นักท่องเที่ยวมือใหม่คงสงสัยว่าทำไมต้องทำประกันอุบัติเหตุต่างประเทศด้วย เพราะในเมื่อซื้อตั๋วเครื่องบินก็ได้ประกันการเดินทางจากสายการบินอยู่แล้ว แต่บอกเลยว่าการทำประกันเอาไว้ย่อมดีกว่าแน่นอน เพราะคุณจะได้รับความคุ้มครองเพิ่มขึ้น นอกเหนือจากประกันพ่วงกับตั๋วเครื่องบิน ซึ่งมีเหตุผลอะไรบ้างที่ควรทำประกันอุบัติเหตุเดินทางต่างประเทศ มาดูกันเลยดีกว่า
เป็นความคุ้มครองพื้นฐานของประกันอุบัติเหตุต่างประเทศทุกกรมธรรม์ เพราะการเดินทางไปต่างประเทศ คุณจะไม่สามารถเข้ารับการรักษาด้วยสิทธิ์ต่าง ๆ เหมือนกับตอนอยู่ภายในประเทศไทย ซึ่งได้แก่ สิทธิ์ประกันสังคม สิทธิบัตรทอง หรือแม้แต่ประกันสุขภาพต่าง ๆ ทำให้เวลาป่วยนักท่องเที่ยวต้องรับความเสี่ยงจากค่ารักษาพยาบาล และการเคลื่อนย้ายรักษาตัวที่สูงมาก หลายคนเสียเงินเป็นล้านเป็นค่าผ่าตัดฉุกเฉินเลยก็มี
หากนักท่องเที่ยวซื้อประกันเดินทางพ่วงกับตั๋วเครื่องบินจะไม่ได้รับความคุ้มครองในข้อนี้ ซึ่งการจ่ายค่าชดเชยความเสียหายในกรณีที่อยู่ต่างประเทศเป็นความคุ้มครองที่สำคัญมาก เพราะนักท่องเที่ยวมักประสบกับปัญหากระเป๋าเดินทางเสียหายจากการถูกกรีด รวมไปถึงถูกโจรกรรมทรัพย์สินของมีค่า ทำให้วีซ่า รวมถึงพาสปอร์ตหายไป ซึ่งหากต้องทำเอกสารเหล่านี้ใหม่ แต่ไม่ได้ทำประกันเอาไว้ ก็เป็นค่าใช้จ่ายที่สูงไม่น้อยทีเดียว
ประเทศกลุ่มเชงเก้น 27 ประเทศ เช่น เยอรมนี, ฝรั่งเศส, เดนมาร์ก ได้กำหนดให้นักท่องเที่ยวที่จะเข้าประเทศต้องทำประกันเดินทางที่มีวงเงินคุ้มครองเกิน 1.5 บ้านบาทขึ้นไป ไม่อย่างนั้นจะไม่สามารถทำเรื่องขอวีซ่าเชงเก้นได้
หลังจากที่ได้ทราบกันไปแล้วว่าประกันอุบัติเหตุเดินทางต่างประเทศ มีความสำคัญอย่างไร ก็มารู้จักกับข้อยกเว้นของประกันดังกล่าวกันเลยดีกว่าว่าเคสใดบ้างที่ประกันไม่คุ้มครอง ดังต่อไปนี้
ประกันอุบัติเหตุต่างประเทศไม่ได้ให้ความคุ้มครองทุกประเทศจากทั่วมุมโลกอย่างที่เข้าใจ เพราะบางประเทศมีความเสี่ยงสูงแก่ผู้เดินทางจากภัยก่อการร้าย ภัยสงคราม และการโจรกรรมรูปแบบต่าง ๆ เช่น อิรัก, อิหร่าน, เกาหลีเหนือ และล่าสุดที่มีการอัปเดตรายชื่อคือ อิสราเอล, รัสเซีย และยูเครน ก่อนเดินทางไปต่างประเทศจึงต้องเช็กรายชื่อประเทศยกเว้นทุกครั้ง เนื่องจากรายชื่อของประเทศเหล่านี้มีการอัปเดตตลอดตามสถานการณ์ทางการเมือง เพื่อให้คุณสามารถเดินทางได้อย่างปลอดภัยได้รับความคุ้มครองแบบครบถ้วน
ประกันเดินทางต่างประเทศไม่รับคุ้มครองอาการป่วยที่เป็นมาก่อนเดินทาง โดยเฉพาะอย่างยิ่งโรคเรื้อรังต่าง ๆ อาทิ โรคเบาหวาน ความดันหัวใจ หากรู้ตัวว่าเป็นโรคเหล่านี้อยู่แล้ว ควรเตรียมยารักษาตัวให้พร้อม และหลีกเลี่ยงการทำกิจกรรมใด ๆ ที่ทำให้อาการของโรคกำเริบ
อาชีพก็เป็นหนึ่งในข้อยกเว้นของประกันเดินทางต่างประเทศเช่นกัน ตัวอย่างของอาชีพที่ไม่คุ้มครอง เช่น ทหาร หรือตำรวจที่เข้าร่วมปฏิบัติการช่วยเหลือเหยื่อ, นักบิน หรือพนักงานที่ทำงานอยู่บนเครื่องบิน, นักกีฬาที่เข้าร่วมการแข่งขันในลีกต่างประเทศ นอกจากอาชีพแล้วหากนักท่องเที่ยวทำกิจกรรมบางอย่างที่เสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุ ทางบริษัทประกันจะไม่คุ้มครอง เช่น การปีนเขา เป็นต้น
เมื่อรู้เหตุผลดี ๆ ไปแล้วว่าทำไมต้องทำประกันอุบัติเหตุต่างประเทศ และกำลังมองหากรมธรรม์ประกันเดินทางต่างประเทศในราคาประหยัด พร้อมเลือกวันเดินทางผ่านช่องทางออนไลน์ทันทีก่อนขึ้นเครื่อง ขอแนะนำบริการของ insurverse ที่ได้รวบรวมประกันเดินทางที่พร้อมให้ความคุ้มครองอย่างครอบคลุมไว้ให้คุณแล้ว เช็กเบี้ยประกันเดินทางที่นี่!
check_circleคัดลอกลิงก์เรียบร้อย
หากคุณกำลังจะเดินทางด้วยเครื่องบิน คำถามแรกๆ ที่มักจะสงสัยเวลาดูตั๋วเครื่องบิน (Boarding Pass) คงหนีไม่พ้นคำว่า Boarding Time คืออะไร? สรุปสั้นๆ ให้เข้าใจง่ายคือ Boarding Time คือ เวลาที่สายการบินเริ่มเรียกผู้โดยสารให้แสดงตัวเพื่อเดินขึ้นเครื่องบิน ซึ่งเวลานี้จะเกิดขึ้น “ก่อน” ที่เครื่องบินจะออกเดินทางจริง ดังนั้น เมื่อถึงเวลา Boarding Time ผู้โดยสารทุกคนควรไปรออยู่ที่บริเวณประตูขึ้นเครื่อง (Gate) เรียบร้อยแล้ว เพื่อเตรียมพร้อมให้เจ้าหน้าที่สแกนตั๋วและเดินเข้าสู่ห้องโดยสาร หากคุณไปถึงหลังจากช่วงเวลานี้ อาจมีความเสี่ยงที่จะตกเครื่องได้สูงมาก ความแตกต่างระหว่าง Boarding Time และ Departure Time หลายคนมักสับสนระหว่างสองคำนี้ ซึ่งเป็นสาเหตุหลักที่ทำให้พลาดเที่ยวบิน เรามาดูความแตกต่างที่ชัดเจนกันครับ: Boarding Time (เวลาขึ้นเครื่อง) คือเวลาที่ “ประตูขึ้นเครื่อง (Gate) เริ่มเปิด” เพื่อให้ผู้โดยสารทยอยเดินขึ้นเครื่องบินไปนั่งประจำที่ Departure Time (เวลาเครื่องออกเดินทาง) คือเวลาที่ “เครื่องบินจะเริ่มถอยออกจากงวงช้างและเตรียมบินขึ้นสู่น่านฟ้า” (Take-off) ซึ่งในเวลานี้ ประตูเครื่องบินจะปิดสนิทแล้ว และไม่รับผู้โดยสารเพิ่มทุกกรณี Boarding… Continue reading Boarding Time คืออะไร? เรื่องสำคัญที่คนขึ้นเครื่องบินครั้งแรกต้องรู้
ใครที่กำลังวางแผนไปเที่ยวต่างประเทศ คำถามแรกที่มักจะผุดขึ้นมาคือ ทําพาสปอร์ต ใช้อะไรบ้าง? ต้องบอกเลยว่าในปัจจุบันปี 2569 การทำหนังสือเดินทางหรือพาสปอร์ต (Passport) นั้นสะดวกและรวดเร็วขึ้นมาก โดยใช้เอกสารเพียงไม่กี่อย่างเท่านั้น บทความนี้ได้สรุปข้อมูลอัปเดตล่าสุดมาให้แล้ว ทั้งการทำพาสปอร์ตครั้งแรกและการต่อพาสปอร์ต โดยแบ่งตามช่วงอายุเพื่อให้คุณเตรียมตัวได้อย่างถูกต้องและไม่เสียเวลาครับ ทำพาสปอร์ตครั้งแรก และ ต่ออายุ ใช้อะไรบ้าง? (แบ่งตามอายุ) การเตรียมเอกสารทำพาสปอร์ตจะแตกต่างกันไปตามช่วงอายุของผู้ทำ ดังนี้ครับ: 1.ผู้ที่อายุ 20 ปีขึ้นไป (บรรลุนิติภาวะ) สำหรับผู้ใหญ่ ถือว่าใช้เอกสารน้อยที่สุดและสะดวกมากที่สุดครับ 2.ผู้ที่อายุ 15 – 19 ปี (ผู้เยาว์ที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะ) 3.ผู้ที่อายุต่ำกว่า 15 ปี สรุปตารางค่าธรรมเนียมทำพาสปอร์ต ปี 2569 หลังจากรู้แล้วว่าเอกสารทำพาสปอร์ตใช้อะไรบ้าง มาดูในส่วนของค่าธรรมเนียมกันครับ ปัจจุบันคุณสามารถเลือกได้ว่าจะทำแบบอายุ 5 ปี หรือ 10 ปี (แบบ 10 ปี สำหรับผู้ที่อายุ 20 ปีขึ้นไปเท่านั้น) ประเภทพาสปอร์ต รับเล่มปกติ (ทางไปรษณีย์… Continue reading ทําพาสปอร์ต ใช้อะไรบ้าง 2569 อัปเดตเอกสารสำคัญที่ต้องรู้ก่อนไปทำ
ประกันเดินทาง จำเป็นไหมที่ต้องซื้อเผื่อหลาย ๆ วัน บางคนคิดว่า “แค่เลือกวันให้ครอบคลุมก็พอ” แต่ความจริงคือ วิธีนับวันมีผลโดยตรงกับความคุ้มครอง ถ้านับพลาด อาจมีช่วงที่คุณไม่มีประกันโดยไม่รู้ตัว บทความนี้จะพาเข้าใจแบบชัด ๆ ว่า ประกันการเดินทาง นับวันยังไง และต้องวางแผนยังไงให้ “การคุ้มครองไม่ขาดช่วง”