หากใครติดตามวงการรถยนต์มาตลอด จะเห็นว่ามีการแข่งขันกันอยู่เสมอ ไม่ว่าจะเป็นดีไซน์ที่มีความสวยงามทั้งภายนอกและภายใน การใช้งานที่ทันสมัย และอุปกรณ์อำนวยความสะดวกอื่น ๆ มากมาย
หากพูดถึงรถที่ได้รับความนิยมมาอย่างยาวนาน ก็คงหนีไม่พ้น “Mercedes-Benz” แต่ข้อสังเกตเล็ก ๆ ที่หลายคนสังเกตเห็นก็คือ ราคาเบี้ยประกันที่มีราคาแพงนั่นเอง วันนี้เราจะพามาหาคำตอบว่าทำไมเบี้ยประกันชั้น 1 ของรถเบนซ์จึงมีราคาแพง
รถยนต์ที่มีราคาสูงก็มักจะมีค่าซ่อมบำรุงที่สูงด้วยเช่นกัน เป็นเหตุผลว่าทำไมเบี้ยประกันชั้น 1 จึงต้องมีราคาที่สูงตามไปด้วย โดยราคาเบี้ยประกันสามารถคำนวณจากราคารถนั่นเอง ราคาเบี้ยประกันที่เหมาะสมจะอยู่ที่ 70-80% ของราคารถ ณ ช่วงเวลาปัจจุบัน และส่วนใหญ่ผู้ใช้รถจะเลือกทำประกันภัยชั้น 1 แบบซ่อมห้างเพื่อจะได้มั่นใจถึงคุณภาพของอะไหล่ว่าเป็นของแท้จากศูนย์อย่างแน่นอน หลังจากนั้นจึงค่อยพิจารณาเปลี่ยนในปีต่อ ๆ ไป
หลายคนอาจจะยังไม่รู้ว่าประวัติการขับขี่ ข้อมูลผู้ขับขี่ การใช้งานรถยนต์ หรืออายุการใช้รถยนต์ ก็มีผลต่อเบี้ยประกันรถที่ถูกลง หรือแพงขึ้นได้เช่นกัน แล้วจะมีวิธีการไหนบ้างนะที่จะสามารถช่วยให้เบี้ยประกันถูกลง? วันนี้เราจะพามาดูวิธีที่จะเป็นตัวช่วยที่ดีให้กับคุณ
หากมีประวัติการเคลมรถดี หรือไม่เคยเคลมประกันรถยนต์เลยสักครั้งในปีที่ผ่านมา รวมถึงการเกิดอุบัติเหตุก็เป็นฝ่ายถูกมาตลอดด้วยเช่นกัน
เทคนิคนี้เหมาะสำหรับรถที่มีผู้ใช้งาน 1-2 คนเท่านั้น และการระบุชื่อผู้ขับไว้จะสามารถใช้รถได้แค่ผู้ที่มีชื่อระบุไว้ในกรมธรรม์เท่านั้น แต่จะสามารถลดราคาเบี้ยประกันได้ 5-20% เลยทีเดียว
การติดกล้องหน้ารถเพิ่มนั้นจะทำให้เบี้ยประกันนั้นถูกลงมาอีก 5% แต่ก็ต้องขึ้นอยู่กับเงื่อนไขของแต่ละบริษัทเช่นกัน เนื่องจากในบางกรมธรรม์อาจจะรวมส่วนลดตรงนี้มาให้แล้ว
เป็นอีกหนึ่งวิธีที่จะสามารถลดค่าเบี้ยประกันได้ทันทีตั้งแต่ขั้นตอนการซื้อประกันเลยทีเดียว ที่สำคัญควรเลือกอู่ที่อยู่ในเครือบริษัทประกัน หรืออู่ที่มีความน่าเชื่อถือ เพื่อป้องกันปัญหาที่อาจตามมา
ข้อแนะนำข้างต้น เป็นเพียงส่วนหนึ่งที่จะช่วยให้คุณประหยัดค่าใช้จ่ายลงได้ แต่เงื่อนไขของแต่ละบริษัทก็มีความแตกต่างกัน ดังนั้นคุณจะต้องสอบถามกับทางบริษัทก่อนที่จะซื้อประกันทุกครั้งและหากใครที่ต้องการเปรียบเทียบราคาเบี้ยประกันก่อนตัดสินใจซื้อด้วยตัวเองง่าย ๆ ไม่มีขั้นตอนที่วุ่นวาย แนะนำให้เช็กราคาผ่านทางเว็บไซต์ insurverse เพื่อการตัดสินใจที่คุ้มค่าที่สุดสำหรับคุณ
check_circleคัดลอกลิงก์เรียบร้อย
เมื่อเปิดดูตารางกรมธรรม์ประกันภัยรถยนต์ของตนเอง หลายคนอาจเคยสะดุดตากับคำว่า “ร.ย.03” ในหมวดความคุ้มครองเพิ่มเติม และเกิดคำถามว่า รย.03 คือ อะไร มีความสำคัญอย่างไรต่อผู้ขับขี่ หรือบางคนอาจกำลังสับสนระหว่างรหัสในเอกสารประกันภัยกับรหัสประเภทรถของกรมการขนส่งทางบก บทความนี้จะมาไขคำตอบให้ชัดเจน เพื่อให้คุณเข้าใจสิทธิประโยชน์และใช้ความคุ้มครองได้อย่างเต็มเม็ดเต็มหน่วย รย.03 คืออะไร ในตารางกรมธรรม์ประกันภัยรถยนต์? ในแวดวงประกันภัย ร.ย.03 (หรือ รย.03) คือ รหัสมาตรฐานที่สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) กำหนดให้เป็น “เอกสารแนบท้ายสัญญาประกันภัยรถยนต์ว่าด้วยการประกันตัวผู้ขับขี่ (Driver’s Bail Bond)” ความคุ้มครองนี้มีขึ้นเพื่อช่วยเหลือผู้เอาประกันภัยหรือผู้ขับขี่ที่ได้รับความยินยอมจากผู้เอาประกันภัย ในกรณีที่ขับรถเกิดอุบัติเหตุเฉี่ยวชนจนเป็นเหตุให้คู่กรณีได้รับบาดเจ็บสาหัส หรือถึงแก่ชีวิต ซึ่งพนักงานสอบสวน (ตำรวจ) จะต้องดำเนินคดีอาญาในข้อหาขับรถโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต โดยบริษัทประกันภัยจะทำหน้าที่นำหลักทรัพย์หรือหนังสือรับรองไปวางเป็นหลักประกันในการขอประกันตัวผู้ขับขี่ออกมาสู้คดีในชั้นพนักงานสอบสวน พนักงานอัยการ หรือชั้นศาล สาระสำคัญของเอกสารแนบท้าย ร.ย.03: คุ้มครองการประกันตัวผู้ขับขี่อย่างไร เงื่อนไขและขอบเขตความคุ้มครองของ ร.ย.03 มีรายละเอียดสำคัญที่ผู้ขับขี่ควรรู้ดังนี้: เปรียบเทียบเอกสารแนบท้าย ร.ย.01, ร.ย.02 และ ร.ย.03 แตกต่างกันอย่างไร? เอกสารแนบท้ายมาตรฐาน คปภ. ที่พบได้บ่อยในกรมธรรม์ภาคสมัครใจ ได้แก่: อย่าจำสับสน! ร.ย.03 (ประกันภัย)… Continue reading รย.03 คืออะไร เจาะลึกเอกสารแนบท้ายประกันภัยรถยนต์ คุ้มครองประกันตัวผู้ขับขี่อย่างไร
ประกันวินาศภัย คือ การทำสัญญาประกันภัยรูปแบบหนึ่ง เพื่อชดเชยความเสียหายที่เกิดขึ้นกับทรัพย์สิน ซึ่งสามารถประเมินค่าเป็นตัวเงินได้ (โดยไม่รวมถึงการประกันชีวิต) หลักการทำงานคือ ผู้เอาประกันภัย ตกลงจ่ายเงินค่า เบี้ยประกัน ให้กับ ผู้รับประกันภัย (บริษัทประกัน) และหากเกิดเหตุไม่คาดฝันที่ทำให้ทรัพย์สินเสียหายตามที่ระบุไว้ใน กรมธรรม์ ทางบริษัทประกันจะทำการจ่าย ค่าสินไหมทดแทน เพื่อเยียวยาความเสียหายนั้นๆ ให้กลับมามีสภาพใกล้เคียงกับก่อนเกิดเหตุมากที่สุด การทำประกันวินาศภัยจึงเป็นเครื่องมือสำคัญในการบริหารความเสี่ยงทางเศรษฐกิจ เพื่อให้คุณอุ่นใจว่าทรัพย์สินที่มีค่าจะได้รับ ความคุ้มครอง อย่างเต็มที่ ประกันวินาศภัย มีกี่ประเภท อะไรบ้าง? หลายคนอาจสงสัยว่า ประกันวินาศภัย มีอะไรบ้าง ตามหลักเกณฑ์ทั่วไปแล้ว เราสามารถแบ่ง ประกันวินาศภัย 4 ประเภท หลักๆ ได้ดังต่อไปนี้: 1.ประกันอัคคีภัย (Fire Insurance) ประกันอัคคีภัย เป็นรูปแบบการคุ้มครองทรัพย์สินประเภทสิ่งปลูกสร้าง อาคาร บ้านเรือน รวมถึงทรัพย์สินที่อยู่ภายในอาคาร จากเหตุไฟไหม้ ฟ้าผ่า หรือภัยระเบิด นอกจากนี้ยังสามารถซื้อความคุ้มครองภัยธรรมชาติเพิ่มเติมได้ (เช่น น้ำท่วม ลมพายุ) สำหรับใครที่มีที่อยู่อาศัยเป็นของตนเอง การเลือกทำ ประกันบ้านและคอนโด ถือเป็นการลงทุนที่คุ้มค่า… Continue reading ประกันวินาศภัย คืออะไร? สิ่งสำคัญที่ช่วยปกป้องทรัพย์สินของคุณ
เวลาที่เรากำลังจะเลือกซื้อประกันรถยนต์ หลายคนมักจะเจอคำศัพท์ประกันภัยที่ชวนสับสน หนึ่งในนั้นคือคำว่า “Deductible” หรือ ค่าเสียหายส่วนแรก ซึ่งเป็นตัวแปรสำคัญที่ทำให้ค่าเบี้ยประกันรายปีของเราถูกลงได้อย่างมาก บทความนี้จะพาทุกคนไปทำความเข้าใจว่า Deductible คืออะไร ต้องจ่ายตอนไหน และต่างจากค่า Excess อย่างไร เพื่อให้คุณเลือกแผนกรมธรรม์ได้คุ้มค่าที่สุด Key Takeaways ความหมายของ ค่า Deductible (ค่าเสียหายส่วนแรกแบบสมัครใจ) ค่า Deductible (อ่านว่า ดีดักทิเบิล) หรือที่เรียกเป็นภาษาไทยว่า ค่าเสียหายส่วนแรกแบบสมัครใจ คือ จำนวนเงินแรกที่คุณตกลงกับบริษัทประกันภัยว่าจะรับผิดชอบจ่ายเองในแต่ละครั้งที่มีการเคลมประกัน โดยมีเงื่อนไขว่าอุบัติเหตุครั้งนั้น คุณเป็น “ฝ่ายผิด” หรือ “ไม่มีคู่กรณี” การระบุค่า Deductible ไว้ในกรมธรรม์ ถือเป็นกลยุทธ์ที่ช่วยให้ผู้เอาประกันประหยัดเงินค่าเบี้ยประกันรายปีได้มาก เพราะบริษัทประกันจะนำจำนวนเงิน Deductible ที่คุณเลือก ไปเป็นส่วนลดค่าเบี้ยประกันตอนซื้อนั่นเอง นอกจากการทำประกันภาคสมัครใจแล้ว ผู้ขับขี่ต้องไม่ลืมต่ออายุพ.ร.บ. รถยนต์ ซึ่งเป็นประกันภัยภาคบังคับ เพื่อรับความคุ้มครองค่ารักษาพยาบาลเบื้องต้นตามกฎหมายด้วย Deductible กับ Excess แตกต่างกันอย่างไร? เพื่อให้ทุกคนเข้าใจและไม่สับสนเวลาเคลมประกัน เราขอสรุปความแตกต่างของค่าเสียหายส่วนแรกทั้ง 2 แบบ… Continue reading Deductible คืออะไร? สิ่งที่คนมีรถต้องรู้ก่อนซื้อประกัน