ปัจจุบันการเดินทางด้วยรถยนต์ส่วนตัวได้รับความนิยมเป็นอย่างสูง เพราะได้รับความสะดวกสบาย ถึงที่หมายรวดเร็ว สามารถเดินทางเป็นหมู่ขณะหรือท่องเที่ยวทางไกลกับครอบครัวได้อย่างสบาย แต่รู้หรือไม่ว่าการที่จะซื้อรถใหม่ 1 คันมีค่าใช้จ่ายอะไรบ้าง และเราควรที่จะเตรียมพร้อมรับมืออย่างไรเพื่อไม่ให้เกิดปัญหาในภายหลัง
สำหรับใครที่ไม่มีเงินสด จำเป็นที่จะต้องจัดเตรียมเงินดาวน์รถซึ่งมียอดขั้นต่ำที่สุดที่สามารถดาวน์ได้อยู่ที่ประมาณ 10-15 % ของราคารถ แต่ทั้งนี้จะต้องมีบุคคลคอยค้ำประกันให้ด้วย แต่ถ้าไม่มีผู้ค้ำประกันให้ อาจต้องเพิ่มวงเงินดาวน์ขยับมาที่ 25-30% ของราคารถ
หลังจากผ่านการจ่ายเงินดาวน์และค่างวดรถในเดือนแรกแล้ว ลำดับต่อไปจะเป็นในส่วนของค่างวดรถที่จะต้องจ่ายให้ตรงเวลาที่กำหนดในทุก ๆ เดือน เป็นระยะเวลาตามที่กำหนดไว้ในสัญญา โดยส่วนใหญ่จะอยู่ที่ 48 เดือน หรือ 60 เดือน หรือ 72 เดือน
เป็นที่แน่นอนว่ารถยนต์มือหนึ่ง ออกห้าง ป้ายแดง เจ้าของร้อยมากกว่า 100% นิยมทำประกันรถยนต์ชั้น 1 และจะต้องทำต่อไปอย่างน้อย 3 ปี สำหรับคนที่ต้องการให้ศูนย์บริการเป็นคนดูแลเมื่อต้องเคลมประกัน เพราะส่วนใหญ่รถที่มีอายุเกิน 3 ปี ขึ้นไป ต่อให้ทำประกันชั้น 1 เมื่อต้องเคลมประกันจะเคลมกับอู่ในเครือของบริษัทประกันภัยเท่านั้น
ในส่วนแรกเมื่ออกรถใหม่ รถทุกคันจะได้ป้ายแดงและสมุดทะเบียนป้ายแดง เพื่อให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบ ซึ่งจะมีการเช็ก พ.ร.บ.รถยนต์ราคา พร้อมทำกับทะเบียนรถในทันทีเมื่อนำรถไปใช้เพราะป้ายปกติจะยังไม่ได้ในทันที เพราะต้องส่งเรื่องไปดำเนินการกับกรมการขนส่งทางบก อาจใช้ระยะเวลาประมาณ 15-30 วัน ขึ้นอยู่กับเจ้าหน้าที่ว่าจะเร่งรีบให้ได้เพียงใด โดยในที่นี้จะต้องซื้อ พ.ร.บ. รถยนต์ พร้อมจ่ายค่าธรรมเนียมในการขอทะเบียนรถกับกรมขนส่งส่วนปีต่อ ๆ ไปก็ ต่อ พ.ร.บ. ออนไลน์ ได้
ปกติทางศูนย์บริการจะเติมน้ำมันให้อย่างน้อย 5 – 10 ลิตร หรือมากพอที่จะให้เจ้าของรถสามารถขับรถไปเติมน้ำมันยังปั๊มใกล้ ๆ ได้ เพราะทางศูนย์จะไม่เติมน้ำมันเต็มถังมาให้ เจ้าของรถเมื่อซื้อรถแล้วควรขับไปเติมด้วยตัวเอง
ค่าใช้จ่ายอื่น ๆ หมายถึง ค่าตกแต่ง ค่าฟิล์ม ค่ากล้องติดรถยนต์ ค่าติดตั้ง GPS และอื่น ๆ ขึ้นอยู่กับเจ้าของรถจะสามารถต่อรองของแถมและของเหล่านี้จากพนักงานขายได้มากน้อยเพียงใด
ทั้งหมดที่กล่าวมาเป็นค่าใช้จ่ายหลักสำหรับการไปออกรถใหม่ป้ายแดงที่ศูนย์บริการ ยังไม่นับรวมค่าใช้จ่ายแฝงอื่น ๆ ที่ต้องจ่ายตามระยะเวลาในการใช้รถและค่าใช้จ่ายประจำปีที่เจ้าของรถต้องเตรียมจ่ายไว้ด้วย เช่น ค่าเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่อง, ค่าล้างรถ, ค่าที่จอดรถ (ถ้ามี) ค่า พ.ร.บ. รถยนต์ และภาษีที่ต้องเสียทุกปี ซึ่งจะปล่อยให้ขาดไม่ได้ ที่ Insurverse รับ ต่อ พ.ร.บ. ออนไลน์ และประกันภัยรถยนต์ออนไลน์ สามารถเปรียบเทียบและดูความคุ้มค่าผ่านทางเว็บไซต์ได้ตลอด 24 ชั่วโมง เช็กเบี้ยเลย! เพื่อตรวจสอบ พ.ร.บ.รถยนต์ราคา ที่คุณพอใจ
check_circleคัดลอกลิงก์เรียบร้อย
การต่อภาษีรถยนต์ประจำปี ถือเป็นหน้าที่ตามกฎหมายของผู้ครอบครองรถยนต์และรถจักรยานยนต์ทุกคน แต่ด้วยภารกิจที่รัดตัว หลายคนอาจเผลอลืมวันหมดอายุจนทำให้ภาษีรถยนต์ขาด และเกิดความกังวลว่า ค่าปรับภาษีรถยนต์ คิดอย่างไร? ขาดกี่วันจึงจะเริ่มโดนปรับ? และหากขาดต่อภาษีเกิน 1 ปีหรือ 3 ปีจะมีผลเสียอย่างไรบ้าง บทความนี้จะพาคุณไปเจาะลึกอัตราค่าปรับตามกฎหมายของกรมการขนส่งทางบก วิธีคำนวณค่าปรับแบบเข้าใจง่าย เอกสารที่ต้องใช้ และขั้นตอนการต่อภาษีรถยนต์ย้อนหลังพร้อมต่อ พ.ร.บ. รถยนต์ออนไลน์ เพื่อให้รถของคุณกลับมาถูกต้องตามกฎหมายและขับขี่ได้อย่างสบายใจ 100% ค่าปรับภาษีรถยนต์ คิดอย่างไร? สรุปอัตราค่าปรับตามกฎหมายกรมการขนส่งทางบก ตามพระราชบัญญัติรถยนต์ พ.ศ. 2522 กรมการขนส่งทางบกได้กำหนดอัตราค่าปรับสำหรับผู้ที่ชำระภาษีรถยนต์ประจำปีล่าช้ากว่ากำหนดไว้อย่างชัดเจน อัตราค่าปรับร้อยละ 1 ต่อเดือน (เศษของเดือนคิดเป็น 1 เดือน) หากคุณไม่ได้ชำระภาษีรถยนต์ภายในเวลาที่กำหนด คุณจะต้องเสียค่าปรับในอัตรา “ร้อยละ 1 ต่อเดือน” ของยอดภาษีประจำปีที่ต้องชำระ โดยนับตั้งแต่วันที่ครบกำหนดจนถึงวันที่มาชำระเงิน และหากมีเศษของเดือนแม้เพียง 1 วัน กฎหมายจะปัดเศษนับเป็น 1 เดือนเต็มทันที ตัวอย่างการคำนวณค่าปรับภาษีรถยนต์ขาดต่อ 3 เดือน, 6 เดือน และ 1 ปี… Continue reading ค่าปรับภาษีรถยนต์ ขาดต่อคิดอย่างไร? สรุปอัตราค่าปรับ วิธีคำนวณ และขั้นตอนต่อภาษีย้อนหลัง
สำหรับเจ้าของรถจักรยานยนต์ที่ใช้งานรถคู่ใจมาหลายปี เมื่อถึงกำหนดเวลาต่อภาษีประจำปี (ต่อทะเบียนรถ) หลายคนอาจสงสัยว่า รถจักรยานยนต์ที่มีอายุครบกี่ปีต้องนำไปตรวจสภาพรถก่อนเสียภาษีประจำปี? ต้องตรวจที่ไหน? มีค่าใช้จ่ายเท่าไร? และสามารถตรวจสภาพแล้วต่อภาษีออนไลน์ได้หรือไม่ บทความนี้จะสรุปเกณฑ์กฎหมายการตรวจสภาพรถจักรยานยนต์จากกรมการขนส่งทางบก รายการตรวจเช็กมาตรฐานของสถานตรวจสภาพรถเอกชน (ตรอ.) พร้อมขั้นตอนการเตรียมเอกสารและต่อ พ.ร.บ. ออนไลน์ (ซึ่งมีขั้นตอนที่สะดวกสบายไม่แพ้การต่อ พ.ร.บ. รถยนต์ เพื่อให้คุณดำเนินการต่อภาษีรถได้อย่างสะดวกรวดเร็วและถูกต้อง 100% รถจักรยานยนต์อายุครบกี่ปี ต้องนำไปตรวจสภาพรถ (ตรอ.) ก่อนเสียภาษี? เกณฑ์กฎหมาย: รถจักรยานยนต์ที่มีอายุการใช้งานครบ 5 ปีขึ้นไป ตามกฎหมายของกรมการขนส่งทางบก รถจักรยานยนต์ที่มีอายุการใช้งานครบ 5 ปีขึ้นไป (นับตั้งแต่วันที่จดทะเบียนครั้งแรก) จะต้องนำรถเข้าตรวจสภาพ ณ สถานตรวจสภาพรถเอกชน (ตรอ.) หรือสำนักงานขนส่ง เพื่อรับใบรับรองการตรวจสภาพรถ ก่อนจึงจะสามารถชำระภาษีรถประจำปีได้ วิธีนับอายุรถจักรยานยนต์จากเล่มทะเบียนรถ (นับจากวันจดทะเบียนครั้งแรก) การนับอายุรถให้นับจาก “วันจดทะเบียนครั้งแรก” ที่ระบุในใบคู่มือจดทะเบียนรถ (เล่มเขียว) จนถึงวันสิ้นอายุภาษีประจำปีรอบปัจจุบัน เช่น จดทะเบียนวันที่ 10 กันยายน 2564 เมื่อถึงรอบต่อภาษีวันที่ 10 กันยายน 2569… Continue reading รถจักรยานยนต์ที่มีอายุครบกี่ปีต้องนำไปตรวจสภาพรถก่อนเสียภาษีประจำปี?
พ.ร.บ. รถจักรยานยนต์ หรือประกันภัยภาคบังคับตาม พ.ร.บ. คุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ คือเอกสารสำคัญที่สุดที่ผู้ครอบครองรถจักรยานยนต์ทุกคนต้องจัดทำเป็นประจำทุกปี เพื่อให้ได้รับความคุ้มครองค่ารักษาพยาบาลเมื่อเกิดอุบัติเหตุ และใช้เป็นหลักฐานจำเป็นในการต่อภาษีรถประจำปี ซึ่งมีความสำคัญและเป็นไฟลท์บังคับตามกฎหมายเช่นเดียวกับการทำ พ.ร.บ. รถยนต์ สำหรับคนที่กำลังเตรียมตัวต่อ พ.ร.บ. มอเตอร์ไซค์ และสงสัยว่า ต่อพรบรถจักรยานยนต์ ใช้อะไรบ้าง? ค่าเบี้ย พ.ร.บ. มอเตอร์ไซค์ ราคาเท่าไรตามขนาด ซีซี? และสามารถต่อ พ.ร.บ. ออนไลน์ได้ทันทีหรือไม่ บทความนี้สรุปทุกข้อมูลให้ครบถ้วนในที่เดียว เช็กลิสต์เอกสารที่ต้องใช้ในการต่อ พ.ร.บ. รถจักรยานยนต์ การต่อ พ.ร.บ. รถจักรยานยนต์ในปัจจุบันสะดวกรวดเร็วมาก โดยเฉพาะการต่อออนไลน์ ใช้เอกสารเพียงไม่กี่อย่าง 1.ใบคู่มือจดทะเบียนรถ (เล่มเขียว) หรือสำเนาหน้าทะเบียนรถ ใช้สำหรับดูข้อมูลสำคัญของรถ ได้แก่ หมายเลขทะเบียนรถ จังหวัดที่จดทะเบียน หมายเลขตัวถัง และขนาดเครื่องยนต์ (CC) 2. บัตรประจำตัวประชาชนของเจ้าของรถ ใช้ระบุชื่อ-นามสกุล และเลขประจำตัวประชาชน 13 หลักของผู้เอาประกันภัย 3. ข้อมูลขนาดเครื่องยนต์ (CC) และเลขตัวถังรถ เพื่อใช้คำนวณอัตราเบี้ยประกันภัย… Continue reading ต่อพรบรถจักรยานยนต์ ใช้อะไรบ้าง? เช็กเอกสาร ราคา พ.ร.บ. ตามซีซี และวิธีต่อออนไลน์