การไปเที่ยวต่างประเทศคือความฝันของใครหลายคน บางคนเมื่อได้ไปครั้งหนึ่งก็อยากไปอีก เพราะยังมีอีกหลายประเทศที่ตั้งใจว่าต้องไปให้ได้ ความพิเศษของการเที่ยวเมืองนอกคือต้องเตรียมการมากกว่าการเที่ยวในเมืองไทย นอกจากแผนการเดินทางและเงินที่จะใช้ระหว่างทริปแล้ว ยังมีอีกเรื่องที่หลายคนสงสัยว่าควรเตรียมไว้ด้วยหรือไม่นั่นคือประกันการเดินทางต่างประเทศ ซึ่งหากให้เราแนะนำ เราก็ขอแนะนำว่าควรทำ โดยมีอย่างน้อย 4 เหตุผลที่ช่วยให้คุณตัดสินใจได้ง่ายขึ้น
คุณคงเคยได้ยินว่าคนไทยที่ไปเจ็บป่วยในต่างประเทศมักพูดเป็นเสียงเดียวกันว่าค่ารักษาแพงมาก ซึ่งถ้าคุณเจ็บป่วยขณะเป็นนักท่องเที่ยว คงไม่ดีแน่ เพราะแทบไม่มีใครที่จะคิดเผื่อการเจ็บป่วยระหว่างเดินทางและเตรียมเงินสำรองเอาไว้ แต่ปัญหานี้จะหมดไปเพียงแค่คุณมีประกันเที่ยวต่างประเทศ ซึ่งมีให้ซื้อทั้งแบบรายครั้งที่เดินทางและแบบรายปีสำหรับคนที่เดินทางบ่อย โดยเมื่อเจ็บป่วยทั้งจากโรคทั่วไปและอุบัติเหตุ ประกันจะเข้ามาดูแลค่ารักษาพยาบาลให้คุณตามวงเงินที่ระบุไว้
ในการเดินทางท่องเที่ยว เหตุฉุกเฉินอาจเกิดขึ้นกับคุณได้ในหลายรูปแบบ เช่นถูกปล้น กระเป๋าเดินทางได้รับความเสียหายจากความผิดพลาดของการขนส่งหรือความผิดพลาดจากโรงแรม ฯลฯ เหตุทั้งหมดนี้ทำให้ทรัพย์สินเสียหาย ประกันเที่ยวต่างประเทศส่วนใหญ่จะมีระบุคุ้มครองทรัพย์สินเสียหายเอาไว้ให้ด้วย บางแผนอาจคุ้มครองแค่เหตุที่เกิดกับกระเป๋าเดินทาง ส่วนบางแผนก็อาจคุ้มครองกรณีถูกโจรกรรมด้วย
ขอยกตัวอย่างปัญหาหนึ่งที่เกิดขึ้นบ่อยระหว่างการเดินทาง นั่นคือปัญหาความล่าช้าของเที่ยวบินหรือ Flight Delay ซึ่งเมื่อเกิดขึ้นแล้วทำให้คุณเสียทั้งเวลาและค่าใช้จ่าย บางครั้งอาจถึงขั้นต้องหาที่พัก แต่ถ้ามีประกันเที่ยวต่างประเทศเอาไว้ แม้ว่าปัญหาจะยังเกิดขึ้นแต่ประกันจะช่วยดูแลคุณโดยให้ค่าชดเชยซึ่งเป็นค่าที่พักและค่าอาหารระหว่างรอการเดินทาง
แม้ว่าทุกวันนี้เราจะเข้าหลายประเทศได้โดยไม่ต้องขอวีซ่า แต่อีกหลายประเทศก็ยังคงต้องขอวีซ่าโดยเฉพาะประเทศในสหภาพยุโรป ซึ่งถ้าทำประกันการเดินทางเอาไว้ จะช่วยให้คุณขอวีซ่าได้ง่ายขึ้น เพราะแสดงให้เห็นว่าหากเกิดกรณีเจ็บป่วย คุณจะไม่เดือดร้อนเรื่องค่ารักษาพยาบาล นอกจากนี้วีซ่าบางประเภทเช่นเชงเก้นยังระบุวงเงินประกันค่ารักษาพยาบาลระหว่างการเดินทางเอาไว้ในเงื่อนไขของการขอวีซ่าด้วย
นอกจาก 4 เหตุผลนี้แล้ว การมีประกันเอาไว้ก่อนเดินทางยังช่วยให้คุณเที่ยวได้อย่างมั่นใจ เพราะคุณได้เตรียมพร้อมรับความเสี่ยงกับเหตุการณ์ไม่คาดฝันที่อาจเกิดขึ้น มั่นใจได้เลยว่าค่าใช้จ่ายไม่บานปลายแน่นอน และถ้าคุณกำลังวางแผนเที่ยวต่างประเทศ เราขอแนะนำให้เลือก insurverse เป็นผู้ดูแลคุณในทริปต่อไป ด้วยแผนประกันที่มีให้เลือกอย่างหลากหลาย ปรับแต่งให้เหมาะกับความต้องการของแต่ละคนได้ จึงเป็นตัวเลือกที่พร้อมให้ความมั่นใจกับคุณในทุกการเดินทาง เช็กเบี้ยประกันเดินทางที่นี่!
check_circleคัดลอกลิงก์เรียบร้อย
หากคุณกำลังจะเดินทางด้วยเครื่องบิน คำถามแรกๆ ที่มักจะสงสัยเวลาดูตั๋วเครื่องบิน (Boarding Pass) คงหนีไม่พ้นคำว่า Boarding Time คืออะไร? สรุปสั้นๆ ให้เข้าใจง่ายคือ Boarding Time คือ เวลาที่สายการบินเริ่มเรียกผู้โดยสารให้แสดงตัวเพื่อเดินขึ้นเครื่องบิน ซึ่งเวลานี้จะเกิดขึ้น “ก่อน” ที่เครื่องบินจะออกเดินทางจริง ดังนั้น เมื่อถึงเวลา Boarding Time ผู้โดยสารทุกคนควรไปรออยู่ที่บริเวณประตูขึ้นเครื่อง (Gate) เรียบร้อยแล้ว เพื่อเตรียมพร้อมให้เจ้าหน้าที่สแกนตั๋วและเดินเข้าสู่ห้องโดยสาร หากคุณไปถึงหลังจากช่วงเวลานี้ อาจมีความเสี่ยงที่จะตกเครื่องได้สูงมาก ความแตกต่างระหว่าง Boarding Time และ Departure Time หลายคนมักสับสนระหว่างสองคำนี้ ซึ่งเป็นสาเหตุหลักที่ทำให้พลาดเที่ยวบิน เรามาดูความแตกต่างที่ชัดเจนกันครับ: Boarding Time (เวลาขึ้นเครื่อง) คือเวลาที่ “ประตูขึ้นเครื่อง (Gate) เริ่มเปิด” เพื่อให้ผู้โดยสารทยอยเดินขึ้นเครื่องบินไปนั่งประจำที่ Departure Time (เวลาเครื่องออกเดินทาง) คือเวลาที่ “เครื่องบินจะเริ่มถอยออกจากงวงช้างและเตรียมบินขึ้นสู่น่านฟ้า” (Take-off) ซึ่งในเวลานี้ ประตูเครื่องบินจะปิดสนิทแล้ว และไม่รับผู้โดยสารเพิ่มทุกกรณี Boarding… Continue reading Boarding Time คืออะไร? เรื่องสำคัญที่คนขึ้นเครื่องบินครั้งแรกต้องรู้
ใครที่กำลังวางแผนไปเที่ยวต่างประเทศ คำถามแรกที่มักจะผุดขึ้นมาคือ ทําพาสปอร์ต ใช้อะไรบ้าง? ต้องบอกเลยว่าในปัจจุบันปี 2569 การทำหนังสือเดินทางหรือพาสปอร์ต (Passport) นั้นสะดวกและรวดเร็วขึ้นมาก โดยใช้เอกสารเพียงไม่กี่อย่างเท่านั้น บทความนี้ได้สรุปข้อมูลอัปเดตล่าสุดมาให้แล้ว ทั้งการทำพาสปอร์ตครั้งแรกและการต่อพาสปอร์ต โดยแบ่งตามช่วงอายุเพื่อให้คุณเตรียมตัวได้อย่างถูกต้องและไม่เสียเวลาครับ ทำพาสปอร์ตครั้งแรก และ ต่ออายุ ใช้อะไรบ้าง? (แบ่งตามอายุ) การเตรียมเอกสารทำพาสปอร์ตจะแตกต่างกันไปตามช่วงอายุของผู้ทำ ดังนี้ครับ: 1.ผู้ที่อายุ 20 ปีขึ้นไป (บรรลุนิติภาวะ) สำหรับผู้ใหญ่ ถือว่าใช้เอกสารน้อยที่สุดและสะดวกมากที่สุดครับ 2.ผู้ที่อายุ 15 – 19 ปี (ผู้เยาว์ที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะ) 3.ผู้ที่อายุต่ำกว่า 15 ปี สรุปตารางค่าธรรมเนียมทำพาสปอร์ต ปี 2569 หลังจากรู้แล้วว่าเอกสารทำพาสปอร์ตใช้อะไรบ้าง มาดูในส่วนของค่าธรรมเนียมกันครับ ปัจจุบันคุณสามารถเลือกได้ว่าจะทำแบบอายุ 5 ปี หรือ 10 ปี (แบบ 10 ปี สำหรับผู้ที่อายุ 20 ปีขึ้นไปเท่านั้น) ประเภทพาสปอร์ต รับเล่มปกติ (ทางไปรษณีย์… Continue reading ทําพาสปอร์ต ใช้อะไรบ้าง 2569 อัปเดตเอกสารสำคัญที่ต้องรู้ก่อนไปทำ
ประกันเดินทาง จำเป็นไหมที่ต้องซื้อเผื่อหลาย ๆ วัน บางคนคิดว่า “แค่เลือกวันให้ครอบคลุมก็พอ” แต่ความจริงคือ วิธีนับวันมีผลโดยตรงกับความคุ้มครอง ถ้านับพลาด อาจมีช่วงที่คุณไม่มีประกันโดยไม่รู้ตัว บทความนี้จะพาเข้าใจแบบชัด ๆ ว่า ประกันการเดินทาง นับวันยังไง และต้องวางแผนยังไงให้ “การคุ้มครองไม่ขาดช่วง”