กุ๊กกุ๊กกู๊เสียงที่คนกลัวผีหลายคนได้ยินแล้วต้องเผ่น! แต่สำหรับใครที่ไม่กลัวชอบเรื่องราวชวนหลอน อย่าปล่อยให้เป็นแค่ความชอบเดินทางไปยังที่เที่ยวสุดหลอน ที่เที่ยวมีประวัติเพื่อไปพบเจอกับความหลอนที่แท้จริงตรงหน้ากันดีกว่า
ที่เที่ยวสุดหลอนนั้นมีอยู่ทั่วโลก มี Stoy เรื่องเล่าที่ต่างกันออกไปเที่ยวต่างประเทศให้ขนหัวลุกกับ 7 สถานที่สุดช็อก ความหลอน 100 กะโหลกก็ไม่พอ มาดูกันว่าจะน่ากลัวขนาดไหน!
เปิดมาที่แรกก็ไม่ธรรมดาแล้วกับที่เที่ยวสุดหลอนขึ้นชื่อ The Island of the Dolls เกาะตุ๊กตาผีแห่งประเทศเม็กซิโก ความหลอนของที่นี่ถูกจดจำไปทั่วโลก ถูกสร้างจาก Don Julian Santana ชายหนุ่มสุดแปลกที่สร้างสถานที่แบบนี้ขึ้นมา เพื่อบูชาผีเด็กสาวที่จมน้ำตายในคลอง เขาเก็บสะสมตุ๊กตามากมายมาแขวนตามต้นไม้ ตุ๊กตาบางต้นก็มีแต่หัว มีแต่แขน มีแต่ขา ไม่ว่าใครที่ได้ไปเหยียบสถานที่แห่งนี้ก็เปรียบเสมือนกับว่ามีสายตานับ 100 คอยจ้องมองตั้งเเต่ก้าวแรก!
ที่เที่ยวหลอนต่างประเทศที่ที่ 2 คือ เมืองพรีเพียต Pripyat จากประเทศยูเครนที่ขึ้นชื่อว่าเป็นเมืองผีของเชอร์โนบิล! เมืองใหญ่ที่ดูเหมือนว่าจะเคยรุ่งเรืองมาก่อน แต่พอเจอกับเหตุการณ์แกนปฏิกรณ์นิวเคลียร์หมายเลข 4 ในเมืองระเบิด ทำให้กลายเป็นเมืองที่ถูกทิ้งร้างนานว่า 3 ทศวรรษ เนื่องจากมีผู้เสียชีวิตยังสถานที่แห่งนี้มากกว่า 4,000 คน ว่ากันว่าเหตุที่กลายเป็นเมืองร้างก็มาจากสิ่งลี้ลับมากมาย เมื่อเวลาผ่านมาจึงได้เปิดให้เข้าชมเมืองได้แต่ต้องทำตามกฎและควรซื้อประกันเดินทางออนไลน์ ก่อนจะเดินทางเข้าเมืองผี!
ที่เที่ยวสุดหลอนพิกัดที่ 3 ได้แก่ หอคอยแห่งลอนดอน Tower of London ที่ประเทศอังกฤษ พระราชวังหลวงและป้อมปราการที่ถูกสาปแช่ง! นับว่าเป็นที่ที่ผีดุอันดับ 1 ในกรุงลอนดอน สร้างโดยพระเจ้าวิลเลียมที่ 1 แห่งอังกฤษ เมื่อปี ค.ศ. 1078 มีผู้เสียชีวิตที่นี่มากมาย มีนักท่องเที่ยวมากมายรวมถึงผู้ที่ผ่านไปผ่านมาได้เห็นผีหัวขาด ผีทหารยาม เสียงโซ่ เสียงร้องด้วยความเจ็บปวดจนถึงทุกวันนี้
ที่เที่ยวสุดหลอนพิกัดที่ 4 คือ วิหารของกระดูก Capela dos Ossos ประเทศโปรตุเกส ก่อนที่จะกลายมาเป็นสถานที่สุดหลอนที่แห่งนี้ถูกสร้างในศตวรรษที่ 15 โดยพระนิกายฟรานซิสกัน ว่ากันว่าสถานที่แห่งนี้ถูกสาปจากสตรีนางหนึ่งที่ถูกสามีและลูกชายแท้ๆ ทำร้ายจนสิ้นลมเลยพ่นคำสาปแช่งไว้ ในผนังของวิหารนี้ถูกสร้างจากกระดูกคนมากกว่า 5,000 คนและมีศพของผู้ชาย 2 คน ห้อยติดผนังไว้ ไม่รู้เลยว่าวิญญาณทั้งหมดจะถูกจองจำจากคำสาปแช่งไปจนถึงเมื่อไหร่
พิกัดสถานที่เที่ยวสุดหลอนที่ที่ 5 คือ ป่าอาถรรพ์ อาโอกิกาฮาระ Aokigahara Forest ที่ประเทศญี่ปุ่นแม้แต่คนญี่ปุ่นก็ไม่กล้าเข้าไปชม! เพราะเป็นสถานที่ที่ติดอันดับว่ามีผู้คนมาจบชีวิตตัวเองมากที่สุดเป็นอันดับที่ 2 นับตั้งแต่คริสต์ทศวรรษ 1950 ก็สังเวยไปแล้วมากกว่า 500 ศพ ด้วยการผูกคอตัวเองไว้บนต้นไม้ของป่าแห่งนี้ แล้วนักเที่ยวต่างประเทศชมความหลอนกล้าเดินทางไปยังป่าแห่งนี้หรือไม่?
และที่เที่ยวสุดหลอนพิกัดที่ 6 ได้แก่ สุสานยิว Old Jewish Cemetary ที่ปรากสาธารณรัฐเช็ก ว่ากันว่าที่แห่งนี้เป็นที่ที่เอาไว้ฝังร่างของบุคคลที่มีชื่อเสียงมากหน้าหลายตาจนกลายเป็นสุสานยิวที่ใหญ่ที่สุดของยุโรป! ถูกใช้ตั้งแต่ครึ่งแรกของศตวรรษที่ 15 ถึง 1786 ไม่อยากจะคิดว่าที่แห่งนี้มีร่างผู้เสียชีวิตมากเท่าไหร่กันนะ?
และสุดท้ายพิกัดที่เที่ยวสุดหลอนก็คือ โรงแรม Roosevel ที่ประเทศสหรัฐอเมริกา ขึ้นชื่อเรื่องความหลอนยืน 1 กับโรงแรมที่เต็มไปด้วยเรื่องราวสุดหลอน! ไม่ว่าใครที่ได้ไปเยี่ยมเยือนที่นั่นมากกว่าครึ่งได้พบกับวิญญาณที่เคยเสียชีวิต ณ โรงแรมแห่งนี้ มีดาราเซเลปชื่อดังมากมายเคยมาพัก ทุกคนต่างการันตีความหลอนเป็นเสียงเดียวกัน ใครอยากไปสัมผัสความหลอนควรมีประกัน Pa ก่อนเข้าพัก
พิกัด 7 ที่เที่ยวสุดหลอนที่เอามาฝากกันในวันนี้ใครคิดว่าแน่ ต้องเดินทางไปชมความหลอนด้วยตัวเอง แต่ไม่ว่าจะไปผจญความหลอนที่ไหน ความปลอดภัยเป็นสิ่งที่ควรมาอันดับ 1 ซื้อประกันเดินทางออนไลน์ insurverse ประกันเดินทางต่างประเทศที่ดีที่สุด! นอกจากความหลอนเเล้วไปในสถานที่หลอนๆ ก็อาจจะมีสิ่งไม่พึงประสงค์หรือพื้นที่ที่เสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุได้ เพราะฉะนั้นมีไว้อุ่นใจกว่า ราคาไม่เเพงสมัครง่ายผ่านช่องทางออนไลน์ บริการ 24 ชั่วโมง
check_circleคัดลอกลิงก์เรียบร้อย
รถป้ายแดงเป็นป้ายทะเบียนชั่วคราวสำหรับรถออกใหม่ แต่รู้หรือไม่ว่า มีข้อควรรู้สำคัญอีกหลายเรื่องที่ต้องระวัง มาเช็กเลยว่าเรื่องอะไรบ้าง!
ในยุคที่แก๊งคอลเซ็นเตอร์และมิจฉาชีพใช้เทคโนโลยีเป็นอาวุธในการหลอกลวง การตรวจสอบเบอร์แปลก หรือเบอร์โทรศัพท์ที่น่าสงสัยก่อนที่จะรับสายหรือโอนเงินถือเป็นขั้นตอนสำคัญที่ช่วยปกป้องตัวเองและคนรอบข้างจากการถูกโกง การเช็คเบอร์มิจฉาชีพไม่ใช่เรื่องยาก หากคุณรู้วิธีที่ถูกต้องและใช้เครื่องมือที่เหมาะสม บทความนี้จึงรวบรวมวิธีการเช็คเบอร์มิจฉาชีพและข้อควรระวังที่คุณไม่ควรพลาด
เมื่อเราเดินทางไปยังห้างสรรพสินค้า โรงพยาบาล สนามบิน หรืออาคารสาธารณะต่างๆ เรามักจะพบเห็นช่องจอดรถที่มีสัญลักษณ์รูปเก้าอี้คนพิการบนพื้นสีน้ำเงินสดใสและมีขนาดกว้างกว่าช่องจอดทั่วไป ซึ่งก็คือ “ที่จอดรถคนพิการ” ทว่าในชีวิตประจำวัน เรายังคงพบเห็นประเด็นดราม่าและการแย่งที่จอดรถพิเศษนี้อยู่บ่อยครั้งจนเกิดคำถามว่า ใครบ้างที่มีสิทธิ์เข้าจอด กฎหมายกำหนดมาตรฐานไว้อย่างไร และคนทั่วไปสามารถจอดชั่วคราวได้หรือไม่ บทความนี้จะสรุปความรู้ทางกฎหมายและมารยาทสากลเพื่อสร้างสังคมที่เกื้อกูลและน่าอยู่ร่วมกัน ทำความเข้าใจที่จอดรถคนพิการ หัวใจของการออกแบบเพื่อทุกคน ที่จอดรถคนพิการ (Accessible Parking) ถูกออกแบบขึ้นตามหลักอารยสถาปัตย์ (Universal Design) เพื่ออำนวยความสะดวกให้ผู้ที่มีความบกพร่องทางร่างกาย ผู้ใช้วีลแชร์ รวมถึงผู้สูงอายุ ให้สามารถเดินทางและเข้าถึงอาคารสถานที่ได้อย่างสะดวก รวดเร็ว ปลอดภัย และเท่าเทียมกับบุคคลทั่วไป มาตรฐานขนาดและสัญลักษณ์ที่จอดรถคนพิการตามกฎกระทรวง ตามกฎกระทรวงกำหนดสิ่งอำนวยความสะดวกในอาคารสำหรับคนพิการหรือทุพพลภาพและคนชรา ได้กำหนดมาตรฐานของช่องจอดรถไว้อย่างชัดเจน ได้แก่ ขนาดช่องจอดรถกว้างพิเศษเพื่อการขึ้น-ลงวีลแชร์ ช่องจอดรถคนพิการต้องมีความกว้างไม่น้อยกว่า “2.40 เมตร” และต้องมี “พื้นที่ว่างข้างช่องจอด” กว้างไม่น้อยกว่า 1.00 เมตร ตลอดความยาวของช่องจอด เพื่อให้ผู้ขับขี่หรือผู้โดยสารสามารถเปิดประตูรถได้จนสุด และมีพื้นที่เพียงพอในการกางเก้าอี้รถเข็นวีลแชร์ขึ้น-ลงได้อย่างปลอดภัย สัญลักษณ์รูปคนพิการและโทนสีน้ำเงินสากล ต้องทาสัญลักษณ์รูปคนนั่งเก้าอี้ล้อเลื่อน (International Symbol of Access) สีขาวบนพื้นสีน้ำเงินอย่างเด่นชัดบนพื้นช่องจอด และต้องมีป้ายสัญลักษณ์ตั้งขึ้นอย่างชัดเจนในระดับสายตา ตำแหน่งที่ตั้งใกล้ทางเข้าอาคารและทางลาด ช่องจอดต้องตั้งอยู่ใกล้กับทางเข้า-ออกอาคารหรือลิฟต์มากที่สุด และต้องมีทางลาดชันที่ได้มาตรฐานเชื่อมต่อจากที่จอดรถไปยังทางเดินเท้าโดยไม่มีขั้นบันไดขวางกั้น… Continue reading ที่จอดรถคนพิการ ใครมีสิทธิ์จอดได้บ้าง กฎหมายและมารยาท