วีซ่าอเมริกา B-1/B-2 คืออะไร? เหมาะกับใคร? สายเที่ยวต่างประเทศรู้กันหรือเปล่า? ว่านี่คือไอเทมลับ สำหรับคนชอบไปต่างประเทศ ทั้งไปพักผ่อน ไปรักษาตัวหรือจะไปทำธุรกิจก็ต้องมีวีซ่าอันนี้เลยนะ ขาดไม่ได้เลยล่ะ ใครกำลังหาข้อมูลอยากไปอเมริกาอยู่ จำเป็นต้องศึกษาเพิ่มเติมกันแล้ว ว่าวีซ่าอเมริกา b1 b2 คืออะไร? ขั้นตอนการดำเนินการเป็นอย่างไร? จะไปเยือนอเมริกาได้ชัวร์ หากต้องการเดินทางไปอย่างอบอุ่นใจ ต้องทำประเดินทางต่างประเทศด้วยนะ ให้ประกันเดินทางเป็นผู้ช่วยการเดินทางที่ปลอดภัย เคลียร์ให้จบทุกปัญหากันไปเลย!
วีซ่าอเมริกา B-1/B-2 คือ วีซ่าประเภทเยี่ยมเยียนหรือวีซ่าชั่วคราว โดยมีวัตถุประสงค์แตกต่างกัน แบ่งเป็น B-1 และ B-2 ดังนี้
วีซ่าประเภทนี้ เหมาะสำหรับคนที่ต้องการเดินทางไปเพื่อจุดประสงค์ทางธุรกิจ เช่น เข้าร่วมประชุมเชิงวิทยาศาสตร์, การศึกษา, อาชีพและธุรกิจรวมถึงการจัดการสินทรัพย์และการต่อรองสัญญา เป็นต้น
1. เหมาะสำหรับคนที่ต้องการเดินทางเพื่อการพักผ่อน
2. เหมาะสำหรับคนที่ต้องการเดินทางเพื่อการท่องเที่ยวต่างประเทศ
3. เหมาะสำหรับคนที่ต้องการเดินทางเพื่อเยี่ยมเยือนเพื่อนฝูงหรือญาติมิตร
4. เหมาะสำหรับคนที่ต้องการเดินทางเพื่อเข้ารับการรักษา
5. เหมาะสำหรับคนที่ต้องการเดินทางเพื่อเข้าร่วมงานการกุศล
6. เหมาะสำหรับคนที่ต้องการเดินทางเพื่อเข้าร่วมกิจกรรมด้านการบริการ
7. เหมาะสำหรับคนที่ต้องการเดินทางเพื่อเข้าร่วมกิจกรรมเพื่อสังคม
**หมายเหตุ** การทำวีซ่า B-1 และวีซ่า B2 อเมริกา จำเป็นต้องออกร่วมกันเป็นวีซ่าเดียว กลายเป็นประเภทวีซ่าอเมริกา b1/b2 นั่นเอง
สำหรับเอกสารที่ยื่นเพื่อทำวีซ่าอเมริกา B-1/B-2 แบ่งออกเป็น 4 กลุ่ม ได้แก่
1. แบบฟอร์มยื่นคำร้องวีซ่า B-1/B-2 ในระบบอิเล็กทรอนิกส์หรือ DS-160
2. หนังสือเดินทาง (ต้องมีอายุการใช้งานคงเหลือมากกว่าระยะที่ต้องการอยู่ในสหรัฐอเมริกาไม่ต่ำกว่า 6 เดือน)
3. รูปถ่ายขนาด 2×2 นิ้ว (ถ่ายไว้ไม่เกิน 6 เดือน) จำนวน 1 รูป
4. ใบเสร็จค่าธรรมเนียม (185 ดอลลาร์สหรัฐ)
1. หลักฐานแสดงรายได้, การชำระภาษี, เอกสารครอบครองทรัพย์สินหรือธุรกิจหรือสินทรัพย์
2. รายละเอียดการเดินทาง
3. หนังสือผู้ว่าจ้าง กรณีเดินทางเพื่อวัตถุประสงค์ทางธุรกิจ
4. ประวัติอาชญากรรม
1. คนเคยไปสหรัฐฯ มาก่อน ควรมีหลักฐานการเดินทางเข้าประเทศและสถานะวีซ่ามาด้วย
2. นักธุรกิจ ควรมีหลักฐานแสดงการดำรงตำแหน่งและเงินเดือนหรือผลตอบแทน
3. เดินทางไปเยี่ยมญาติ ควรมีหลักฐานแสดงสถานภาพของญาติ เช่น วีซ่าที่ยังไม่หมดอายุ, ใบรับรองสัญชาติหรือหนังสือเชิญไปเที่ยวจากญาติ ฯลฯ
4. ผู้บรรลุนิติภาวะที่ทำงานแล้ว ควรมีหนังสือว่าจ้างจากผู้ว่าจ้างและสลิปเงินเดือน (3 เดือนล่าสุด)
5 นักเรียนควรมีใบรับรองผลการเรียน, ใบรับปริญญาหรือใบประกาศนียบัตรและอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง
1. หนังสือจากแพทย์หรือสถานพยาบาลในสหรัฐฯ ที่มีการยินยอมให้เข้ารับการรักษารวมถึงรายละเอียดต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับการรักษา
2. รายงานการวินิจฉัยจากแพทย์ภายในประเทศ พร้อมระบุเหตุผลว่าทำไมต้องเข้ารับการรักษาในอเมริกา
3. หนังสือแจ้งความรับผิดชอบด้านการเงิน ครอบคลุมตั้งแต่ค่าเดินทาง, ค่าที่พัก, ค่ารักษาพยาบาลและอื่นๆ ตามความเหมาะสม
การสมัครขอวีซ่า B-1/B-2 มีอยู่ด้วยกันทั้งหมด 4 ขั้นตอน ได้แก่
1. กรอกแบบคำร้องขอวีซ่าอเมริกาชั่วคราว B-1/B-2 ผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์หรือ DS-160
2. ชำระค่าธรรมเนียมการยื่นขอวีซ่า
3. นัดสัมภาษณ์ โดยเตรียมข้อมูล 3 อย่างไปด้วย ได้แก่ หมายเลขใบเสร็จชำระค่าธรรมเนียมวีซ่า, หมายเลขหนังสือเดินทางและหมายเลขบาร์โค้ด 10 หลัก (ที่ระบุไว้บนหน้ายืนยันแบบคำร้องหรือ DS-160)
4. เดินทางไปยังสถานทูตหรือสถานกงสุลอเมริกาตามวันและเวลาที่ได้มีการนัดสัมภาษณ์ไว้ในขั้นตอนที่ 3 พร้อมเตรียมเอกสารสำหรับการยื่นคำขอไปให้ครบ โดยเฉพาะในส่วนของหนังสือเดินทางต้องมีทั้งเล่มปัจจุบัน เล่มเก่าทั้งหมดรวมถึงใบเสร็จชำระค่าธรรมเนียมวีซ่าตัวจริงมาด้วย
วีซ่า B-1/B-2 เป็นวีซ่าอเมริกาสำหรับผู้ที่ต้องการเดินทางไปยังสหรัฐอเมริกาแบบชั่วคราว โดยมี 3 จุดประสงค์หลักๆ คือ เข้ารับการรักษา, พักผ่อนหรือเที่ยวต่างประเทศและเพื่อจุดประสงค์ทางธุรกิจ แต่ก่อนเดินทางไปยังสหรัฐอเมริกา ก็อย่าลืมทำประกันด้วยนะ ถึงจะมีวีซ่าเพิ่มความสบายใจเรื่องสามารถเข้าประเทศได้อย่างถูกกฎหมายแล้ว แต่ถ้าเกิดเหตุไม่คาดฝันขึ้นมา ก็จะมีประกันเดินทางนี่แหละที่คอยช่วยได้ ไม่ต้องแบกรับปัญหาด้วยตัวคนเดียว ดังนั้นโยนปัญหาทิ้งไป แล้วไปเที่ยวสนุกๆ ทำงานอย่างคนมีผู้ช่วยคอยซัปพอร์ต คุณจะได้มั่นใจว่าสามารถทำตามจุดประสงค์ของตัวเองได้อย่างราบรื่น ไม่มีปัญหาอะไรกวนใจ ส่องดูความคุ้มครองสุดคุ้มของประกันท่องเที่ยวต่างประเทศออนไลน์จาก insurverse แล้วเลือกเบี้ยประกันที่ใช่ ความคุ้มครองที่ชอบ จากนี้ก็พร้อมออกเดินทางเที่ยวต่างประเทศ 2024 ได้อย่างสบายใจ ไม่ต้องกลัวค่าใช้จ่ายจากเหตุการณ์ไม่คาดฝันกันอีกต่อไป!
check_circleคัดลอกลิงก์เรียบร้อย
หากคุณกำลังจะเดินทางด้วยเครื่องบิน คำถามแรกๆ ที่มักจะสงสัยเวลาดูตั๋วเครื่องบิน (Boarding Pass) คงหนีไม่พ้นคำว่า Boarding Time คืออะไร? สรุปสั้นๆ ให้เข้าใจง่ายคือ Boarding Time คือ เวลาที่สายการบินเริ่มเรียกผู้โดยสารให้แสดงตัวเพื่อเดินขึ้นเครื่องบิน ซึ่งเวลานี้จะเกิดขึ้น “ก่อน” ที่เครื่องบินจะออกเดินทางจริง ดังนั้น เมื่อถึงเวลา Boarding Time ผู้โดยสารทุกคนควรไปรออยู่ที่บริเวณประตูขึ้นเครื่อง (Gate) เรียบร้อยแล้ว เพื่อเตรียมพร้อมให้เจ้าหน้าที่สแกนตั๋วและเดินเข้าสู่ห้องโดยสาร หากคุณไปถึงหลังจากช่วงเวลานี้ อาจมีความเสี่ยงที่จะตกเครื่องได้สูงมาก ความแตกต่างระหว่าง Boarding Time และ Departure Time หลายคนมักสับสนระหว่างสองคำนี้ ซึ่งเป็นสาเหตุหลักที่ทำให้พลาดเที่ยวบิน เรามาดูความแตกต่างที่ชัดเจนกันครับ: Boarding Time (เวลาขึ้นเครื่อง) คือเวลาที่ “ประตูขึ้นเครื่อง (Gate) เริ่มเปิด” เพื่อให้ผู้โดยสารทยอยเดินขึ้นเครื่องบินไปนั่งประจำที่ Departure Time (เวลาเครื่องออกเดินทาง) คือเวลาที่ “เครื่องบินจะเริ่มถอยออกจากงวงช้างและเตรียมบินขึ้นสู่น่านฟ้า” (Take-off) ซึ่งในเวลานี้ ประตูเครื่องบินจะปิดสนิทแล้ว และไม่รับผู้โดยสารเพิ่มทุกกรณี Boarding… Continue reading Boarding Time คืออะไร? เรื่องสำคัญที่คนขึ้นเครื่องบินครั้งแรกต้องรู้
ใครที่กำลังวางแผนไปเที่ยวต่างประเทศ คำถามแรกที่มักจะผุดขึ้นมาคือ ทําพาสปอร์ต ใช้อะไรบ้าง? ต้องบอกเลยว่าในปัจจุบันปี 2569 การทำหนังสือเดินทางหรือพาสปอร์ต (Passport) นั้นสะดวกและรวดเร็วขึ้นมาก โดยใช้เอกสารเพียงไม่กี่อย่างเท่านั้น บทความนี้ได้สรุปข้อมูลอัปเดตล่าสุดมาให้แล้ว ทั้งการทำพาสปอร์ตครั้งแรกและการต่อพาสปอร์ต โดยแบ่งตามช่วงอายุเพื่อให้คุณเตรียมตัวได้อย่างถูกต้องและไม่เสียเวลาครับ ทำพาสปอร์ตครั้งแรก และ ต่ออายุ ใช้อะไรบ้าง? (แบ่งตามอายุ) การเตรียมเอกสารทำพาสปอร์ตจะแตกต่างกันไปตามช่วงอายุของผู้ทำ ดังนี้ครับ: 1.ผู้ที่อายุ 20 ปีขึ้นไป (บรรลุนิติภาวะ) สำหรับผู้ใหญ่ ถือว่าใช้เอกสารน้อยที่สุดและสะดวกมากที่สุดครับ 2.ผู้ที่อายุ 15 – 19 ปี (ผู้เยาว์ที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะ) 3.ผู้ที่อายุต่ำกว่า 15 ปี สรุปตารางค่าธรรมเนียมทำพาสปอร์ต ปี 2569 หลังจากรู้แล้วว่าเอกสารทำพาสปอร์ตใช้อะไรบ้าง มาดูในส่วนของค่าธรรมเนียมกันครับ ปัจจุบันคุณสามารถเลือกได้ว่าจะทำแบบอายุ 5 ปี หรือ 10 ปี (แบบ 10 ปี สำหรับผู้ที่อายุ 20 ปีขึ้นไปเท่านั้น) ประเภทพาสปอร์ต รับเล่มปกติ (ทางไปรษณีย์… Continue reading ทําพาสปอร์ต ใช้อะไรบ้าง 2569 อัปเดตเอกสารสำคัญที่ต้องรู้ก่อนไปทำ
ประกันเดินทาง จำเป็นไหมที่ต้องซื้อเผื่อหลาย ๆ วัน บางคนคิดว่า “แค่เลือกวันให้ครอบคลุมก็พอ” แต่ความจริงคือ วิธีนับวันมีผลโดยตรงกับความคุ้มครอง ถ้านับพลาด อาจมีช่วงที่คุณไม่มีประกันโดยไม่รู้ตัว บทความนี้จะพาเข้าใจแบบชัด ๆ ว่า ประกันการเดินทาง นับวันยังไง และต้องวางแผนยังไงให้ “การคุ้มครองไม่ขาดช่วง”