เมื่อ อุบัติเหตุ จาก รถ เกิดขึ้น พ.ร.บ.รถ คุ้มครองอะไรบ้าง และมีวิธีการเบิกค่ารักษาพยาบาลอย่างไร หาคำตอบได้ที่นี่! แม้ว่าคนใช้รถใช้ถนนจะระมัดระวังแล้ว แต่อุบัติเหตุก็สามารถเกิดขึ้นได้ ซึ่งความรุนแรงของอุบัติเหตุมีทั้งทำให้พาหนะเสียหายและทำให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บ พ.ร.บ.รถยนต์ จึงเป็นเครื่องมือช่วยบรรเทาความเสี่ยงในการรักษาพยาบาลของผู้ประสบภัยที่รถทุกคันควรมี
ในส่วนของการดูแลผู้ประสบภัยจากอุบัติเหตุทางรถ ควรรีบโทรศัพท์ประสานกับโรงพยาบาลที่ใกล้ที่สุดโดยด่วน หรือโทร 1669 เมื่อนำตัวผู้ประสบภัยส่งโรงพยาบาลเรียบร้อยแล้ว จะเป็นส่วนของการสืบหาข้อเท็จจริงของอุบัติเหตุว่าผู้ใดเป็นฝ่ายผิด – ถูก โดยติดต่อประสานกับตำรวจเพื่อลงบันทึกประจำวันและขอสำเนาบันทึกประจำวันเอาไว้ใช้เป็นหลักฐานในการสืบข้อเท็จจริง พร้อมกับติดต่อบริษัทประกันภัยรถยนต์ที่ทำเอาไว้ จากนั้นถ่ายรูปเพื่อเก็บหลักฐานเอาไว้ว่ามีความเสียหายมากน้อยเพียงใด รวมถึงขอชื่อ ที่อยู่และเบอร์ติดต่อ คู่กรณีและพยานที่อยู่ในเหตุการณ์ พร้อมทั้งจัดเตรียมเอกสารสำคัญที่ใช้ในการเบิกประกันภัย เช่น สำเนากรมธรรม์ประกันภัยรถยนต์, สำเนาบัตรประชาชนของตัวเอง
เมื่อนำตัวผู้บาดเจ็บเข้ารักษาตัวในโรงพยาบาลแล้วให้ผู้ประสบภัยหรือญาติของผู้ประสบภัยมอบอำนาจให้โรงพยาบาลเป็นผู้เรียกเก็บค่าใช้จ่ายจาก พ.ร.บ. รถยนต์คันที่ผู้ประสบภัยเดินทางมาด้วย โดยในกรณีที่ยังไม่สืบหาข้อเท็จจริง ผู้ประสบภัยสามารถเบิกค่ารักษาพยาบาลได้ตามที่จ่ายจริง ไม่เกิน 30,000 บาท และกรณีที่ผู้ประสบภัยสูญเสียอวัยวะ ทุพพลภาพ หรือเสียชีวิต สามารถเบิกค่าเสียหายได้อีก 35,000 บาท โดยสามารถเบิกความเสียหายทั้ง 2 กรณีรวมกันได้ไม่เกิน 65,000 บาท และเมื่อสืบหาข้อเท็จจริงแล้วพบว่าผู้ประสบภัยเป็นฝ่ายถูกสามารถเรียกค่าเสียหายจาก พ.ร.บ. รถยนต์ ของคู่กรณีได้ รวมถึงผู้ประสบภัยที่เป็นฝ่ายถูกจะสามารถเบิกค่าสินไหมทดแทนเพิ่มได้ ตามรายละเอียด ดังนี้
ทั้งนี้ เมื่อเบิกค่าสินไหมจาก พ.ร.บ. ตามวงเงินและเงื่อนไขแล้ว ผู้ประสบภัยจึงเรียกค่าสินไหมและค่าชดเชยจากประกันรถยนต์ภาคสมัครใจและสิทธิรักษาพยาบาลที่ถือครองต่อไป
เมื่อเห็นถึงความสำคัญของการมี พ.ร.บ.รถยนต์ แล้ว ควรต่อ พ.ร.บ. ก่อนครบกำหนดเสมอ เพิ่มความคุ้มค่าด้วยราคา พ.ร.บ. สำหรับรถเก๋ง/รถกระบะ 4 ประตู ในราคาเริ่มต้น 569 บาท/ปี, กระบะ 2 ประตู ในราคาเริ่มต้น 869 บาท/ปี และรถตู้ ในราคาเริ่มต้น 1,069 บาทต่อปี ที่ Insurverse คลิกเพื่อซื้อ พ.ร.บ. ได้ที่นี่
check_circleคัดลอกลิงก์เรียบร้อย
การต่อภาษีรถยนต์ประจำปี ถือเป็นหน้าที่ตามกฎหมายของผู้ครอบครองรถยนต์และรถจักรยานยนต์ทุกคน แต่ด้วยภารกิจที่รัดตัว หลายคนอาจเผลอลืมวันหมดอายุจนทำให้ภาษีรถยนต์ขาด และเกิดความกังวลว่า ค่าปรับภาษีรถยนต์ คิดอย่างไร? ขาดกี่วันจึงจะเริ่มโดนปรับ? และหากขาดต่อภาษีเกิน 1 ปีหรือ 3 ปีจะมีผลเสียอย่างไรบ้าง บทความนี้จะพาคุณไปเจาะลึกอัตราค่าปรับตามกฎหมายของกรมการขนส่งทางบก วิธีคำนวณค่าปรับแบบเข้าใจง่าย เอกสารที่ต้องใช้ และขั้นตอนการต่อภาษีรถยนต์ย้อนหลังพร้อมต่อ พ.ร.บ. รถยนต์ออนไลน์ เพื่อให้รถของคุณกลับมาถูกต้องตามกฎหมายและขับขี่ได้อย่างสบายใจ 100% ค่าปรับภาษีรถยนต์ คิดอย่างไร? สรุปอัตราค่าปรับตามกฎหมายกรมการขนส่งทางบก ตามพระราชบัญญัติรถยนต์ พ.ศ. 2522 กรมการขนส่งทางบกได้กำหนดอัตราค่าปรับสำหรับผู้ที่ชำระภาษีรถยนต์ประจำปีล่าช้ากว่ากำหนดไว้อย่างชัดเจน อัตราค่าปรับร้อยละ 1 ต่อเดือน (เศษของเดือนคิดเป็น 1 เดือน) หากคุณไม่ได้ชำระภาษีรถยนต์ภายในเวลาที่กำหนด คุณจะต้องเสียค่าปรับในอัตรา “ร้อยละ 1 ต่อเดือน” ของยอดภาษีประจำปีที่ต้องชำระ โดยนับตั้งแต่วันที่ครบกำหนดจนถึงวันที่มาชำระเงิน และหากมีเศษของเดือนแม้เพียง 1 วัน กฎหมายจะปัดเศษนับเป็น 1 เดือนเต็มทันที ตัวอย่างการคำนวณค่าปรับภาษีรถยนต์ขาดต่อ 3 เดือน, 6 เดือน และ 1 ปี… Continue reading ค่าปรับภาษีรถยนต์ ขาดต่อคิดอย่างไร? สรุปอัตราค่าปรับ วิธีคำนวณ และขั้นตอนต่อภาษีย้อนหลัง
สำหรับเจ้าของรถจักรยานยนต์ที่ใช้งานรถคู่ใจมาหลายปี เมื่อถึงกำหนดเวลาต่อภาษีประจำปี (ต่อทะเบียนรถ) หลายคนอาจสงสัยว่า รถจักรยานยนต์ที่มีอายุครบกี่ปีต้องนำไปตรวจสภาพรถก่อนเสียภาษีประจำปี? ต้องตรวจที่ไหน? มีค่าใช้จ่ายเท่าไร? และสามารถตรวจสภาพแล้วต่อภาษีออนไลน์ได้หรือไม่ บทความนี้จะสรุปเกณฑ์กฎหมายการตรวจสภาพรถจักรยานยนต์จากกรมการขนส่งทางบก รายการตรวจเช็กมาตรฐานของสถานตรวจสภาพรถเอกชน (ตรอ.) พร้อมขั้นตอนการเตรียมเอกสารและต่อ พ.ร.บ. ออนไลน์ (ซึ่งมีขั้นตอนที่สะดวกสบายไม่แพ้การต่อ พ.ร.บ. รถยนต์ เพื่อให้คุณดำเนินการต่อภาษีรถได้อย่างสะดวกรวดเร็วและถูกต้อง 100% รถจักรยานยนต์อายุครบกี่ปี ต้องนำไปตรวจสภาพรถ (ตรอ.) ก่อนเสียภาษี? เกณฑ์กฎหมาย: รถจักรยานยนต์ที่มีอายุการใช้งานครบ 5 ปีขึ้นไป ตามกฎหมายของกรมการขนส่งทางบก รถจักรยานยนต์ที่มีอายุการใช้งานครบ 5 ปีขึ้นไป (นับตั้งแต่วันที่จดทะเบียนครั้งแรก) จะต้องนำรถเข้าตรวจสภาพ ณ สถานตรวจสภาพรถเอกชน (ตรอ.) หรือสำนักงานขนส่ง เพื่อรับใบรับรองการตรวจสภาพรถ ก่อนจึงจะสามารถชำระภาษีรถประจำปีได้ วิธีนับอายุรถจักรยานยนต์จากเล่มทะเบียนรถ (นับจากวันจดทะเบียนครั้งแรก) การนับอายุรถให้นับจาก “วันจดทะเบียนครั้งแรก” ที่ระบุในใบคู่มือจดทะเบียนรถ (เล่มเขียว) จนถึงวันสิ้นอายุภาษีประจำปีรอบปัจจุบัน เช่น จดทะเบียนวันที่ 10 กันยายน 2564 เมื่อถึงรอบต่อภาษีวันที่ 10 กันยายน 2569… Continue reading รถจักรยานยนต์ที่มีอายุครบกี่ปีต้องนำไปตรวจสภาพรถก่อนเสียภาษีประจำปี?
พ.ร.บ. รถจักรยานยนต์ หรือประกันภัยภาคบังคับตาม พ.ร.บ. คุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ คือเอกสารสำคัญที่สุดที่ผู้ครอบครองรถจักรยานยนต์ทุกคนต้องจัดทำเป็นประจำทุกปี เพื่อให้ได้รับความคุ้มครองค่ารักษาพยาบาลเมื่อเกิดอุบัติเหตุ และใช้เป็นหลักฐานจำเป็นในการต่อภาษีรถประจำปี ซึ่งมีความสำคัญและเป็นไฟลท์บังคับตามกฎหมายเช่นเดียวกับการทำ พ.ร.บ. รถยนต์ สำหรับคนที่กำลังเตรียมตัวต่อ พ.ร.บ. มอเตอร์ไซค์ และสงสัยว่า ต่อพรบรถจักรยานยนต์ ใช้อะไรบ้าง? ค่าเบี้ย พ.ร.บ. มอเตอร์ไซค์ ราคาเท่าไรตามขนาด ซีซี? และสามารถต่อ พ.ร.บ. ออนไลน์ได้ทันทีหรือไม่ บทความนี้สรุปทุกข้อมูลให้ครบถ้วนในที่เดียว เช็กลิสต์เอกสารที่ต้องใช้ในการต่อ พ.ร.บ. รถจักรยานยนต์ การต่อ พ.ร.บ. รถจักรยานยนต์ในปัจจุบันสะดวกรวดเร็วมาก โดยเฉพาะการต่อออนไลน์ ใช้เอกสารเพียงไม่กี่อย่าง 1.ใบคู่มือจดทะเบียนรถ (เล่มเขียว) หรือสำเนาหน้าทะเบียนรถ ใช้สำหรับดูข้อมูลสำคัญของรถ ได้แก่ หมายเลขทะเบียนรถ จังหวัดที่จดทะเบียน หมายเลขตัวถัง และขนาดเครื่องยนต์ (CC) 2. บัตรประจำตัวประชาชนของเจ้าของรถ ใช้ระบุชื่อ-นามสกุล และเลขประจำตัวประชาชน 13 หลักของผู้เอาประกันภัย 3. ข้อมูลขนาดเครื่องยนต์ (CC) และเลขตัวถังรถ เพื่อใช้คำนวณอัตราเบี้ยประกันภัย… Continue reading ต่อพรบรถจักรยานยนต์ ใช้อะไรบ้าง? เช็กเอกสาร ราคา พ.ร.บ. ตามซีซี และวิธีต่อออนไลน์