คนส่วนใหญ่นิยมทำประกันรถยนต์ชั้น 1 แต่ราคาประกันรถยนต์ชั้น 1 ของแต่ละคนนั้นมีราคาไม่เท่ากัน เพราะมีเหตุปัจจัยหลายอย่างที่แตกต่างกันออกไป เช่น อายุของผู้ขับขี่ ประวัติในการขับขี่ หรือสภาพถนนและการใช้งาน ก็ส่งผลต่อราคาประกันรถยนต์ชั้น 1 ด้วยกันทั้งสิ้น มาร่วมกันหาคำตอบว่าราคาประกันรถยนต์ชั้น 1 ขึ้นอยู่กับอะไรบ้าง ได้จากบทความนี้ไปพร้อมๆ กันได้เลย
ราคาประกันรถยนต์ชั้น 1 ขึ้นอยู่กับ 4 ปัจจัย ดังต่อไปนี้
ประกันรถยนต์จะประเมินในการคิดเบี้ยประกันของผู้ทำประกันรถยนต์ชั้น 1 จาก อายุของผู้ทำประกัน โดยหากมีอายุน้อยหรือมีอายุตั้งแต่ 18-35 ปีก็จะมีส่วนลดในการคิดราคาประกันรถยนต์ชั้น 1 น้อยตามไปด้วย ยกเว้นว่าผู้ทำประกันจะมีอายุมาก อายุตั้งแต่ 50 ปีขึ้นไป มีสายตาฟ่าฟาง หรือตัดสินใจในการขับขี่รถไม่ได้ได้ปลอดภัยเหมือนอย่างเช่นเดิม ในส่วนนี้การคิดราคาประกันรถยนต์ชั้น 1 ก็อาจจะเพิ่มสูงขึ้นได้ตามความเหมาะสม
ประกันรถยนต์ชั้น 1 จะคิดเบี้ยประกันจากประวัติการขับขี่ หากว่าคุณสามารถขับขี่ยานพาหนะได้ดี โดยไม่มีการเคลมประกันอุบัติเหตุเลย หรือว่าเคลมจริง แต่ก็เคลมน้อยมาก คุณเองก็มีสิทธิ์ได้รับการพิจารณาในการคิดราคาประกันรถยนต์ชั้น 1 ที่ต่ำลงได้ในปีต่อๆ ไปเช่นเดียวกัน
อีกหนึ่งสิ่งที่ประกันรถยนต์ชั้น 1 ใช้ประเมินเบี้ยประกัน ก็คือ สภาพถนนที่ใช้ หากบริเวณที่คุณใช้งานรถยนต์นั้นเป็นถนนที่มีคุณภาพดี ไม่มีอุบัติเหตุเกิดแถวนั้นบ่อยครั้ง ในการคิดราคาประกันรถยนต์ชั้น 1 ก็จะถูกกว่าถนนที่สร้างไม่ดี เป็นทางลูกรัง หรือมีอุบัติเหตุเกิดบ่อยนั่นเอง
นอกจากนี้เบี้ยประกันของผู้ทำประกันรถยนต์ชั้น 1 ยังประเมินจากการใช้งาน หากคุณเป็นคนขับรถส่งของ มีการใช้งานของรถที่มากกว่าคนทั่วไป แบบนี้การคิดราคาประกันรถยนต์ชั้น 1 ของคุณก็จะแพงกว่าปกติ ในทางตรงกันข้าม หากคุณเป็นแม่บ้าน ใช้รถแค่ไปซื้อของที่ตลาดแล้วรับลูกกลับบ้าน ในส่วนนี้การคิดราคาประกันรถยนต์ชั้น 1 ก็จะต่ำกว่า เพราะมีการใช้งานรถที่น้อยกว่านั่นเอง
จริงๆ แล้วราคาประกันรถยนต์ชั้น 1 นั้นมีหลายปัจจัยในการคิดคำนวณ เพราะขึ้นอยู่กับอายุ อาชีพ ลักษณะการใช้งานและบริเวณที่คุณใช้รถอยู่เป็นประจำ ซึ่งมีผลต่อราคาประกันรถยนต์ชั้น 1 ที่ทางประกันรถยนต์จะประเมินในการคิดเบี้ยประกัน หากคุณสนใจทำประกันรถยนต์ชั้น 1 สามารถมาสมัครออนไลน์กับ insurverse ได้เลย
check_circleคัดลอกลิงก์เรียบร้อย
เมื่อเปิดดูตารางกรมธรรม์ประกันภัยรถยนต์ของตนเอง หลายคนอาจเคยสะดุดตากับคำว่า “ร.ย.03” ในหมวดความคุ้มครองเพิ่มเติม และเกิดคำถามว่า รย.03 คือ อะไร มีความสำคัญอย่างไรต่อผู้ขับขี่ หรือบางคนอาจกำลังสับสนระหว่างรหัสในเอกสารประกันภัยกับรหัสประเภทรถของกรมการขนส่งทางบก บทความนี้จะมาไขคำตอบให้ชัดเจน เพื่อให้คุณเข้าใจสิทธิประโยชน์และใช้ความคุ้มครองได้อย่างเต็มเม็ดเต็มหน่วย รย.03 คืออะไร ในตารางกรมธรรม์ประกันภัยรถยนต์? ในแวดวงประกันภัย ร.ย.03 (หรือ รย.03) คือ รหัสมาตรฐานที่สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) กำหนดให้เป็น “เอกสารแนบท้ายสัญญาประกันภัยรถยนต์ว่าด้วยการประกันตัวผู้ขับขี่ (Driver’s Bail Bond)” ความคุ้มครองนี้มีขึ้นเพื่อช่วยเหลือผู้เอาประกันภัยหรือผู้ขับขี่ที่ได้รับความยินยอมจากผู้เอาประกันภัย ในกรณีที่ขับรถเกิดอุบัติเหตุเฉี่ยวชนจนเป็นเหตุให้คู่กรณีได้รับบาดเจ็บสาหัส หรือถึงแก่ชีวิต ซึ่งพนักงานสอบสวน (ตำรวจ) จะต้องดำเนินคดีอาญาในข้อหาขับรถโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต โดยบริษัทประกันภัยจะทำหน้าที่นำหลักทรัพย์หรือหนังสือรับรองไปวางเป็นหลักประกันในการขอประกันตัวผู้ขับขี่ออกมาสู้คดีในชั้นพนักงานสอบสวน พนักงานอัยการ หรือชั้นศาล สาระสำคัญของเอกสารแนบท้าย ร.ย.03: คุ้มครองการประกันตัวผู้ขับขี่อย่างไร เงื่อนไขและขอบเขตความคุ้มครองของ ร.ย.03 มีรายละเอียดสำคัญที่ผู้ขับขี่ควรรู้ดังนี้: เปรียบเทียบเอกสารแนบท้าย ร.ย.01, ร.ย.02 และ ร.ย.03 แตกต่างกันอย่างไร? เอกสารแนบท้ายมาตรฐาน คปภ. ที่พบได้บ่อยในกรมธรรม์ภาคสมัครใจ ได้แก่: อย่าจำสับสน! ร.ย.03 (ประกันภัย)… Continue reading รย.03 คืออะไร เจาะลึกเอกสารแนบท้ายประกันภัยรถยนต์ คุ้มครองประกันตัวผู้ขับขี่อย่างไร
ประกันวินาศภัย คือ การทำสัญญาประกันภัยรูปแบบหนึ่ง เพื่อชดเชยความเสียหายที่เกิดขึ้นกับทรัพย์สิน ซึ่งสามารถประเมินค่าเป็นตัวเงินได้ (โดยไม่รวมถึงการประกันชีวิต) หลักการทำงานคือ ผู้เอาประกันภัย ตกลงจ่ายเงินค่า เบี้ยประกัน ให้กับ ผู้รับประกันภัย (บริษัทประกัน) และหากเกิดเหตุไม่คาดฝันที่ทำให้ทรัพย์สินเสียหายตามที่ระบุไว้ใน กรมธรรม์ ทางบริษัทประกันจะทำการจ่าย ค่าสินไหมทดแทน เพื่อเยียวยาความเสียหายนั้นๆ ให้กลับมามีสภาพใกล้เคียงกับก่อนเกิดเหตุมากที่สุด การทำประกันวินาศภัยจึงเป็นเครื่องมือสำคัญในการบริหารความเสี่ยงทางเศรษฐกิจ เพื่อให้คุณอุ่นใจว่าทรัพย์สินที่มีค่าจะได้รับ ความคุ้มครอง อย่างเต็มที่ ประกันวินาศภัย มีกี่ประเภท อะไรบ้าง? หลายคนอาจสงสัยว่า ประกันวินาศภัย มีอะไรบ้าง ตามหลักเกณฑ์ทั่วไปแล้ว เราสามารถแบ่ง ประกันวินาศภัย 4 ประเภท หลักๆ ได้ดังต่อไปนี้: 1.ประกันอัคคีภัย (Fire Insurance) ประกันอัคคีภัย เป็นรูปแบบการคุ้มครองทรัพย์สินประเภทสิ่งปลูกสร้าง อาคาร บ้านเรือน รวมถึงทรัพย์สินที่อยู่ภายในอาคาร จากเหตุไฟไหม้ ฟ้าผ่า หรือภัยระเบิด นอกจากนี้ยังสามารถซื้อความคุ้มครองภัยธรรมชาติเพิ่มเติมได้ (เช่น น้ำท่วม ลมพายุ) สำหรับใครที่มีที่อยู่อาศัยเป็นของตนเอง การเลือกทำ ประกันบ้านและคอนโด ถือเป็นการลงทุนที่คุ้มค่า… Continue reading ประกันวินาศภัย คืออะไร? สิ่งสำคัญที่ช่วยปกป้องทรัพย์สินของคุณ
เวลาที่เรากำลังจะเลือกซื้อประกันรถยนต์ หลายคนมักจะเจอคำศัพท์ประกันภัยที่ชวนสับสน หนึ่งในนั้นคือคำว่า “Deductible” หรือ ค่าเสียหายส่วนแรก ซึ่งเป็นตัวแปรสำคัญที่ทำให้ค่าเบี้ยประกันรายปีของเราถูกลงได้อย่างมาก บทความนี้จะพาทุกคนไปทำความเข้าใจว่า Deductible คืออะไร ต้องจ่ายตอนไหน และต่างจากค่า Excess อย่างไร เพื่อให้คุณเลือกแผนกรมธรรม์ได้คุ้มค่าที่สุด Key Takeaways ความหมายของ ค่า Deductible (ค่าเสียหายส่วนแรกแบบสมัครใจ) ค่า Deductible (อ่านว่า ดีดักทิเบิล) หรือที่เรียกเป็นภาษาไทยว่า ค่าเสียหายส่วนแรกแบบสมัครใจ คือ จำนวนเงินแรกที่คุณตกลงกับบริษัทประกันภัยว่าจะรับผิดชอบจ่ายเองในแต่ละครั้งที่มีการเคลมประกัน โดยมีเงื่อนไขว่าอุบัติเหตุครั้งนั้น คุณเป็น “ฝ่ายผิด” หรือ “ไม่มีคู่กรณี” การระบุค่า Deductible ไว้ในกรมธรรม์ ถือเป็นกลยุทธ์ที่ช่วยให้ผู้เอาประกันประหยัดเงินค่าเบี้ยประกันรายปีได้มาก เพราะบริษัทประกันจะนำจำนวนเงิน Deductible ที่คุณเลือก ไปเป็นส่วนลดค่าเบี้ยประกันตอนซื้อนั่นเอง นอกจากการทำประกันภาคสมัครใจแล้ว ผู้ขับขี่ต้องไม่ลืมต่ออายุพ.ร.บ. รถยนต์ ซึ่งเป็นประกันภัยภาคบังคับ เพื่อรับความคุ้มครองค่ารักษาพยาบาลเบื้องต้นตามกฎหมายด้วย Deductible กับ Excess แตกต่างกันอย่างไร? เพื่อให้ทุกคนเข้าใจและไม่สับสนเวลาเคลมประกัน เราขอสรุปความแตกต่างของค่าเสียหายส่วนแรกทั้ง 2 แบบ… Continue reading Deductible คืออะไร? สิ่งที่คนมีรถต้องรู้ก่อนซื้อประกัน