สิ่งที่คนมีรถต้องให้ความสำคัญและพิจารณาอย่างถี่ถ้วนคือประเภทประกันรถยนต์เพราะเป็นประกันภัยรถยนต์ที่มีอยู่หลากหลายแบบให้เลือก จึงมักสร้างความสับสนและความลังเลใจให้กับผู้ทำประกัน … หากจะแบ่งเป็นกลุ่มใหญ่ ๆ สามารถแบ่งได้ 2 กลุ่ม คือ ประกันรถยนต์ภาคบังคับ (พ.ร.บ.) และประกันรถยนต์ภาคสมัครใจ ซึ่งประเภทแรกนั้นทุกคนที่มีรถจำเป็นต้องทำเป็นประจำทุกปี ส่วนในวันนี้เราจะมาโฟกัสกันที่ประกันรถยนต์ภาคสมัครใจ เพื่อดูว่าประกันทั้ง 5 ประเภทนั้น แตกต่างกันอย่างไร และประเภทไหนจะโดนใจเรามากที่สุด
ประกันรถยนต์ชั้น 1 ให้ความคุ้มครองมากที่สุด โดยคุ้มครองชีวิตและทรัพย์สินของทั้งคู่กรณีและบุคคลภายในรถของผู้เอาประกันภัย รวมไปถึงอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นโดยไม่มีคู่กรณีอีกด้วย เช่น การชนรั้ว , ชนต้นไม้ ฯลฯ นอกจากนั้นยังมีการจ่ายชดเชยถ้ารถถูกโจรกรรม หรือได้รับความเสียหายเนื่องจากอุทกภัยและอัคคีภัย ดังนั้น ประกันรถยนต์แบบนี้จึงเหมาะกับรถใหม่ หรือรถที่มีอายุไม่เกิน 5 ปี ยิ่งถ้าเป็นคนขับมือใหม่ แนะนำว่าให้เลือกประเภทประกันรถยนต์รูปแบบนี้ เพราะเหมาะสมและคุ้มครองได้ครอบคลุมรอบด้าน
ต่อไปที่รองลงมาจากประกันชั้น 1 โดยให้ความคุ้มครองใกล้เคียงกับประกันชั้น 1 มาก โดยจะให้ความคุ้มครองกรณีที่คู่กรณีเป็นรถเหมือนกัน จึงเหมาะกับคนที่ขับรถค่อนข้างชำนาญแล้ว ไม่มีความเสี่ยงที่จะไปชนสิ่งกีดขวางต่าง ๆ ระหว่างทาง ซึ่งประกันรูปแบบนี้เหมาะกับรถที่มีอายุระหว่าง 7-15 ปี ประกันชั้น 2+ ให้การคุ้มครองกรณีน้ำท่วม ไฟไหม้และรถหายเช่นกัน
รองจากประกันชั้น 2+ ก็คือประกันชั้น 2 ซึ่งมาพร้อมกับการคุ้มครองคู่กรณีและรถของคู่กรณีเมื่อเกิดอุบัติเหตุ และรับผิดชอบรถของผู้เอาประกันภัยเฉพาะกรณีรถหาย ไฟไหม้และน้ำท่วมเท่านั้น
ประกันภัยรถยนต์ชั้น 3+ ให้การคุ้มครองรถของผู้ทำประกันภัยในกรณีที่เกิดรถชนเพียงอย่างเดียวและจะรับผิดชอบเฉพาะที่ระบุคู่กรณีได้เท่านั้น ไม่มีการรับผิดชอบกรณีไฟไหม้ น้ำท่วม หรือรถหาย ส่วนบุคคลอื่นที่เกิดการเสียหายจากอุบัติเหตุ จะได้รับการชดเชยทั้งชีวิตและทรัพย์สิน ซึ่งประกันนี้จะเหมาะสำหรับรถที่มีอายุไม่เกิน 15 ปี ที่ขับโดยคนขับรถที่ชำนาญแล้ว
ประเภทประกันรถยนต์แบบสุดท้ายให้การคุ้มครองค่ารักษาพยาบาลบาดเจ็บ รวมทั้งชดเชยให้ทั้งคู่กรณีและบุคคลในรถที่เอาประกัน แต่จะรับผิดชอบความเสียหายเฉพาะรถของคู่กรณีเพียงอย่างเดียว จึงเหมาะกับรถที่ไม่ค่อยได้ใช้งาน และมีอายุหลัก 10-15 ปี หรือรถมือสอง
ได้คำตอบกันหรือยังว่าประเภทประกันรถยนต์แบบไหนเข้ากับตัวเองมากที่สุด ลองดูปีที่จดทะเบียนรถของคุณ บวกกับพิจารณาฝีมือการขับรถ ความถี่ในการใช้รถใช้ถนน เพื่อประกอบการตัดสินใจเลือกซื้อประกันได้เหมาะสม ถ้ายังไม่รู้จะเลือกประเภทประกันรถยนต์แบบไหนดี ขอแนะนำเข้าไปค้นหาประเภทกรมธรรม์ได้ที่เว็บไซต์ของ Insurverse เพียงแค่กรอกข้อมูลของรถ และรายละเอียดต่าง ๆ ก็จะได้เบี้ยประกันและการคุ้มครองที่ครอบคลุมและตรงกับลักษณะการใช้งานรถยนต์ เป็นการซื้อประกันรถยนต์ทางออนไลน์แบบ 100% ที่เหมาะกับไลฟ์สไตล์คนยุคใหม่ เช็กเบี้ยเลยที่นี่!
check_circleคัดลอกลิงก์เรียบร้อย
เมื่อเปิดดูตารางกรมธรรม์ประกันภัยรถยนต์ของตนเอง หลายคนอาจเคยสะดุดตากับคำว่า “ร.ย.03” ในหมวดความคุ้มครองเพิ่มเติม และเกิดคำถามว่า รย.03 คือ อะไร มีความสำคัญอย่างไรต่อผู้ขับขี่ หรือบางคนอาจกำลังสับสนระหว่างรหัสในเอกสารประกันภัยกับรหัสประเภทรถของกรมการขนส่งทางบก บทความนี้จะมาไขคำตอบให้ชัดเจน เพื่อให้คุณเข้าใจสิทธิประโยชน์และใช้ความคุ้มครองได้อย่างเต็มเม็ดเต็มหน่วย รย.03 คืออะไร ในตารางกรมธรรม์ประกันภัยรถยนต์? ในแวดวงประกันภัย ร.ย.03 (หรือ รย.03) คือ รหัสมาตรฐานที่สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) กำหนดให้เป็น “เอกสารแนบท้ายสัญญาประกันภัยรถยนต์ว่าด้วยการประกันตัวผู้ขับขี่ (Driver’s Bail Bond)” ความคุ้มครองนี้มีขึ้นเพื่อช่วยเหลือผู้เอาประกันภัยหรือผู้ขับขี่ที่ได้รับความยินยอมจากผู้เอาประกันภัย ในกรณีที่ขับรถเกิดอุบัติเหตุเฉี่ยวชนจนเป็นเหตุให้คู่กรณีได้รับบาดเจ็บสาหัส หรือถึงแก่ชีวิต ซึ่งพนักงานสอบสวน (ตำรวจ) จะต้องดำเนินคดีอาญาในข้อหาขับรถโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต โดยบริษัทประกันภัยจะทำหน้าที่นำหลักทรัพย์หรือหนังสือรับรองไปวางเป็นหลักประกันในการขอประกันตัวผู้ขับขี่ออกมาสู้คดีในชั้นพนักงานสอบสวน พนักงานอัยการ หรือชั้นศาล สาระสำคัญของเอกสารแนบท้าย ร.ย.03: คุ้มครองการประกันตัวผู้ขับขี่อย่างไร เงื่อนไขและขอบเขตความคุ้มครองของ ร.ย.03 มีรายละเอียดสำคัญที่ผู้ขับขี่ควรรู้ดังนี้: เปรียบเทียบเอกสารแนบท้าย ร.ย.01, ร.ย.02 และ ร.ย.03 แตกต่างกันอย่างไร? เอกสารแนบท้ายมาตรฐาน คปภ. ที่พบได้บ่อยในกรมธรรม์ภาคสมัครใจ ได้แก่: อย่าจำสับสน! ร.ย.03 (ประกันภัย)… Continue reading รย.03 คืออะไร เจาะลึกเอกสารแนบท้ายประกันภัยรถยนต์ คุ้มครองประกันตัวผู้ขับขี่อย่างไร
ประกันวินาศภัย คือ การทำสัญญาประกันภัยรูปแบบหนึ่ง เพื่อชดเชยความเสียหายที่เกิดขึ้นกับทรัพย์สิน ซึ่งสามารถประเมินค่าเป็นตัวเงินได้ (โดยไม่รวมถึงการประกันชีวิต) หลักการทำงานคือ ผู้เอาประกันภัย ตกลงจ่ายเงินค่า เบี้ยประกัน ให้กับ ผู้รับประกันภัย (บริษัทประกัน) และหากเกิดเหตุไม่คาดฝันที่ทำให้ทรัพย์สินเสียหายตามที่ระบุไว้ใน กรมธรรม์ ทางบริษัทประกันจะทำการจ่าย ค่าสินไหมทดแทน เพื่อเยียวยาความเสียหายนั้นๆ ให้กลับมามีสภาพใกล้เคียงกับก่อนเกิดเหตุมากที่สุด การทำประกันวินาศภัยจึงเป็นเครื่องมือสำคัญในการบริหารความเสี่ยงทางเศรษฐกิจ เพื่อให้คุณอุ่นใจว่าทรัพย์สินที่มีค่าจะได้รับ ความคุ้มครอง อย่างเต็มที่ ประกันวินาศภัย มีกี่ประเภท อะไรบ้าง? หลายคนอาจสงสัยว่า ประกันวินาศภัย มีอะไรบ้าง ตามหลักเกณฑ์ทั่วไปแล้ว เราสามารถแบ่ง ประกันวินาศภัย 4 ประเภท หลักๆ ได้ดังต่อไปนี้: 1.ประกันอัคคีภัย (Fire Insurance) ประกันอัคคีภัย เป็นรูปแบบการคุ้มครองทรัพย์สินประเภทสิ่งปลูกสร้าง อาคาร บ้านเรือน รวมถึงทรัพย์สินที่อยู่ภายในอาคาร จากเหตุไฟไหม้ ฟ้าผ่า หรือภัยระเบิด นอกจากนี้ยังสามารถซื้อความคุ้มครองภัยธรรมชาติเพิ่มเติมได้ (เช่น น้ำท่วม ลมพายุ) สำหรับใครที่มีที่อยู่อาศัยเป็นของตนเอง การเลือกทำ ประกันบ้านและคอนโด ถือเป็นการลงทุนที่คุ้มค่า… Continue reading ประกันวินาศภัย คืออะไร? สิ่งสำคัญที่ช่วยปกป้องทรัพย์สินของคุณ
เวลาที่เรากำลังจะเลือกซื้อประกันรถยนต์ หลายคนมักจะเจอคำศัพท์ประกันภัยที่ชวนสับสน หนึ่งในนั้นคือคำว่า “Deductible” หรือ ค่าเสียหายส่วนแรก ซึ่งเป็นตัวแปรสำคัญที่ทำให้ค่าเบี้ยประกันรายปีของเราถูกลงได้อย่างมาก บทความนี้จะพาทุกคนไปทำความเข้าใจว่า Deductible คืออะไร ต้องจ่ายตอนไหน และต่างจากค่า Excess อย่างไร เพื่อให้คุณเลือกแผนกรมธรรม์ได้คุ้มค่าที่สุด Key Takeaways ความหมายของ ค่า Deductible (ค่าเสียหายส่วนแรกแบบสมัครใจ) ค่า Deductible (อ่านว่า ดีดักทิเบิล) หรือที่เรียกเป็นภาษาไทยว่า ค่าเสียหายส่วนแรกแบบสมัครใจ คือ จำนวนเงินแรกที่คุณตกลงกับบริษัทประกันภัยว่าจะรับผิดชอบจ่ายเองในแต่ละครั้งที่มีการเคลมประกัน โดยมีเงื่อนไขว่าอุบัติเหตุครั้งนั้น คุณเป็น “ฝ่ายผิด” หรือ “ไม่มีคู่กรณี” การระบุค่า Deductible ไว้ในกรมธรรม์ ถือเป็นกลยุทธ์ที่ช่วยให้ผู้เอาประกันประหยัดเงินค่าเบี้ยประกันรายปีได้มาก เพราะบริษัทประกันจะนำจำนวนเงิน Deductible ที่คุณเลือก ไปเป็นส่วนลดค่าเบี้ยประกันตอนซื้อนั่นเอง นอกจากการทำประกันภาคสมัครใจแล้ว ผู้ขับขี่ต้องไม่ลืมต่ออายุพ.ร.บ. รถยนต์ ซึ่งเป็นประกันภัยภาคบังคับ เพื่อรับความคุ้มครองค่ารักษาพยาบาลเบื้องต้นตามกฎหมายด้วย Deductible กับ Excess แตกต่างกันอย่างไร? เพื่อให้ทุกคนเข้าใจและไม่สับสนเวลาเคลมประกัน เราขอสรุปความแตกต่างของค่าเสียหายส่วนแรกทั้ง 2 แบบ… Continue reading Deductible คืออะไร? สิ่งที่คนมีรถต้องรู้ก่อนซื้อประกัน