อย่างที่คนมีรถทุกคนรู้กันดีอยู่แล้วว่า พ.ร.บ. รถยนต์หรือประกันรถยนต์ภาคบังคับเป็นประกันภัยที่ให้ความคุ้มครองผู้ประสบอุบัติเหตุทางรถยนต์ทุกฝ่าย เพื่อให้ทุกคนเข้าถึงการรักษาพยาบาลและเงินชดเชยความเสียหายต่อร่างกาย โดยไม่ต้องผ่านการพิสูจน์ความผิด หรือพูดให้เข้าใจง่าย ๆ คือถ้าหากรถยนต์ที่เกิดอุบัติเหตุ ต่อพ.ร.บ.รถยนต์ กับบริษัทกลางคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถตามที่กฎหมายกำหนด ไม่ว่าจะเป็นฝ่ายถูกหรือผิดสามารถเข้ารับการรักษาพยาบาลในโรงพยาบาลของรัฐหรือเอกชนได้ทันที แต่ผู้ประสบอุบัติเหตุสามารถเบิกค่ารักษาพยาบาลจาก พ.ร.บ.คุ้มครอง ได้เท่าไหร่ และนอกเหนือจากค่ารักษาพยาบาล พ.ร.บ.รถ คุ้มครองอะไรบ้าง นั้น เรามีคำตอบมาฝาก
กรณีการคุ้มครองความเสียหายเบื้องต้น ผู้บาดเจ็บทุกคนจะได้รับตามที่จ่ายจริงให้กับโรงพยาบาล สูงสุดไม่เกิน 30,000 บาท แต่ถ้าได้รับการพิสูจน์ว่าเป็นฝ่ายถูกจะได้รับความคุ้มครองค่ารักษาพยาบาลปรับเพิ่มขึ้นเป็นสูงสุด 80,000 บาท และที่สำคัญยังได้รับเงินชดเชยอีกวันละ 200 บาท สูงสุด 20 วันด้วย สำหรับการขอรับความคุ้มครองให้ผู้บาดเจ็บหรือทายาทที่รับมอบอำนาจนำเอกสารสำเนาใบกรมธรรม์ พ.ร.บ. รถที่ยังไม่หมดอายุ สำเนาบัตรประชาชนของผู้บาดเจ็บ ใบแจ้งความหรือบันทึกประจำวัน หลักฐานแสดงว่าเป็นผู้ประสบอุบัติเหตุที่ออกโดยส่วนราชการ ใบรับรองแพทย์ และใบเสร็จค่ารักษาพยาบาลยื่นที่โรงพยาบาลหรือบริษัทกลางคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ
หากตรวจสอบว่าผู้ประสบอุบัติเหตุได้รับการวินิจฉัยจากแพทย์ว่ามีอาการทุพพลภาพถาวร ส่วนของการคุ้มครองความเสียหายเบื้องต้นจะได้รับเงินชดเชย 35,000 บาท แต่หลังจากมีการตรวจสอบแล้วว่าเป็นฝ่ายถูกจะได้รับเงินชดเชยเพิ่มเติมตามที่ระบุไว้ในเงื่อนไขของ พ.ร.บ.คุ้มครอง โดยถ้าเป็นการสูญเสียนิ้วมือตั้งแต่ 1 ข้อขึ้นไป รับเงินชดเชย 200,000 บาท สูญเสียอวัยวะตั้งแต่ 1 ส่วน รับเงินชดเชย 250,000 บาท สูญเสียอวัยวะตั้งแต่ 2 ส่วน รับเงินชดเชย 500,000 บาท ทุพพลภาพถาวร 300,000 บาท และทุพพลภาพถาวรสิ้นเชิง 500,000 บาท ด้วยเหตุนี้ในการขอรับเงินชดเชยจึงต้องมีเอกสารใบรับรองจากแพทย์เพื่อยืนยันการพิการเพิ่มเติม
สำหรับการขอรับเงินชดเชยกรณีผู้ประสบอุบัติเหตุทางรถยนต์เสียชีวิตในส่วนของการคุ้มครองความเสียหายเบื้องต้น ทายาทของผู้เสียชีวิตจะได้รับเงินชดเชย 35,000 บาท แต่ถ้าเข้ารับการรักษาและเสียชีวิตจะได้รับทั้งค่ารักษาพยาบาลตามจริงรวมกับค่าเงินชดเชย 35,000 บาท รวมกันสูงสุดไม่เกิน 65,000 บาท ส่วนในกรณีพิสูจน์และได้รับการยืนยันจากเจ้าหน้าที่ว่าเป็นฝ่ายถูก ทายาทจะได้รับเงินชดเชย 500,000 บาท ซึ่งในการขอรับเงินชดเชยต้องเตรียมใบมรณบัตรของผู้เสียชีวิตไปยื่นกับเจ้าหน้าที่ด้วย
จากข้อมูลคงเห็นแล้วว่า พ.ร.บ.รถ คุ้มครองอะไรบ้าง ซึ่งถึงแม้ว่าจะเป็นความคุ้มครองพื้นฐาน แต่ครอบคลุมทั้งค่ารักษาพยาบาลและเงินชดเชยที่ช่วยให้ผู้ประสบอุบัติเหตุสามารถนำไปใช้ดูแลตัวเองในระหว่างรักษาพยาบาลได้ เพราะฉะนั้นคนมีรถจึงควรให้ความสำคัญและ ต่อพ.ร.บ.รถยนต์ ทุกปี โดยปัจจุบันสามารถต่อได้ล่วงหน้า 90 วัน ก่อน พ.ร.บ. หมดอายุ ซึ่งหากไม่มีเวลาเดินทางไปดำเนินการที่กรมขนส่ง แนะนำ Insurverse ประกันออนไลน์เจ้าแรกของประเทศไทย เครือเดียวกับทิพยประกันภัย รับประกันว่าสมัครไม่ยากอย่างที่คิด สามารถเช็กค่า พ.ร.บ. และต่อ พ.ร.บ. ได้ที่นี่!
check_circleคัดลอกลิงก์เรียบร้อย
การต่อภาษีรถยนต์ประจำปี ถือเป็นหน้าที่ตามกฎหมายของผู้ครอบครองรถยนต์และรถจักรยานยนต์ทุกคน แต่ด้วยภารกิจที่รัดตัว หลายคนอาจเผลอลืมวันหมดอายุจนทำให้ภาษีรถยนต์ขาด และเกิดความกังวลว่า ค่าปรับภาษีรถยนต์ คิดอย่างไร? ขาดกี่วันจึงจะเริ่มโดนปรับ? และหากขาดต่อภาษีเกิน 1 ปีหรือ 3 ปีจะมีผลเสียอย่างไรบ้าง บทความนี้จะพาคุณไปเจาะลึกอัตราค่าปรับตามกฎหมายของกรมการขนส่งทางบก วิธีคำนวณค่าปรับแบบเข้าใจง่าย เอกสารที่ต้องใช้ และขั้นตอนการต่อภาษีรถยนต์ย้อนหลังพร้อมต่อ พ.ร.บ. รถยนต์ออนไลน์ เพื่อให้รถของคุณกลับมาถูกต้องตามกฎหมายและขับขี่ได้อย่างสบายใจ 100% ค่าปรับภาษีรถยนต์ คิดอย่างไร? สรุปอัตราค่าปรับตามกฎหมายกรมการขนส่งทางบก ตามพระราชบัญญัติรถยนต์ พ.ศ. 2522 กรมการขนส่งทางบกได้กำหนดอัตราค่าปรับสำหรับผู้ที่ชำระภาษีรถยนต์ประจำปีล่าช้ากว่ากำหนดไว้อย่างชัดเจน อัตราค่าปรับร้อยละ 1 ต่อเดือน (เศษของเดือนคิดเป็น 1 เดือน) หากคุณไม่ได้ชำระภาษีรถยนต์ภายในเวลาที่กำหนด คุณจะต้องเสียค่าปรับในอัตรา “ร้อยละ 1 ต่อเดือน” ของยอดภาษีประจำปีที่ต้องชำระ โดยนับตั้งแต่วันที่ครบกำหนดจนถึงวันที่มาชำระเงิน และหากมีเศษของเดือนแม้เพียง 1 วัน กฎหมายจะปัดเศษนับเป็น 1 เดือนเต็มทันที ตัวอย่างการคำนวณค่าปรับภาษีรถยนต์ขาดต่อ 3 เดือน, 6 เดือน และ 1 ปี… Continue reading ค่าปรับภาษีรถยนต์ ขาดต่อคิดอย่างไร? สรุปอัตราค่าปรับ วิธีคำนวณ และขั้นตอนต่อภาษีย้อนหลัง
สำหรับเจ้าของรถจักรยานยนต์ที่ใช้งานรถคู่ใจมาหลายปี เมื่อถึงกำหนดเวลาต่อภาษีประจำปี (ต่อทะเบียนรถ) หลายคนอาจสงสัยว่า รถจักรยานยนต์ที่มีอายุครบกี่ปีต้องนำไปตรวจสภาพรถก่อนเสียภาษีประจำปี? ต้องตรวจที่ไหน? มีค่าใช้จ่ายเท่าไร? และสามารถตรวจสภาพแล้วต่อภาษีออนไลน์ได้หรือไม่ บทความนี้จะสรุปเกณฑ์กฎหมายการตรวจสภาพรถจักรยานยนต์จากกรมการขนส่งทางบก รายการตรวจเช็กมาตรฐานของสถานตรวจสภาพรถเอกชน (ตรอ.) พร้อมขั้นตอนการเตรียมเอกสารและต่อ พ.ร.บ. ออนไลน์ (ซึ่งมีขั้นตอนที่สะดวกสบายไม่แพ้การต่อ พ.ร.บ. รถยนต์ เพื่อให้คุณดำเนินการต่อภาษีรถได้อย่างสะดวกรวดเร็วและถูกต้อง 100% รถจักรยานยนต์อายุครบกี่ปี ต้องนำไปตรวจสภาพรถ (ตรอ.) ก่อนเสียภาษี? เกณฑ์กฎหมาย: รถจักรยานยนต์ที่มีอายุการใช้งานครบ 5 ปีขึ้นไป ตามกฎหมายของกรมการขนส่งทางบก รถจักรยานยนต์ที่มีอายุการใช้งานครบ 5 ปีขึ้นไป (นับตั้งแต่วันที่จดทะเบียนครั้งแรก) จะต้องนำรถเข้าตรวจสภาพ ณ สถานตรวจสภาพรถเอกชน (ตรอ.) หรือสำนักงานขนส่ง เพื่อรับใบรับรองการตรวจสภาพรถ ก่อนจึงจะสามารถชำระภาษีรถประจำปีได้ วิธีนับอายุรถจักรยานยนต์จากเล่มทะเบียนรถ (นับจากวันจดทะเบียนครั้งแรก) การนับอายุรถให้นับจาก “วันจดทะเบียนครั้งแรก” ที่ระบุในใบคู่มือจดทะเบียนรถ (เล่มเขียว) จนถึงวันสิ้นอายุภาษีประจำปีรอบปัจจุบัน เช่น จดทะเบียนวันที่ 10 กันยายน 2564 เมื่อถึงรอบต่อภาษีวันที่ 10 กันยายน 2569… Continue reading รถจักรยานยนต์ที่มีอายุครบกี่ปีต้องนำไปตรวจสภาพรถก่อนเสียภาษีประจำปี?
พ.ร.บ. รถจักรยานยนต์ หรือประกันภัยภาคบังคับตาม พ.ร.บ. คุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ คือเอกสารสำคัญที่สุดที่ผู้ครอบครองรถจักรยานยนต์ทุกคนต้องจัดทำเป็นประจำทุกปี เพื่อให้ได้รับความคุ้มครองค่ารักษาพยาบาลเมื่อเกิดอุบัติเหตุ และใช้เป็นหลักฐานจำเป็นในการต่อภาษีรถประจำปี ซึ่งมีความสำคัญและเป็นไฟลท์บังคับตามกฎหมายเช่นเดียวกับการทำ พ.ร.บ. รถยนต์ สำหรับคนที่กำลังเตรียมตัวต่อ พ.ร.บ. มอเตอร์ไซค์ และสงสัยว่า ต่อพรบรถจักรยานยนต์ ใช้อะไรบ้าง? ค่าเบี้ย พ.ร.บ. มอเตอร์ไซค์ ราคาเท่าไรตามขนาด ซีซี? และสามารถต่อ พ.ร.บ. ออนไลน์ได้ทันทีหรือไม่ บทความนี้สรุปทุกข้อมูลให้ครบถ้วนในที่เดียว เช็กลิสต์เอกสารที่ต้องใช้ในการต่อ พ.ร.บ. รถจักรยานยนต์ การต่อ พ.ร.บ. รถจักรยานยนต์ในปัจจุบันสะดวกรวดเร็วมาก โดยเฉพาะการต่อออนไลน์ ใช้เอกสารเพียงไม่กี่อย่าง 1.ใบคู่มือจดทะเบียนรถ (เล่มเขียว) หรือสำเนาหน้าทะเบียนรถ ใช้สำหรับดูข้อมูลสำคัญของรถ ได้แก่ หมายเลขทะเบียนรถ จังหวัดที่จดทะเบียน หมายเลขตัวถัง และขนาดเครื่องยนต์ (CC) 2. บัตรประจำตัวประชาชนของเจ้าของรถ ใช้ระบุชื่อ-นามสกุล และเลขประจำตัวประชาชน 13 หลักของผู้เอาประกันภัย 3. ข้อมูลขนาดเครื่องยนต์ (CC) และเลขตัวถังรถ เพื่อใช้คำนวณอัตราเบี้ยประกันภัย… Continue reading ต่อพรบรถจักรยานยนต์ ใช้อะไรบ้าง? เช็กเอกสาร ราคา พ.ร.บ. ตามซีซี และวิธีต่อออนไลน์