รู้หรือไม่ว่าการจับคู่สไตล์การขับขี่และการเลือกยางรถยนต์ที่เหมาะสม จะทำให้เราทุกคนมีความมั่นใจควบคุมรถได้อย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมกันนั้นยังส่งผลดีในหลายๆ ด้าน ทั้งความปลอดภัย, การประหยัดพลังงานและการยึดเกาะสภาพถนน การเลือกซื้อยางรถยนต์ให้ตอบโจทย์สไตล์การขับขี่ จึงเป็นสิ่งที่ทุกคนควรใส่ใจ แต่ถ้ายังไม่รู้ว่ายางรถยนต์ควรเลือกแบบไหนให้เหมาะกับสไตล์การขับขี่ insurverse มีวิธีจับคู่ง่ายๆ มาบอกใครพร้อมจับคู่แล้วก็ไปดูกันเลย
ปัจจุบันยางรถยนต์ถูกแบ่งออกเป็นหลายประเภท แต่ละประเภทก็ตอบโจทย์สไตล์การขับขี่แตกต่างกัน โดยสามารถจับคู่สไตล์การขับขี่และยางที่เหมาะสมกันได้ดังนี้
คนที่ชอบขับรถเร็วเหมาะที่จะใช้ยางรถยนต์แบบสปอร์ตหรือยางรถยนต์ขอบ 16 ที่มีสมรรถนะสูง เพราะยางประเภทนี้มีเสถียรภาพความเร็วสูง ตอบสนองต่อการขับขี่ในทุกสภาพถนนไม่ว่าจะเปียกหรือแห้ง แถมยังมาพร้อมกับประสิทธิภาพในการเบรกที่ยอดเยี่ยมอีกด้วย แต่ต้องจ่ายแพงหน่อยเพราะแบบสปอร์ตเป็นยางรถยนต์ราคาสูง
คนที่ชอบความเงียบและความนุ่มสบาย เหมาะที่จะใช้ยางรถยนต์ขอบ17 ทัวริ่งหรือยางคอมฟอร์ท เพราะยางรถยนต์เหล่านี้มีคุณสมบัติในการลดเสียงรบกวนขณะขับขี่ แถมยังมีความคล่องตัวสูง ทำให้เราควบคุมรถได้อย่างง่ายดาย
คนที่ชอบความประหยัดเหมาะกับการเลือกใช้ยางรถยนต์ประหยัดน้ำมันหรือยางรถยนต์ขอบ15 ที่มาพร้อมกับคุณสมบัติในการลดแรงต้านทานของการหมุนล้อ เพราะคุณสมบัตินี้มีผลต่อการลดปริมาณการใช้น้ำมัน ทำให้เราไม่ต้องเติมน้ำมันบ่อยๆ
คนที่ชอบความคล่องตัว ควรใช้ยางรถยนต์ขอบ18 แก้มเตี้ย เพราะเป็นยางรถยนต์ที่มีความนุ่มนวลสูงไม่มีการดีดกระด้าง แถมยังรับแรงกระแทกได้ดีจึงเหมาะมากกับผู้ขับขี่ที่เน้นความคล่องตัวเป็นหลัก
ยางรถยนต์เป็นชิ้นส่วนรถยนต์ที่ตอบสนองต่อไลฟ์สไตล์การขับขี่ แต่นอกจากยางแล้วชิ้นส่วนของรถมีอะไรบ้างที่สามารถตอบสนองต่อไลฟ์สไตล์การขับขี่ของเราได้อีก ไปดูกัน
เกียร์รถยนต์ตอบสนองต่อไลฟ์สไตล์การขับขี่ที่แตกต่างกัน ถ้าเราชอบความสะดวกสบาย ขับรถง่ายๆ ควรใช้รถที่มีเกียร์ Auto จะดีกว่าเกียร์รถแบบธรรมดา ลดความเหนื่อยล้าในการขับขี่ทั้งใกล้และไกลได้ดีมาก
เครื่องยนต์ก็มีผลต่อไลฟ์สไตล์การขับขี่เช่นเดียวกัน สำหรับผู้ที่มีไลฟ์สไตล์การขับขี่ที่เน้นความประหยัด ควรเลือกเครื่องยนต์มีการเผาผลาญน้ำมันไม่สูง เพราะช่วยลดค่าใช้จ่ายจากการเติมน้ำมันได้เป็นอย่างดี
ประกันรถไม่ว่าจะเป็นประกันรถยนต์ราคาถูกหรือประกันราคาแพง ล้วนมีผลต่อไลฟ์สไตล์การขับขี่ของเรา เพราะช่วยเพิ่มความปลอดภัยและทำให้อุ่นใจเรื่องการเงิน เดินทางไปไหนก็มั่นใจมากยิ่งขึ้น
ยางรถยนต์ควรเลือกแบบไหนให้เข้ากับสไตล์การขับขี่ ถือว่าเป็นเรื่องสำคัญที่จะทำให้ได้ยางรถยนต์ที่เหมาะสมกับเราที่สุด ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์การขับขี่มากยิ่งขึ้น แต่เพื่อความสบายใจที่มากกว่าเราควรวางแผนการทำประกันภัยรถยนต์ที่ครอบคลุมเอาไว้ โดยเลือกทำประกันรถยนต์จาก insurverse ที่ตอบโจทย์เรื่องรถที่นี่ได้เลย หากเลือกประกันชั้น 1 จะให้ความปลอดภัยทั้งเราทั้งรถในทุกๆ สาเหตุ ทำให้ปลอดภัยจากทุกความเสี่ยงจากอุบัติเหตุและทุกค่าใช้จ่ายจากความเสียหายที่เกิดขึ้น ช่วยให้เราอุ่นใจในการใช้รถใช้ถนนได้ทุกเวลา
check_circleคัดลอกลิงก์เรียบร้อย
เมื่อเปิดดูตารางกรมธรรม์ประกันภัยรถยนต์ของตนเอง หลายคนอาจเคยสะดุดตากับคำว่า “ร.ย.03” ในหมวดความคุ้มครองเพิ่มเติม และเกิดคำถามว่า รย.03 คือ อะไร มีความสำคัญอย่างไรต่อผู้ขับขี่ หรือบางคนอาจกำลังสับสนระหว่างรหัสในเอกสารประกันภัยกับรหัสประเภทรถของกรมการขนส่งทางบก บทความนี้จะมาไขคำตอบให้ชัดเจน เพื่อให้คุณเข้าใจสิทธิประโยชน์และใช้ความคุ้มครองได้อย่างเต็มเม็ดเต็มหน่วย รย.03 คืออะไร ในตารางกรมธรรม์ประกันภัยรถยนต์? ในแวดวงประกันภัย ร.ย.03 (หรือ รย.03) คือ รหัสมาตรฐานที่สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) กำหนดให้เป็น “เอกสารแนบท้ายสัญญาประกันภัยรถยนต์ว่าด้วยการประกันตัวผู้ขับขี่ (Driver’s Bail Bond)” ความคุ้มครองนี้มีขึ้นเพื่อช่วยเหลือผู้เอาประกันภัยหรือผู้ขับขี่ที่ได้รับความยินยอมจากผู้เอาประกันภัย ในกรณีที่ขับรถเกิดอุบัติเหตุเฉี่ยวชนจนเป็นเหตุให้คู่กรณีได้รับบาดเจ็บสาหัส หรือถึงแก่ชีวิต ซึ่งพนักงานสอบสวน (ตำรวจ) จะต้องดำเนินคดีอาญาในข้อหาขับรถโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต โดยบริษัทประกันภัยจะทำหน้าที่นำหลักทรัพย์หรือหนังสือรับรองไปวางเป็นหลักประกันในการขอประกันตัวผู้ขับขี่ออกมาสู้คดีในชั้นพนักงานสอบสวน พนักงานอัยการ หรือชั้นศาล สาระสำคัญของเอกสารแนบท้าย ร.ย.03: คุ้มครองการประกันตัวผู้ขับขี่อย่างไร เงื่อนไขและขอบเขตความคุ้มครองของ ร.ย.03 มีรายละเอียดสำคัญที่ผู้ขับขี่ควรรู้ดังนี้: เปรียบเทียบเอกสารแนบท้าย ร.ย.01, ร.ย.02 และ ร.ย.03 แตกต่างกันอย่างไร? เอกสารแนบท้ายมาตรฐาน คปภ. ที่พบได้บ่อยในกรมธรรม์ภาคสมัครใจ ได้แก่: อย่าจำสับสน! ร.ย.03 (ประกันภัย)… Continue reading รย.03 คืออะไร เจาะลึกเอกสารแนบท้ายประกันภัยรถยนต์ คุ้มครองประกันตัวผู้ขับขี่อย่างไร
ประกันวินาศภัย คือ การทำสัญญาประกันภัยรูปแบบหนึ่ง เพื่อชดเชยความเสียหายที่เกิดขึ้นกับทรัพย์สิน ซึ่งสามารถประเมินค่าเป็นตัวเงินได้ (โดยไม่รวมถึงการประกันชีวิต) หลักการทำงานคือ ผู้เอาประกันภัย ตกลงจ่ายเงินค่า เบี้ยประกัน ให้กับ ผู้รับประกันภัย (บริษัทประกัน) และหากเกิดเหตุไม่คาดฝันที่ทำให้ทรัพย์สินเสียหายตามที่ระบุไว้ใน กรมธรรม์ ทางบริษัทประกันจะทำการจ่าย ค่าสินไหมทดแทน เพื่อเยียวยาความเสียหายนั้นๆ ให้กลับมามีสภาพใกล้เคียงกับก่อนเกิดเหตุมากที่สุด การทำประกันวินาศภัยจึงเป็นเครื่องมือสำคัญในการบริหารความเสี่ยงทางเศรษฐกิจ เพื่อให้คุณอุ่นใจว่าทรัพย์สินที่มีค่าจะได้รับ ความคุ้มครอง อย่างเต็มที่ ประกันวินาศภัย มีกี่ประเภท อะไรบ้าง? หลายคนอาจสงสัยว่า ประกันวินาศภัย มีอะไรบ้าง ตามหลักเกณฑ์ทั่วไปแล้ว เราสามารถแบ่ง ประกันวินาศภัย 4 ประเภท หลักๆ ได้ดังต่อไปนี้: 1.ประกันอัคคีภัย (Fire Insurance) ประกันอัคคีภัย เป็นรูปแบบการคุ้มครองทรัพย์สินประเภทสิ่งปลูกสร้าง อาคาร บ้านเรือน รวมถึงทรัพย์สินที่อยู่ภายในอาคาร จากเหตุไฟไหม้ ฟ้าผ่า หรือภัยระเบิด นอกจากนี้ยังสามารถซื้อความคุ้มครองภัยธรรมชาติเพิ่มเติมได้ (เช่น น้ำท่วม ลมพายุ) สำหรับใครที่มีที่อยู่อาศัยเป็นของตนเอง การเลือกทำ ประกันบ้านและคอนโด ถือเป็นการลงทุนที่คุ้มค่า… Continue reading ประกันวินาศภัย คืออะไร? สิ่งสำคัญที่ช่วยปกป้องทรัพย์สินของคุณ
เวลาที่เรากำลังจะเลือกซื้อประกันรถยนต์ หลายคนมักจะเจอคำศัพท์ประกันภัยที่ชวนสับสน หนึ่งในนั้นคือคำว่า “Deductible” หรือ ค่าเสียหายส่วนแรก ซึ่งเป็นตัวแปรสำคัญที่ทำให้ค่าเบี้ยประกันรายปีของเราถูกลงได้อย่างมาก บทความนี้จะพาทุกคนไปทำความเข้าใจว่า Deductible คืออะไร ต้องจ่ายตอนไหน และต่างจากค่า Excess อย่างไร เพื่อให้คุณเลือกแผนกรมธรรม์ได้คุ้มค่าที่สุด Key Takeaways ความหมายของ ค่า Deductible (ค่าเสียหายส่วนแรกแบบสมัครใจ) ค่า Deductible (อ่านว่า ดีดักทิเบิล) หรือที่เรียกเป็นภาษาไทยว่า ค่าเสียหายส่วนแรกแบบสมัครใจ คือ จำนวนเงินแรกที่คุณตกลงกับบริษัทประกันภัยว่าจะรับผิดชอบจ่ายเองในแต่ละครั้งที่มีการเคลมประกัน โดยมีเงื่อนไขว่าอุบัติเหตุครั้งนั้น คุณเป็น “ฝ่ายผิด” หรือ “ไม่มีคู่กรณี” การระบุค่า Deductible ไว้ในกรมธรรม์ ถือเป็นกลยุทธ์ที่ช่วยให้ผู้เอาประกันประหยัดเงินค่าเบี้ยประกันรายปีได้มาก เพราะบริษัทประกันจะนำจำนวนเงิน Deductible ที่คุณเลือก ไปเป็นส่วนลดค่าเบี้ยประกันตอนซื้อนั่นเอง นอกจากการทำประกันภาคสมัครใจแล้ว ผู้ขับขี่ต้องไม่ลืมต่ออายุพ.ร.บ. รถยนต์ ซึ่งเป็นประกันภัยภาคบังคับ เพื่อรับความคุ้มครองค่ารักษาพยาบาลเบื้องต้นตามกฎหมายด้วย Deductible กับ Excess แตกต่างกันอย่างไร? เพื่อให้ทุกคนเข้าใจและไม่สับสนเวลาเคลมประกัน เราขอสรุปความแตกต่างของค่าเสียหายส่วนแรกทั้ง 2 แบบ… Continue reading Deductible คืออะไร? สิ่งที่คนมีรถต้องรู้ก่อนซื้อประกัน