ฟูหรงเจิ้น (Furong Zhen) หรือหมู่บ้านหวังชุนของคนจีนโบราณที่ประเทศจีน ต้องอัปเดตข้อมูลให้เป็นหนึ่งในที่เที่ยวสำคัญต้องมาเพราะหมู่บ้านแห่งนี้มีดีตรงที่อยู่ติดแม่น้ำเซียงเหอในมณฑลหูหนาน ความว้าวของหมู่บ้านแห่งนี้ คือ มีน้ำตกไหลผ่านกลางหมู่บ้าน นักท่องเที่ยวสามารถสัมผัสกับน้ำตกได้ระยะประชิด เอ๊ะๆ อย่างนี้ต้องทำประกันเดินทางต่างประเทศไว้สักหน่อยให้อุ่นใจ เท่านั้นยังไม่พอหมู่บ้านแห่งนี้ยังโด่งดังในเรื่องงานสถาปัตยกรรมแบบจีนของแทร่ เป็นความโบราณที่งดงามเป็นที่สุด รับรองว่านักท่องเที่ยวที่แห่แหนเข้ามาเพราะจีนฟรีวีซ่าขนาดนี้ต้องหลงใหลถูกตกไว้กับแม่น้ำที่ไหลผ่านผ่ากลางบ้านเรือน, ถนนโรยหินกรวดอันคดเคี้ยวและวิวภูเขาร้อยล้านจึ้งตาแตก ว่าแล้วเพื่อนๆ คงอยากรู้แล้วใช่ไหมว่าทำไมเมืองโบราณฟูหรงเจิ้นถึงกลายเป็นแหล่งเช็คอินสำคัญที่ใครมาประเทศจีนต้องแวะมา
เมืองโบราณฟูหรงเจิ้นหรือที่เรียกกันอีกชื่อว่า ฟูหรง ทาวน์ มีความน่าสนใจตั้งแต่ก้าวแรกที่เข้ามาในหมู่บ้านตกเอาใจคนรักศิลปกรรมเข้าอย่างจังเพราะที่นี่มีสถาปัตยกรรมของชาวถู่เจียซึ่งเป็นชนกลุ่มน้อยที่อาศัยอยู่ในมณฑลหูหนาน นักท่องเที่ยวที่มาที่นี่สามารถเดินชมและสัมผัสวิถีชีวิตของชาวจีนถู่เจียแถมเลือกซื้อของฝากที่ระลึกกับการมาประเทศจีน ได้จากหมู่บ้านนี้แบบจุกๆ ที่สำคัญเมื่อมาแล้วต้องเช็คอิน 3 จุดนี้ให้ได้
ใครที่ได้มาเมืองนี้เพราะจีนฟรีวีซ่าล่ะก็ โอกาสทองของการท่องเที่ยวในจีนแบบประหยัดและได้ภาพจำแบบจีนแทร่ๆ ต้องเสพจากที่นี่ให้เต็มเมมโมรี่นะเพราะบ้านเรือนเป็นอาคารไม้โบราณสไตล์จีนและใจกลางหมู่บ้านยังมีน้ำตกกว้างถึง 40 เมตร กับความสูงถึง 60 เมตรและความมีม่านน้ำตกนี่เองทำให้ฟูหรงเจิ้นอากาศอยู่ที่ -1 องศา หนาวฉ่ำถูกใจ คนเมืองร้อนที่หลีกหนีชีวิตวุ่นวายอย่างเราๆ เป็นที่สุด
หอคอยทรงกลมแห่งนี้ถูกออกแบบให้มีระเบียงชมวิว 5 ชั้น นักท่องเที่ยวสามารถเดินขึ้นบันไดเพื่อขึ้นไปถ่ายรูปที่ระลึกและชมวิวของหมู่บ้านเมืองโบราณฟูหรงเจิ้นได้ หอคอยแห่งนี้เป็นอีกจุดชมวิวที่สวยงามของหมู่บ้านที่สำคัญนักท่องเที่ยวสามารถชมวิวของน้ำตกฟูหรงเจิ้นที่ไหลผ่านกลางหมู่บ้านโบราณและมีภาพภูเขาโอบล้อมได้ 180 องศา
น้ำตกแห่งนี้ตั้งอยู่ในหมู่บ้านเมืองโบราณฟูหรงเจิ้น โดยน้ำตกจะไหลลงมาจากหน้าผาสูงชันแผ่กระจายไหลเป็นม่านน้ำสีขาวตัดกับต้นไม้ป่าเขาสีเขียวโดยรอบกลายเป็นภาพวิวที่สวยงามดุจเมืองในเทพนิยาย ซึ่งน้ำตกฟูหรงจะสวยงามที่สุดในช่วงฤดูฝนซึ่งประเทศจีน ทริปนี้ถ้าใครจะมาที่นี่ ขอให้ว่างแผนเดินทางระหว่างเดือนมิถุนายน-สิงหาคม เพราะใน 3 เดือนนี้น้ำตกจะมีปริมาณน้ำมากเป็นพิเศษ เพื่อนๆ สามารถเดินเข้าไปชมน้ำตกได้จากด้านหลังม่านน้ำตก เรียกว่าได้เปียกสมใจกันแน่นอน
คาดว่าจุดท่องเที่ยวแห่งนี้ของประเทศจีน คงถูกพัฒนาให้รองรับนักท่องเที่ยวมากขึ้น โดยเราสามารถนั่งรถไฟจากเมืองจางเจียเจี้ยมาลงที่สถานีรถไฟฟูหรงเจิ้นที่เพิ่งเปิดให้บริการโดยใช้เวลาเพียง 30 นาที จากนั้นเราจะนั่งรถบัสจากสถานีไปลงที่หมู่บ้านหรือใครจะซื้อตั๋วที่สถานี Zhangjiajie Central Bus Station จางเจียเจี้ยก็ได้ น่าจะใช้เวลาเดินทางประมาณ 1.30 ชั่วโมง ค่ารถประมาณ 30-32 หยวน เราก็จะถึงที่พักแล้ว
สำหรับใครที่กังวลว่ามาเที่ยวเมืองฟูหรงเจิ้นเป็นเมืองโบราณจะมีที่พักไหม แหมนี่ประเทศจีน แล้วนะเราขอแนะนำแบบไม่ต้องเสียค่าโฆษณา ขอแนะนำพักที่ FURONGZHEN CHAXITAI HOTEL โรงแรมระดับ 4 ดาวหรือ โรงแรม Tusi Bieyuan Hotel สามารถติดต่อพนักงานของโรงแรมให้มารับที่สถานีขนส่งได้เลยเพียงใช้ application WeChat พูดสื่อสารเป็นภาษาอังกฤษได้สบายใจไทยแลนด์
เที่ยวประเทศจีน คราวนี้หวังว่าเมืองฟูหรงเจิ้นจะเข้าไปอยู่ในใจใครหลายๆ คนที่ชอบศิลปะแบบจีน ฝันหาความงียบสงบและได้สัมผัสธรรมชาติเต็มไม้เต็มมือและทุกการเดินทางจะอุ่นใจเพียงซื้อประกันเดินทางต่างประเทศกับ insurverse เพียงใช้ปลายนิ้วจิ้มเลย เท่านี้ทุกการเดินทางตะลอนทัวร์จีน ของชาวเราก็สบายหายห่วง
check_circleคัดลอกลิงก์เรียบร้อย
รถป้ายแดงเป็นป้ายทะเบียนชั่วคราวสำหรับรถออกใหม่ แต่รู้หรือไม่ว่า มีข้อควรรู้สำคัญอีกหลายเรื่องที่ต้องระวัง มาเช็กเลยว่าเรื่องอะไรบ้าง!
ในยุคที่แก๊งคอลเซ็นเตอร์และมิจฉาชีพใช้เทคโนโลยีเป็นอาวุธในการหลอกลวง การตรวจสอบเบอร์แปลก หรือเบอร์โทรศัพท์ที่น่าสงสัยก่อนที่จะรับสายหรือโอนเงินถือเป็นขั้นตอนสำคัญที่ช่วยปกป้องตัวเองและคนรอบข้างจากการถูกโกง การเช็คเบอร์มิจฉาชีพไม่ใช่เรื่องยาก หากคุณรู้วิธีที่ถูกต้องและใช้เครื่องมือที่เหมาะสม บทความนี้จึงรวบรวมวิธีการเช็คเบอร์มิจฉาชีพและข้อควรระวังที่คุณไม่ควรพลาด
เมื่อเราเดินทางไปยังห้างสรรพสินค้า โรงพยาบาล สนามบิน หรืออาคารสาธารณะต่างๆ เรามักจะพบเห็นช่องจอดรถที่มีสัญลักษณ์รูปเก้าอี้คนพิการบนพื้นสีน้ำเงินสดใสและมีขนาดกว้างกว่าช่องจอดทั่วไป ซึ่งก็คือ “ที่จอดรถคนพิการ” ทว่าในชีวิตประจำวัน เรายังคงพบเห็นประเด็นดราม่าและการแย่งที่จอดรถพิเศษนี้อยู่บ่อยครั้งจนเกิดคำถามว่า ใครบ้างที่มีสิทธิ์เข้าจอด กฎหมายกำหนดมาตรฐานไว้อย่างไร และคนทั่วไปสามารถจอดชั่วคราวได้หรือไม่ บทความนี้จะสรุปความรู้ทางกฎหมายและมารยาทสากลเพื่อสร้างสังคมที่เกื้อกูลและน่าอยู่ร่วมกัน ทำความเข้าใจที่จอดรถคนพิการ หัวใจของการออกแบบเพื่อทุกคน ที่จอดรถคนพิการ (Accessible Parking) ถูกออกแบบขึ้นตามหลักอารยสถาปัตย์ (Universal Design) เพื่ออำนวยความสะดวกให้ผู้ที่มีความบกพร่องทางร่างกาย ผู้ใช้วีลแชร์ รวมถึงผู้สูงอายุ ให้สามารถเดินทางและเข้าถึงอาคารสถานที่ได้อย่างสะดวก รวดเร็ว ปลอดภัย และเท่าเทียมกับบุคคลทั่วไป มาตรฐานขนาดและสัญลักษณ์ที่จอดรถคนพิการตามกฎกระทรวง ตามกฎกระทรวงกำหนดสิ่งอำนวยความสะดวกในอาคารสำหรับคนพิการหรือทุพพลภาพและคนชรา ได้กำหนดมาตรฐานของช่องจอดรถไว้อย่างชัดเจน ได้แก่ ขนาดช่องจอดรถกว้างพิเศษเพื่อการขึ้น-ลงวีลแชร์ ช่องจอดรถคนพิการต้องมีความกว้างไม่น้อยกว่า “2.40 เมตร” และต้องมี “พื้นที่ว่างข้างช่องจอด” กว้างไม่น้อยกว่า 1.00 เมตร ตลอดความยาวของช่องจอด เพื่อให้ผู้ขับขี่หรือผู้โดยสารสามารถเปิดประตูรถได้จนสุด และมีพื้นที่เพียงพอในการกางเก้าอี้รถเข็นวีลแชร์ขึ้น-ลงได้อย่างปลอดภัย สัญลักษณ์รูปคนพิการและโทนสีน้ำเงินสากล ต้องทาสัญลักษณ์รูปคนนั่งเก้าอี้ล้อเลื่อน (International Symbol of Access) สีขาวบนพื้นสีน้ำเงินอย่างเด่นชัดบนพื้นช่องจอด และต้องมีป้ายสัญลักษณ์ตั้งขึ้นอย่างชัดเจนในระดับสายตา ตำแหน่งที่ตั้งใกล้ทางเข้าอาคารและทางลาด ช่องจอดต้องตั้งอยู่ใกล้กับทางเข้า-ออกอาคารหรือลิฟต์มากที่สุด และต้องมีทางลาดชันที่ได้มาตรฐานเชื่อมต่อจากที่จอดรถไปยังทางเดินเท้าโดยไม่มีขั้นบันไดขวางกั้น… Continue reading ที่จอดรถคนพิการ ใครมีสิทธิ์จอดได้บ้าง กฎหมายและมารยาท