บริษัทประกันรถยนต์มีอยู่มากมายหลายเจ้าในท้องตลาด ซึ่งแต่ละแบรนด์ต่างมีการนำเสนอกรมธรรม์ที่น่าสนใจให้เจ้าของรถได้เลือกใช้บริการ ทำให้เป็นปัญหาหนักใจว่าจะซื้อหรือต่อประกันรถยนต์ชั้น 1 ที่ไหนดีวันนี้เราจะไปไขข้อสงสัยนี้ด้วย 5 สิ่งที่ต้องดูก่อนซื้อประกัน แน่นอนว่าจะแนะนำด้วยว่าควรซื้อประกันรถยนต์ชั้น 1 ที่ไหนดี
อันดับแรกก็คือเลือกจากบริษัทประกันรถยนต์นั่นเอง โดยแนะนำให้เลือกจากบริษัทที่มีความน่าเชื่อถือ มีการทำธุรกิจประกันอย่างตรงไปตรงมา โดยดูจากโครงสร้างและข้อมูลของบริษัท เช่น ก่อตั้งมานานแค่ไหน อยู่ในเครือเดียวกับบริษัทอะไรบ้าง และแนะนำว่าให้หารีวิวจากลูกค้าเก่าของบริษัทประกันที่สนใจประกอบด้วย
อายุของรถยนต์มีส่วนอย่างมากต่อการซื้อประกันชั้น 1 ให้คุ้มค่า เพราะประกันรถยนต์ชั้น 1 มักเหมาะกับรถยนต์ที่มีอายุไม่มาก หรือมีอายุไม่เกิน 7 ปี มูลค่าของรถและค่าใช้จ่ายการซ่อมแซมจึงจะคุ้มกับเบี้ยประกันที่จ่าย ลองเช็กปีที่จดทะเบียนของรถตนเองดู ก็จะได้คำตอบว่ารถคันนี้เหมาะกับประกันชั้น 1 หรือไม่
เมื่อมีบริษัทหลายเจ้าก็ต้องมีการแข่งขันกันเรื่องราคา ลองเช็กเบี้ยประกันชั้น 1 ทางออนไลน์หรือลองสอบถามจาก Call Center ของแต่ละบริษัท เพื่อนำราคาและเงื่อนไขการคุ้มครองมาเปรียบเทียบกันก่อนตัดสินใจว่าจะซื้อประกันรถยนต์ชั้น 1 กับบริษัทใด
เบี้ยประกันต่อปีมีราคาไม่ใช่น้อย ๆ ยิ่งให้การคุ้มครองสูง ยิ่งต้องจ่ายเบี้ยแพง แน่นอนว่าคุ้มค่าแน่ ๆ ในกรณีที่เกิดอุบัติเหตุ แต่ก็ต้องคำนึงถึงเงินในกระเป๋าก่อน โดยให้เลือกซื้อประกันรถยนต์ในช่วงราคาที่จ่ายไหว เบี้ยไม่แพงเกินไปจนทำให้เงินติดลบ หรืออาจจะเลือกผ่อนชำระแบบดอกเบี้ย 0% สำหรับคนที่ยังไม่ต้องการชำระเป็นเงินก้อน
ประกันรถยนต์ก็ไม่แตกต่างจากสินค้าอื่น ๆ เพราะเป็นสิ่งที่มีช่วงลดแลกแจกแถม ทำให้ลูกค้ามีโอกาสซื้อกรมธรรม์ในราคาที่ต่ำลง ส่วนมากมักต่อประกันในช่วงที่ประกันตัวเดิมยังไม่หมดอายุ แนะนำให้เริ่มเลือกซื้อช่วง 1-3 เดือนก่อนหมดประกัน เพื่อให้มีเวลาเพียงพอในการเปรียบเทียบโปรโมชั่น ราคา การคุ้มครองและการบริการของแต่ละเจ้า
เพียงพิจารณาเลือกซื้อประกันจากประเด็นทั้ง 5 ข้อนี้แล้วก็จะได้คำตอบว่าควรเลือกซื้อประกันรถยนต์ชั้น 1 ที่ไหนดีส่วนใครที่ยังไม่มีบริษัทประกันเจ้าไหนในใจ ทางเราขอแนะนำประกันภัยรถยนต์จากอินชัวร์เวิร์ส ประกันในเครือทิพยประกันภัย ที่น่าเชื่อถือและมีทางเลือกกรมธรรม์ที่หลากหลาย ปรับเปลี่ยนได้โดนใจคนขับรถ สามารถเลือกซื้อง่าย ๆ ได้ทางออนไลน์ ถ้ามีข้อสงสัยอะไรก็สามารถสอบถามจากทีมพนักงานผู้มีความเชี่ยวชาญได้อย่างรวดเร็ว เช็กเบี้ยประกันรถยนต์ได้ที่นี่!
check_circleคัดลอกลิงก์เรียบร้อย
เมื่อเปิดดูตารางกรมธรรม์ประกันภัยรถยนต์ของตนเอง หลายคนอาจเคยสะดุดตากับคำว่า “ร.ย.03” ในหมวดความคุ้มครองเพิ่มเติม และเกิดคำถามว่า รย.03 คือ อะไร มีความสำคัญอย่างไรต่อผู้ขับขี่ หรือบางคนอาจกำลังสับสนระหว่างรหัสในเอกสารประกันภัยกับรหัสประเภทรถของกรมการขนส่งทางบก บทความนี้จะมาไขคำตอบให้ชัดเจน เพื่อให้คุณเข้าใจสิทธิประโยชน์และใช้ความคุ้มครองได้อย่างเต็มเม็ดเต็มหน่วย รย.03 คืออะไร ในตารางกรมธรรม์ประกันภัยรถยนต์? ในแวดวงประกันภัย ร.ย.03 (หรือ รย.03) คือ รหัสมาตรฐานที่สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) กำหนดให้เป็น “เอกสารแนบท้ายสัญญาประกันภัยรถยนต์ว่าด้วยการประกันตัวผู้ขับขี่ (Driver’s Bail Bond)” ความคุ้มครองนี้มีขึ้นเพื่อช่วยเหลือผู้เอาประกันภัยหรือผู้ขับขี่ที่ได้รับความยินยอมจากผู้เอาประกันภัย ในกรณีที่ขับรถเกิดอุบัติเหตุเฉี่ยวชนจนเป็นเหตุให้คู่กรณีได้รับบาดเจ็บสาหัส หรือถึงแก่ชีวิต ซึ่งพนักงานสอบสวน (ตำรวจ) จะต้องดำเนินคดีอาญาในข้อหาขับรถโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต โดยบริษัทประกันภัยจะทำหน้าที่นำหลักทรัพย์หรือหนังสือรับรองไปวางเป็นหลักประกันในการขอประกันตัวผู้ขับขี่ออกมาสู้คดีในชั้นพนักงานสอบสวน พนักงานอัยการ หรือชั้นศาล สาระสำคัญของเอกสารแนบท้าย ร.ย.03: คุ้มครองการประกันตัวผู้ขับขี่อย่างไร เงื่อนไขและขอบเขตความคุ้มครองของ ร.ย.03 มีรายละเอียดสำคัญที่ผู้ขับขี่ควรรู้ดังนี้: เปรียบเทียบเอกสารแนบท้าย ร.ย.01, ร.ย.02 และ ร.ย.03 แตกต่างกันอย่างไร? เอกสารแนบท้ายมาตรฐาน คปภ. ที่พบได้บ่อยในกรมธรรม์ภาคสมัครใจ ได้แก่: อย่าจำสับสน! ร.ย.03 (ประกันภัย)… Continue reading รย.03 คืออะไร เจาะลึกเอกสารแนบท้ายประกันภัยรถยนต์ คุ้มครองประกันตัวผู้ขับขี่อย่างไร
ประกันวินาศภัย คือ การทำสัญญาประกันภัยรูปแบบหนึ่ง เพื่อชดเชยความเสียหายที่เกิดขึ้นกับทรัพย์สิน ซึ่งสามารถประเมินค่าเป็นตัวเงินได้ (โดยไม่รวมถึงการประกันชีวิต) หลักการทำงานคือ ผู้เอาประกันภัย ตกลงจ่ายเงินค่า เบี้ยประกัน ให้กับ ผู้รับประกันภัย (บริษัทประกัน) และหากเกิดเหตุไม่คาดฝันที่ทำให้ทรัพย์สินเสียหายตามที่ระบุไว้ใน กรมธรรม์ ทางบริษัทประกันจะทำการจ่าย ค่าสินไหมทดแทน เพื่อเยียวยาความเสียหายนั้นๆ ให้กลับมามีสภาพใกล้เคียงกับก่อนเกิดเหตุมากที่สุด การทำประกันวินาศภัยจึงเป็นเครื่องมือสำคัญในการบริหารความเสี่ยงทางเศรษฐกิจ เพื่อให้คุณอุ่นใจว่าทรัพย์สินที่มีค่าจะได้รับ ความคุ้มครอง อย่างเต็มที่ ประกันวินาศภัย มีกี่ประเภท อะไรบ้าง? หลายคนอาจสงสัยว่า ประกันวินาศภัย มีอะไรบ้าง ตามหลักเกณฑ์ทั่วไปแล้ว เราสามารถแบ่ง ประกันวินาศภัย 4 ประเภท หลักๆ ได้ดังต่อไปนี้: 1.ประกันอัคคีภัย (Fire Insurance) ประกันอัคคีภัย เป็นรูปแบบการคุ้มครองทรัพย์สินประเภทสิ่งปลูกสร้าง อาคาร บ้านเรือน รวมถึงทรัพย์สินที่อยู่ภายในอาคาร จากเหตุไฟไหม้ ฟ้าผ่า หรือภัยระเบิด นอกจากนี้ยังสามารถซื้อความคุ้มครองภัยธรรมชาติเพิ่มเติมได้ (เช่น น้ำท่วม ลมพายุ) สำหรับใครที่มีที่อยู่อาศัยเป็นของตนเอง การเลือกทำ ประกันบ้านและคอนโด ถือเป็นการลงทุนที่คุ้มค่า… Continue reading ประกันวินาศภัย คืออะไร? สิ่งสำคัญที่ช่วยปกป้องทรัพย์สินของคุณ
เวลาที่เรากำลังจะเลือกซื้อประกันรถยนต์ หลายคนมักจะเจอคำศัพท์ประกันภัยที่ชวนสับสน หนึ่งในนั้นคือคำว่า “Deductible” หรือ ค่าเสียหายส่วนแรก ซึ่งเป็นตัวแปรสำคัญที่ทำให้ค่าเบี้ยประกันรายปีของเราถูกลงได้อย่างมาก บทความนี้จะพาทุกคนไปทำความเข้าใจว่า Deductible คืออะไร ต้องจ่ายตอนไหน และต่างจากค่า Excess อย่างไร เพื่อให้คุณเลือกแผนกรมธรรม์ได้คุ้มค่าที่สุด Key Takeaways ความหมายของ ค่า Deductible (ค่าเสียหายส่วนแรกแบบสมัครใจ) ค่า Deductible (อ่านว่า ดีดักทิเบิล) หรือที่เรียกเป็นภาษาไทยว่า ค่าเสียหายส่วนแรกแบบสมัครใจ คือ จำนวนเงินแรกที่คุณตกลงกับบริษัทประกันภัยว่าจะรับผิดชอบจ่ายเองในแต่ละครั้งที่มีการเคลมประกัน โดยมีเงื่อนไขว่าอุบัติเหตุครั้งนั้น คุณเป็น “ฝ่ายผิด” หรือ “ไม่มีคู่กรณี” การระบุค่า Deductible ไว้ในกรมธรรม์ ถือเป็นกลยุทธ์ที่ช่วยให้ผู้เอาประกันประหยัดเงินค่าเบี้ยประกันรายปีได้มาก เพราะบริษัทประกันจะนำจำนวนเงิน Deductible ที่คุณเลือก ไปเป็นส่วนลดค่าเบี้ยประกันตอนซื้อนั่นเอง นอกจากการทำประกันภาคสมัครใจแล้ว ผู้ขับขี่ต้องไม่ลืมต่ออายุพ.ร.บ. รถยนต์ ซึ่งเป็นประกันภัยภาคบังคับ เพื่อรับความคุ้มครองค่ารักษาพยาบาลเบื้องต้นตามกฎหมายด้วย Deductible กับ Excess แตกต่างกันอย่างไร? เพื่อให้ทุกคนเข้าใจและไม่สับสนเวลาเคลมประกัน เราขอสรุปความแตกต่างของค่าเสียหายส่วนแรกทั้ง 2 แบบ… Continue reading Deductible คืออะไร? สิ่งที่คนมีรถต้องรู้ก่อนซื้อประกัน