การดูแลรักษารถยนต์ เป็นหน้าที่ของเจ้าของรถที่ต้องใส่ใจในการดูแลอย่างถูกวิธีและสม่ำเสมอ จะช่วยให้รถทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพและยืดอายุการใช้งานให้ยาวนานยิ่งขึ้น โดยปกติเจ้าของรถจะได้รับคู่มือการดูแลรักษารถยนต์ตามระยะทางที่กำหนดมาอยู่แล้ว เพียงแต่สิ่งที่แตกต่างกันคืออะไหล่และวัสดุสิ้นเปลืองที่นำมาใช้ จะทำให้การเช็กระยะรถยนต์แตกต่างกันไปด้วย ซึ่งจะมีอะไรเป็นตัวกำหนดไปดูกัน
ควรตรวจสอบระดับน้ำมันเครื่องอย่างน้อยเดือนละ 1 ครั้งและเข้ารับการเลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่องตามระยะของชนิดน้ำมันเครื่องที่ใช้ โดยน้ำมันเครื่องจะมีด้วยกัน 3 ชนิดได้แก่
– น้ำมันเครื่องเกรดปกติ จำเป็นจะต้องได้รับการเปลี่ยนทุกๆ 5,000 กิโลเมตร
– น้ำมันเครื่องกึ่งสังเคราะห์ จะได้รับการเปลี่ยนทุกๆ 5,000 -7000 กิโลเมตร
– น้ำมันเครื่องสังเคราะห์ จะได้รับการเปลี่ยนทุก ๆ 10,000 กิโลเมตร44
ซึ่งน้ำมันเครื่องแต่ละชนิดก็จะมีคุณสมบัติ ราคาและคุณภาพที่แตกต่างกัน ขึ้นอยู่กับว่าคุณจะเลือกใช้น้ำมันเครื่องเกรดใด
ควรเปลี่ยนทุกครั้งที่มีการเปลี่ยนน้ำมันเครื่อง
เช็กระยะรถยนต์ต้องตรวจดูไส้กรองอากาศ ซึ่งขึ้นอยู่กับสภาพพื้นที่และการใช้งานเป็นหลัก หากขับในเมืองปกติ ไม่เจอทางฝุ่น อาจถอดไส้กรองอากาศมาเป่าฝุ่นทุกๆ10,000 กิโล และเปลี่ยนทุกๆ 20,000 – 40,000 กิโล แต่ถ้าเป็นฝุ่นหรือใช้งานในพื้นที่มีฝุ่น ควรถอดมาเป่าทำความสะอาดทุกๆ 5,000 กิโลและเปลี่ยนทุกๆ 10,000-20,000 กิโล ขึ้นอยู่กับสภาพของไส้กรองในขณะนั้น
ควรตรวจสอบระดับน้ำทุกๆ 2 สัปดาห์ หากพบว่าระดับน้ำในหม้อน้ำลดต่ำลง ควรเติมน้ำเปล่าลงไป หรือเลือกใช้น้ำยาหล่อเย็นซึ่งจะช่วยการทำงานของระบบเครื่องยนต์มีประสิทธิภาพภาพมากยิ่งขึ้นและควรเปลี่ยนทุกๆ 30,000 กิโลเมตร หรือ 1 ปี
ปกติยางรถยนต์ จะมีอายุการใช้งานประมาณ 40,000-50,000 กิโลเมตร หรือ ประมาณ 3-5 ปี ขึ้นอยู่กับระยะใดระยะหนึ่งถึงก่อน
โดยปกติจะได้รับคำแนะนำเปลี่ยนทุก ๆ 150,000 กิโลเมตร หรือขึ้นอยู่กับผู้ผลิตที่ระบุไว้ในคู่มือการดูแลรักษารถแต่ละรุ่น
ตรวจสอบการแตกลายงา หรือทุก ๆ 50,000 กิโลเมตร
เพราะรถยนต์เป็นยานพาหนะที่ช่วยให้เดินทางได้อย่างสะดวกสบาย เพื่อความปลอดภัยและยืดอายุรถให้สามารถใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพจำเป็นจะต้องได้รับการดูแลรักษา เช็กระยะรถยนต์ตามระยะเวลาในการใช้งาน ส่วนจะเปลี่ยนอะไหล่ชิ้นใดขึ้นอยู่คู่มือที่ผู้ผลิตกำหนดมาหรือตามสภาพจากการใช้งานและที่ขาดไม่ได้คือ การทำประกันภัยรถยนต์ไม่ว่าจะเป็นในส่วนของประกันภาคบังคับหรือภาคสมัครใจ เช่น ประกันภัยรถยนต์ชั้น 1 เพื่อความมั่นใจในทุกเส้นทาง เพราะอุบัติเหตุเกิดขึ้นได้เสมอ อย่างที่ insurverse หนึ่งในผู้ให้บริการประกันรถยนต์ออนไลน์ ในเครือทิพย มั่นใจ เชื่อถือได้ เพียงชำระเงินค่าเบี้ยก็พร้อมที่จะให้ความคุ้มครองในทันที เช็กเบี้ยประกันรถยนต์ที่นี่!
check_circleคัดลอกลิงก์เรียบร้อย
ค่า excess กับ deductible ต่างกันอย่างไร เวลาเลือกซื้อประกันรถยนต์ ผลต่อการเคลมหรือค่าใช้จ่ายอย่างไร แม้ทั้งสองอย่างจะเป็น "ค่าเสียหายส่วนแรก" เหมือนกัน แต่มีเงื่อนไขและวัตถุประสงค์ที่แตกต่างกัน การทำความเข้าใจเรื่องนี้จะช่วยให้ซื้อประกันรถยนต์ได้เหมาะกับการใช้งาน ไม่พลาดย้อนหลัง
ประกันรถยนต์ชั้น 1 กับ 2+ เป็นประกันภาคสมัครใจที่ให้ความคุ้มครองใกล้เคียงกัน จนหลายคนลังเลว่าควรเลือกประกันรถยนต์แบบไหนดี โดยเฉพาะรถใหม่หรือรถใช้งานไม่เกิน 10 ปี บทความนี้จะพาเปรียบเทียบความแตกต่างของประกันชั้น 1 กับ 2+ แบบเจาะลึก พร้อมตารางเปรียบเทียบ ทั้งเรื่องความคุ้มครอง ค่าเบี้ย และความเหมาะสมในการใช้งาน พร้อมพิกัดเช็กเบี้ยประกันราคาคุ้มค่าในที่เดียว
ลองนึกภาพว่าคุณขับรถกลับบ้านแล้วอยู่ดี ๆ เจอน้ำท่วม รถดับกลางทาง คำถามคือ ประกันรถยนต์ชั้น 2+ จะช่วยอะไรได้บ้าง บทความนี้จะอธิบายขอบเขตความคุ้มครองและข้อยกเว้นที่ควรรู้ก่อนเกิดเหตุจริงกัน ว่ารถน้ําท่วม ประกันจ่ายไหม รวมถึงวิธีเช็คความคุ้มครองภัยธรรมชาติในกรมธรรม์ของคุณ