เชื่อว่า พ.ร.บ. รถยนต์ คุ้มครองอะไรบ้าง เป็นหนึ่งในหลายคำถามที่คนมีรถสงสัยทุกครั้งที่ต้องจ่ายเงินค่า ต่อพ.ร.บ.รถยนต์ ประจำปี เพราะถึงแม้ว่า พ.ร.บ.รถยนต์ราคา ถูกกว่า แต่ถึงอย่างนั้นเวลาที่เกิดอุบัติเหตุส่วนใหญ่มักนึกถึงประกันรถยนต์ภาคสมัครใจเป็นอันดับแรก เนื่องจากให้ความคุ้มครองและวงเงินประกันที่มากกว่า ทั้ง ๆ ในความจริงแล้ว พ.ร.บ. รถยนต์เป็นประกันภาคบังคับตามกฎหมายที่ให้ความคุ้มครองทั้งฝ่ายถูกและฝ่ายผิด ทั้งนี้ก็เพื่อให้ผู้ประสบเหตุทุกคนสามารถเข้าถึงการรักษาพยาบาลและความช่วยเหลือได้อย่างรวดเร็ว แต่ พ.ร.บ. รถยนต์จะให้ความคุ้มครองเรื่องไหนบ้างนั้น มาดูกันเลย
สำหรับความคุ้มครองจากประกันภัยรถยนต์ภาคบังคับหรือ พ.ร.บ. รถยนต์จะให้ความคุ้มครองเป็น 2 ส่วน ได้แก่ ความคุ้มครองความเสียหายเบื้องต้นและค่าสินไหมทดแทน โดยในส่วนของความคุ้มครองความเสียหายเบื้องต้นทาง พ.ร.บ. รถยนต์จะให้ความคุ้มครองผู้ประสบอุบัติเหตุทุกคนทันที ในขณะที่ความคุ้มครองในส่วนของค่าสินไหมทดแทนจะให้ความคุ้มครองกับฝ่ายถูกหลังจากพิสูจน์ความจริงเรียบร้อยแล้ว ซึ่งในแต่ละส่วนให้ความคุ้มครองดังต่อไปนี้
ในการเบิกเคลม พ.ร.บ. รถยนต์ให้เตรียมเอกสารสำเนาบัตรประชาชนหรือสูติบัตร (กรณีอายุน้อยกว่า 15 ปี) ของผู้ประสบอุบัติเหตุ สำเนาทะเบียนบ้านของผู้ประสบอุบัติเหตุ สำเนาทะเบียนรถยนต์ที่ก่อเหตุ สำเนาใบกรมธรรม์ พ.ร.บ. รถยนต์ ใบแจ้งความหรือบันทึกประจำวันที่ออกโดยเจ้าหน้าที่ตำรวจ และเอกสารอื่น ๆ ขึ้นอยู่กับกรณีที่ต้องการเบิกเคลมจาก พ.ร.บ. รถยนต์ โดยกรณีบาดเจ็บเพิ่มเอกสารใบเสร็จค่ารักษาพยาบาล กรณีเสียชีวิตเพิ่มเอกสารใบมรณบัตร กรณีทุพพลภาพเพิ่มใบรับรองแพทย์และหนังสือรับรองการเป็นผู้พิการที่ออกโดยแพทย์ ส่วนการเบิกเงินชดเชยกรณีเข้ารับการรักษาพยาบาลในฐานะผู้ป่วยในต้องมีใบรับรองแพทย์หรือหนังสือรับรองการรักษาตัวในฐานะผู้ป่วยในที่ออกโดยโรงพยาบาลที่เข้ารับการรักษาตัว อย่างไรก็ตามหากให้ทายาทหรือบุคคลอื่นมาดำเนินการเบิกเงินค่ารักษาพยาบาลหรือเงินชดเชยแทน ต้องมีเอกสารแสดงความสัมพันธ์ สำเนาบัตรประชาชนของผู้มอบอำนาจ และหนังสือมอบอำนาจมาแสดงต่อเจ้าหน้าที่ด้วย สำหรับการเบิกเคลมประกันจาก พ.ร.บ. รถยนต์สามารถดำเนินการได้ภายใน 180 วัน หลังเกิดอุบัติเหตุโดยนับจากวันลงบันทึกประจำวัน สามารถยื่นเอกสารได้ที่โรงพยาบาลหรือติดต่อกับบริษัทกลางคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ ซึ่งหากเอกสารครบถ้วนผู้ประสบอุบัติเหตุจะได้รับเงินชดเชยตามสิทธิ์ภายใน 7 วัน
เป็นอย่างไรบ้างสำหรับข้อมูลดี ๆ และคำตอบของคำถาม พ.ร.บ. รถยนต์ คุ้มครองอะไรบ้าง ที่เรานำมาฝาก ซึ่งจะเห็นว่าเมื่อเทียบราคาที่จ่ายในการ ต่อพ.ร.บ.รถยนต์ กับความคุ้มครองที่ได้รับคงต้องบอกว่าคุ้มค่าเกินราคา แต่สำหรับใครที่ใกล้ต่อ พ.ร.บ. แต่ยังไม่รู้ว่าจะต่อที่ไหนดี แนะนำให้ต่อกับ Insurverse ที่มาพร้อม พ.ร.บ.รถยนต์ราคา ถูกกว่า ซื้อแล้วให้ความคุ้มครองทันทีไม่ต้องรอต่อภาษี แถมด้วยบริการแจ้งเตือนก่อน พ.ร.บ. หมดอายุในรอบถัดไป รับประกันว่าคุ้มกว่านี้ไม่มีอีกแล้ว หากสนใจคลิกเช็กเบี้ยเลยที่นี่!
check_circleคัดลอกลิงก์เรียบร้อย
หากคุณกำลังสงสัยว่า ตรอ ย่อมาจากอะไร? คำตอบที่ถูกต้องคือ ตรอ. ย่อมาจากคำว่า “สถานตรวจสภาพรถเอกชน” ซึ่งเป็นหน่วยงานหรือสถานประกอบการที่ได้รับใบอนุญาตจากกรมการขนส่งทางบก ให้ทำหน้าที่ตรวจสอบความพร้อมและสภาพของรถยนต์และรถจักรยานยนต์ที่มีอายุการใช้งานถึงเกณฑ์ที่กฎหมายกำหนด เพื่อให้มั่นใจว่ารถคันดังกล่าวมีความปลอดภัยในการใช้งานบนท้องถนน และไม่สร้างมลพิษทางอากาศเกินมาตรฐาน ก่อนที่เจ้าของรถจะนำผลการตรวจไปใช้เป็นหลักฐานในการต่อภาษีรถยนต์ประจำปี ตรอ. (สถานตรวจสภาพรถเอกชน) มีหน้าที่ทำอะไรบ้าง? สถานตรวจสภาพรถเอกชน (ตรอ.) มีหน้าที่หลักในการตรวจเช็กระบบความปลอดภัยของรถ ได้แก่ ระบบเบรก, การทดสอบศูนย์ล้อ, ความสว่างและทิศทางของโคมไฟหน้า, การวัดก๊าซคาร์บอนมอนอกไซด์และก๊าซไฮโดรคาร์บอน (สำหรับรถเครื่องยนต์เบนซิน), การวัดควันดำ (สำหรับรถเครื่องยนต์ดีเซล) รวมไปถึงระดับเสียงของท่อไอเสีย เมื่อตรวจสภาพผ่านเรียบร้อยแล้ว คุณจะได้รับ “ใบรับรองการตรวจสภาพรถ” เพื่อนำไปใช้ต่อภาษี และซื้อพ.ร.บ. รถยนต์ ซึ่งเป็นประกันภัยภาคบังคับที่กฎหมายกำหนดให้รถทุกคันต้องมี เพื่อคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ รถอายุเท่าไหร่ ถึงต้องนำไปตรวจสภาพที่ ตรอ. ไม่ใช่รถทุกคันที่ต้องเข้าตรวจสภาพ แต่กฎหมายตามพระราชบัญญัติรถยนต์ กำหนดเงื่อนไขอายุการใช้งานของรถที่ต้องเข้าตรวจ ตรอ. ไว้ดังนี้: สำหรับรถยนต์ (อายุเกิน 7 ปี) สำหรับรถจักรยานยนต์ (อายุเกิน 5 ปี) เตรียมตัวก่อนไป ตรอ. ต้องใช้เอกสารอะไรบ้าง? เพื่อความรวดเร็วในการเข้ารับบริการ… Continue reading ตรอ ย่อมาจากอะไร? เรื่องที่คนมีรถต้องรู้ก่อนต่อภาษี
รถยนต์ส่วนบุคคล (ไม่เกิน 7 ที่นั่ง) ต้องตรวจสภาพเมื่อมีอายุการใช้งานครบ 7 ปีขึ้นไป โดยนับจากวันที่จดทะเบียนครั้งแรก ส่วนรถจักรยานยนต์ต้องตรวจเมื่ออายุครบ 5 ปีขึ้นไป จึงจะสามารถนำใบรับรองจากสถานตรวจสภาพรถเอกชน (ตรอ.) ไปใช้เป็นหลักฐานในการต่อภาษีรถยนต์ประจำปีได้ หากไม่ทำการตรวจสภาพ จะไม่สามารถต่อภาษีและเสี่ยงต่อการถูกปรับตามกฎหมาย สรุปชัดๆ รถแต่ละประเภทกี่ปีต้องตรวจสภาพ (ตรอ.) เพื่อให้ผู้ใช้รถเตรียมตัวได้อย่างถูกต้อง กรมการขนส่งทางบกได้กำหนดอายุการใช้งานของรถแต่ละประเภทที่ต้องเข้ารับการตรวจสภาพไว้ดังนี้ครับ รถยนต์ส่วนบุคคล (ไม่เกิน 7 ที่นั่ง และเกิน 7 ที่นั่ง) ต้องเข้ารับการตรวจสภาพเมื่ออายุการใช้งานครบ 7 ปีขึ้นไป (เช่น รถที่จดทะเบียนในปี 2559 จะต้องเริ่มตรวจสภาพในปี 2566 เป็นต้นไป) รถบรรทุกส่วนบุคคล ต้องเข้ารับการตรวจสภาพเมื่ออายุการใช้งานครบ 7 ปีขึ้นไป เช่นเดียวกับรถยนต์ส่วนบุคคล รถจักรยานยนต์ ต้องเข้ารับการตรวจสภาพเมื่ออายุการใช้งานครบ 5 ปีขึ้นไป สามารถตรวจสภาพรถ (ตรอ.) ล่วงหน้าได้กี่เดือน? เจ้าของรถสามารถนำรถไปตรวจสภาพล่วงหน้าได้ ไม่เกิน 3 เดือน (90 วัน)… Continue reading รถยนต์กี่ปีต้องตรวจสภาพ? สรุปข้อมูลอัปเดตล่าสุดก่อนต่อภาษี
หากคุณกำลังเตรียมต่อทะเบียนรถกระบะ สิ่งที่ต้องเตรียมไม่ใช่แค่ค่าภาษีประจำปี แต่ยังรวมถึงค่า พ.ร.บ. ที่กฎหมายกำหนดให้รถทุกคันต้องมีด้วย หลายคนจึงมักค้นหาว่า ต่อพ.ร.บ.+ภาษี รถกระบะ ราคาเท่าไหร่ เพื่อวางแผนค่าใช้จ่ายล่วงหน้า นอกเหนือจากค่าประกันรถยนต์ Key takeway พ.ร.บ. รถกระบะ คืออะไร? พ.ร.บ. รถกระบะ หรือ พระราชบัญญัติคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ เป็นประกันภาคบังคับที่เจ้าของรถทุกคันต้องจัดทำตามกฎหมาย ไม่ว่าจะเป็นรถกระบะส่วนบุคคล รถกระบะ 2 ประตู หรือรถกระบะ 4 ประตู หน้าที่หลักของ พ.ร.บ. รถยนต์ คือให้ความคุ้มครองเบื้องต้นแก่ผู้ประสบภัยจากอุบัติเหตุทางรถยนต์ เช่น ค่ารักษาพยาบาล ค่าชดเชยกรณีบาดเจ็บ ทุพพลภาพ หรือเสียชีวิต โดยไม่จำเป็นต้องรอพิสูจน์ว่าใครเป็นฝ่ายผิด ทั้งยังเป็นเอกสารสำคัญที่ต้องใช้ในการต่อภาษีรถประจำปีอีกด้วย พ.ร.บ. รถกระบะ ราคาเท่าไหร่ ? ต่อพ.ร.บ.+ภาษี รถกระบะ ต้องรู้ราคา รถกระบะจะกำหนดตามประเภทรถ โดยมีอัตรามาตรฐานตามที่กฎหมายกำหนด อย่างไรก็ตาม ผู้ให้บริการบางรายอาจมีราคาโปรโมชันหรือส่วนลด ทำให้ผู้บริโภคสามารถประหยัดค่าใช้จ่ายได้มากขึ้น ต่อ พ.ร.บ. รถยนต์ กระบะ… Continue reading ต่อพ.ร.บ.+ภาษี รถกระบะ ราคา เช็กง่าย ต่อออนไลน์ได้ทันที