้ เพียงตรวจสอบปริมาณน้ำกลั่นดูว่าต้องอยู่ในปริมาณที่เหมาะสมไหม ซึ่งตามจริงแล้วไม่ควรต่ำกว่าขีดมาตรฐานและควรตรวจสอบวันหมดอายุการใช้งานแบตเตอรี่ร่วมด้วย จะทำให้เดินทางไกลได้อย่างมั่นใจ
สำหรับอุบัติเหตุบนท้องถนนเกิดจากสาเหตุยางแตกหรือยางระเบิด เป็นอันดับต้นๆ เนื่องจากยางเสื่อมสภาพ ถูกใช้งานเป็นระยะเวลายาวนาน ฉะนั้นใครที่ต้องการเดินทางไกล ควรตรวจเช็ครถในส่วนของยางรถยนต์เอาไว้ด้วย ว่าอย่างมีรอยรั่ว, มีอาการบวม, รอยเจาะ, ดอกยางเสื่อมสภาพหรือไม่ ทดสอบด้วยวิธีการเคาะดูลมยาง 4 ล้อว่าอ่อนไปหรือแข็งไปไหม หากพบเจออาการผิดปกติต้องรีบแก้ไขหรือเปลี่ยนยางใหม่ทันที
รายการตรวจเช็ครถยนต์ที่ไม่ควรละเลย ต้องเช็ครถเสมอก่อนขับรถระยะไกล ก็คือระบบเบรก เพราะเป็นระบบที่สำคัญต่อการขับขี่มากๆ หากรถคันใดมีระบบเบรกสมบูรณ์ จะทำให้มั่นใจได้ทุกการขับขี่ว่ามีความปลอดภัยแน่นอน วิธีเช็กระบบเบรกสามารถเช็กได้ง่ายๆ เพียงฟังว่ามีเสียงดังผิดปกติหรือไม่ หากพบความผิดปกติรีบเข้าอู่ด่วนและอย่าลืมตรวจเช็กน้ำมันเบรกต้องอยู่ในปริมาณที่เพียงพอด้วย
เช็ครถก่อนเดินทางไกลอะไรบ้าง? น้ำมันเครื่องเป็นสิ่งที่ห้ามมองข้าม เพราะเป็นสิ่งที่ช่วยขับเคลื่อนให้รถพาเราไปถึงจุดหมายได้ บางคนอาจจะพลาดท่ารถดับกลางทาง เพียงเพราะคิดว่า “เจอปั๊มข้างหน้าเดี๋ยวค่อยเติม” จึงทำให้ต้องมาจอดรถเหงาอยู่ข้างทางและเสียเวลาในการเดินทางไป ดังนั้นกันไว้ก่อนดีกว่าแก้ ก่อนออกเดินทางไกลเช็กน้ำมันเครื่องและควรเติมน้ำมันสำหรับเดินทางไกลให้พร้อมแค่นี้ก็อุ่นใจว่าเดินทางได้อย่างราบรื่นตลอดเส้นทาง
แม้ดูว่าระบบไฟส่องสว่างอาจเป็นเรื่องเล็กน้อยในตอนกลางวัน แต่สำหรับการกลางคืนนี้สำคัญเป็นอย่างมาก ให้เช็ครถในส่วนของไฟรถก่อนออกเดินทางไกลอยู่เสมอ จะทำให้ทัศนวิสัยในการมองเห็นเส้นทางดียิ่งขึ้น เป็นการเพื่อความปลอดภัยให้กับการขับขี่ได้เป็นอย่างดี
ระบบหล่อเย็น ก็เป็นอีกหนึ่งรายการตรวจเช็คสภาพรถเบื้องต้นที่ไม่ควรมองข้าม ต้องตรวจเช็ครถว่ามีน้ำในหม้อน้ำหรือไม่? มีปริมาณเท่าไหร่? หากพบว่าปริมาณน้ำลดลงให้เติมน้ำยาหล่อเย็นและน้ำเปล่าผสมกันครึ่งต่อครึ่งลงในหม้อน้ำจนกว่าจะถึงขีด “max” รถบางรุ่นกำหนดไว้ต้องเติมทุกๆ 2 ปี หรือทุก 40,000 กิโลเมตร แต่บางรุ่นควรเติมทุก 100,000 – 200,000 กิโลเมตร เพื่อให้การเดินทางไกลหายห่วง
อุปกรณ์ช่วยเหลือเบื้องต้นที่ติดมากับรถมีความจำเป็นมากๆ แต่เมื่อไม่ได้ใช้งานนานๆ ก็อาจจะมีชำรุดบ้าง ฉะนั้นก่อนออกเดินทางไกลควรตรวจเช็กประสิทธิภาพอุปกรณ์ทุกชิ้น เพื่อเตรียมตัวรับมือกับเหตุการณ์ไม่คาดคิดได้ทันท่วงที
การเช็ครถเพื่อตรวจสอบข้อผิดพลาดของรถยนต์ก่อนเดินทางไกล หากพบสิ่งปกติใดจะได้รีบแก้ไขก่อน จะทำให้ใช้รถมีความปลอดภัยสามารถเดินทางไกลได้แบบไร้ปัญหา ถึงอย่างไรก็ตามแม้จะขับระมัดระวังเพียงใด แต่ก็ไม่ได้มีเราขับอยู่บนท้องถนนอยู่เพียงลำพัง ควรเลือกทำประกันประกันรถยนต์ชั้น 1 เอาไว้ด้วย เพื่อที่จะได้พร้อมรับมือกับอุบัติเหตุที่ไม่คาดคิดได้ทุกสาเหตุ หากไม่รู้จะทำประกันรถยนต์ชั้น 1 ที่ไหนดี ก็สามารถคลิกดูรายละเอียดประกันรถยนต์ออนไลน์กับทาง insurverse ได้เลยที่นี่ เพื่อให้การขับรถเดินทางไกลได้อย่างปลอดภัย ไม่ต้องระแวงปัญหาใดๆ อีกต่อไป
check_circleคัดลอกลิงก์เรียบร้อย
เมื่อเปิดดูตารางกรมธรรม์ประกันภัยรถยนต์ของตนเอง หลายคนอาจเคยสะดุดตากับคำว่า “ร.ย.03” ในหมวดความคุ้มครองเพิ่มเติม และเกิดคำถามว่า รย.03 คือ อะไร มีความสำคัญอย่างไรต่อผู้ขับขี่ หรือบางคนอาจกำลังสับสนระหว่างรหัสในเอกสารประกันภัยกับรหัสประเภทรถของกรมการขนส่งทางบก บทความนี้จะมาไขคำตอบให้ชัดเจน เพื่อให้คุณเข้าใจสิทธิประโยชน์และใช้ความคุ้มครองได้อย่างเต็มเม็ดเต็มหน่วย รย.03 คืออะไร ในตารางกรมธรรม์ประกันภัยรถยนต์? ในแวดวงประกันภัย ร.ย.03 (หรือ รย.03) คือ รหัสมาตรฐานที่สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) กำหนดให้เป็น “เอกสารแนบท้ายสัญญาประกันภัยรถยนต์ว่าด้วยการประกันตัวผู้ขับขี่ (Driver’s Bail Bond)” ความคุ้มครองนี้มีขึ้นเพื่อช่วยเหลือผู้เอาประกันภัยหรือผู้ขับขี่ที่ได้รับความยินยอมจากผู้เอาประกันภัย ในกรณีที่ขับรถเกิดอุบัติเหตุเฉี่ยวชนจนเป็นเหตุให้คู่กรณีได้รับบาดเจ็บสาหัส หรือถึงแก่ชีวิต ซึ่งพนักงานสอบสวน (ตำรวจ) จะต้องดำเนินคดีอาญาในข้อหาขับรถโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต โดยบริษัทประกันภัยจะทำหน้าที่นำหลักทรัพย์หรือหนังสือรับรองไปวางเป็นหลักประกันในการขอประกันตัวผู้ขับขี่ออกมาสู้คดีในชั้นพนักงานสอบสวน พนักงานอัยการ หรือชั้นศาล สาระสำคัญของเอกสารแนบท้าย ร.ย.03: คุ้มครองการประกันตัวผู้ขับขี่อย่างไร เงื่อนไขและขอบเขตความคุ้มครองของ ร.ย.03 มีรายละเอียดสำคัญที่ผู้ขับขี่ควรรู้ดังนี้: เปรียบเทียบเอกสารแนบท้าย ร.ย.01, ร.ย.02 และ ร.ย.03 แตกต่างกันอย่างไร? เอกสารแนบท้ายมาตรฐาน คปภ. ที่พบได้บ่อยในกรมธรรม์ภาคสมัครใจ ได้แก่: อย่าจำสับสน! ร.ย.03 (ประกันภัย)… Continue reading รย.03 คืออะไร เจาะลึกเอกสารแนบท้ายประกันภัยรถยนต์ คุ้มครองประกันตัวผู้ขับขี่อย่างไร
ประกันวินาศภัย คือ การทำสัญญาประกันภัยรูปแบบหนึ่ง เพื่อชดเชยความเสียหายที่เกิดขึ้นกับทรัพย์สิน ซึ่งสามารถประเมินค่าเป็นตัวเงินได้ (โดยไม่รวมถึงการประกันชีวิต) หลักการทำงานคือ ผู้เอาประกันภัย ตกลงจ่ายเงินค่า เบี้ยประกัน ให้กับ ผู้รับประกันภัย (บริษัทประกัน) และหากเกิดเหตุไม่คาดฝันที่ทำให้ทรัพย์สินเสียหายตามที่ระบุไว้ใน กรมธรรม์ ทางบริษัทประกันจะทำการจ่าย ค่าสินไหมทดแทน เพื่อเยียวยาความเสียหายนั้นๆ ให้กลับมามีสภาพใกล้เคียงกับก่อนเกิดเหตุมากที่สุด การทำประกันวินาศภัยจึงเป็นเครื่องมือสำคัญในการบริหารความเสี่ยงทางเศรษฐกิจ เพื่อให้คุณอุ่นใจว่าทรัพย์สินที่มีค่าจะได้รับ ความคุ้มครอง อย่างเต็มที่ ประกันวินาศภัย มีกี่ประเภท อะไรบ้าง? หลายคนอาจสงสัยว่า ประกันวินาศภัย มีอะไรบ้าง ตามหลักเกณฑ์ทั่วไปแล้ว เราสามารถแบ่ง ประกันวินาศภัย 4 ประเภท หลักๆ ได้ดังต่อไปนี้: 1.ประกันอัคคีภัย (Fire Insurance) ประกันอัคคีภัย เป็นรูปแบบการคุ้มครองทรัพย์สินประเภทสิ่งปลูกสร้าง อาคาร บ้านเรือน รวมถึงทรัพย์สินที่อยู่ภายในอาคาร จากเหตุไฟไหม้ ฟ้าผ่า หรือภัยระเบิด นอกจากนี้ยังสามารถซื้อความคุ้มครองภัยธรรมชาติเพิ่มเติมได้ (เช่น น้ำท่วม ลมพายุ) สำหรับใครที่มีที่อยู่อาศัยเป็นของตนเอง การเลือกทำ ประกันบ้านและคอนโด ถือเป็นการลงทุนที่คุ้มค่า… Continue reading ประกันวินาศภัย คืออะไร? สิ่งสำคัญที่ช่วยปกป้องทรัพย์สินของคุณ
เวลาที่เรากำลังจะเลือกซื้อประกันรถยนต์ หลายคนมักจะเจอคำศัพท์ประกันภัยที่ชวนสับสน หนึ่งในนั้นคือคำว่า “Deductible” หรือ ค่าเสียหายส่วนแรก ซึ่งเป็นตัวแปรสำคัญที่ทำให้ค่าเบี้ยประกันรายปีของเราถูกลงได้อย่างมาก บทความนี้จะพาทุกคนไปทำความเข้าใจว่า Deductible คืออะไร ต้องจ่ายตอนไหน และต่างจากค่า Excess อย่างไร เพื่อให้คุณเลือกแผนกรมธรรม์ได้คุ้มค่าที่สุด Key Takeaways ความหมายของ ค่า Deductible (ค่าเสียหายส่วนแรกแบบสมัครใจ) ค่า Deductible (อ่านว่า ดีดักทิเบิล) หรือที่เรียกเป็นภาษาไทยว่า ค่าเสียหายส่วนแรกแบบสมัครใจ คือ จำนวนเงินแรกที่คุณตกลงกับบริษัทประกันภัยว่าจะรับผิดชอบจ่ายเองในแต่ละครั้งที่มีการเคลมประกัน โดยมีเงื่อนไขว่าอุบัติเหตุครั้งนั้น คุณเป็น “ฝ่ายผิด” หรือ “ไม่มีคู่กรณี” การระบุค่า Deductible ไว้ในกรมธรรม์ ถือเป็นกลยุทธ์ที่ช่วยให้ผู้เอาประกันประหยัดเงินค่าเบี้ยประกันรายปีได้มาก เพราะบริษัทประกันจะนำจำนวนเงิน Deductible ที่คุณเลือก ไปเป็นส่วนลดค่าเบี้ยประกันตอนซื้อนั่นเอง นอกจากการทำประกันภาคสมัครใจแล้ว ผู้ขับขี่ต้องไม่ลืมต่ออายุพ.ร.บ. รถยนต์ ซึ่งเป็นประกันภัยภาคบังคับ เพื่อรับความคุ้มครองค่ารักษาพยาบาลเบื้องต้นตามกฎหมายด้วย Deductible กับ Excess แตกต่างกันอย่างไร? เพื่อให้ทุกคนเข้าใจและไม่สับสนเวลาเคลมประกัน เราขอสรุปความแตกต่างของค่าเสียหายส่วนแรกทั้ง 2 แบบ… Continue reading Deductible คืออะไร? สิ่งที่คนมีรถต้องรู้ก่อนซื้อประกัน