ใครกำลังมองหายางรถยนต์คุณภาพดี ราคาไม่แรง มาพร้อมกับโปรโมชั่นโดนใจ insurverse ขอแนะนำให้คุณรู้จักกับยาง NEXEN แบรนด์ผู้ผลิตยางรถยนต์เจ้าใหญ่ของประเทศเกาหลีใต้ที่ครองใจนักขับในหลายประเทศทั่วโลก
นักขับคนไหนเป็นแฟนทีมฟุตบอลแมนเชสเตอร์ซิตี้อาจเคยได้ยินชื่อ ยาง NEXEN ซึ่งเป็นผู้สนับสนุนอย่างเป็นทางการให้กับสโมสรฟุตบอลแมนเชสเตอร์ซิตี้กันมาบ้าง แต่จะมีสักกี่คนที่กล้าเปิดใจให้กับยางรถยนต์คุณภาพสูงมาตรฐานสากลแบรนด์นี้ ส่วนหนึ่งเป็นเพราะยางรถยนต์เป็นอุปกรณ์สำคัญที่ทำให้นักขับมั่นใจในการเดินทางบนท้องถนน การจะเปลี่ยนมาใช้ยางรถยนต์น้องใหม่ทำให้หลายคนไม่กล้าตัดสินใจ
ปัจจุบัน ยาง NEXEN มีตัวแทนจำหน่ายมากกว่า 205 แห่ง ใน 130 ประเทศทั่วโลก และเป็นบริษัทยางรถยนต์ที่มีอัตราการเจริญเติบโตสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง จึงช่วยเพิ่มความมั่นใจให้กับนักขับได้ว่า NEXEN ให้ความสำคัญกับการพัฒนายางรถยนต์ด้วยเทคโนโลยีใหม่ที่ช่วยเพิ่มสมรรถนะในการขับขี่อย่างแท้จริง
ยาง NEXEN แบ่งออกเป็น 3 ประเภท
ยางรถยนต์ที่พัฒนาให้ตอบโจทย์การขับขี่ในชีวิตประจำวันเป็นหลัก จึงเน้นคุณสมบัติยางที่ช่วยประหยัดน้ำมันและยึดเกาะถนนได้ดี โดยแบ่งยางสำหรับรถยนต์ส่วนบุคคลเอาไว้ 4 รุ่น ได้แก่
ไม่ว่าจะเดินทางในชีวิตประจำวันหรือออกทริปผจญภัยก็มั่นใจได้ทุกเส้นทาง โดยยางที่ออกแบบมาเพื่อรถยนต์ SUV มีให้เลือก 5 รุ่น ได้แก่
ยางรถยนต์ที่ออกแบบมาเพื่อนักขับที่ต้องใช้รถกระบะบรรทุกหนักโดยเฉพาะ มีให้เลือก 3 รุ่น ได้แก่
ยาง NEXEN ออกแบบมาเพื่อไลฟ์สไตล์การขับขี่และวัตถุประสงค์การใช้งานรถยนต์ที่หลากหลาย จึงทำให้นักขับเร่งความเร็วอยู่หลังพวงมาลัยได้อย่างมั่นใจ และหากต้องการเพิ่มความมั่นใจมากยิ่งขึ้น แนะนำให้ทำประกันรถยนต์ติดรถไว้เสมอ แม้จะเป็นเพียงการทำ ประกันชั้น 3 ก็ยังช่วยให้อุ่นใจได้มากขึ้นเช่นกัน เพราะคุณจะไม่ต้องเป็นกังวลเกี่ยวกับค่าเสียหายต่อทรัพย์สินของคู่กรณี รวมถึงค่ารักษาพยาบาล เงินชดเชยทุพพลภาพหรือเสียชีวิต ทั้งตัวผู้ทำประกันและคู่กรณี หากสนใจทำประกันรถยนต์สามารถ เช็กเบี้ยประกัน และเลือกซื้อประกันรถยนต์ในราคาที่คุณรับได้ที่ insurverse
check_circleคัดลอกลิงก์เรียบร้อย
ในยามค่ำคืนหรือช่วงเวลาที่ทัศนวิสัยย่ำแย่จากฝนตกหนักและหมอกควัน ไฟหน้ารถยนต์ คืออุปกรณ์ความปลอดภัยที่สำคัญที่สุดของยานพาหนะ เพราะทำหน้าที่ส่องสว่างเส้นทางข้างหน้า ช่วยให้ผู้ขับขี่มองเห็นสิ่งกีดขวาง ป้ายจราจร และคนเดินถนนได้อย่างชัดเจน สำหรับคนรักรถที่กำลังสงสัยว่า ไฟหน้ารถยนต์ในปัจจุบันมีกี่ประเภท? หลอด Halogen, LED และ Xenon แตกต่างกันอย่างไร? หากโคมไฟหน้าเหลืองขุ่นมัวจะแก้ไขได้อย่างไร? และมีข้อกฎหมายการเปลี่ยนไฟหน้ารถอย่างไรไม่ให้ผิดกฎหมาย บทความนี้รวบรวมคำตอบฉบับสมบูรณ์มาให้คุณแล้ว ไฟหน้ารถยนต์ มีกี่ประเภท? เปรียบเทียบจุดเด่นและข้อจำกัดของแต่ละแบบ เทคโนโลยีไฟหน้ารถยนต์มีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง โดยแบ่งออกเป็น 4 ประเภทหลัก: 1. หลอดฮาโลเจน (Halogen): ไฟหน้ารถยนต์ดั้งเดิม ราคาประหยัด ทนทาน เป็นหลอดไฟมาตรฐานที่ใช้ในรถยนต์มาอย่างยาวนาน ทำงานโดยใช้ไส้หลอดทังสเตนบรรจุก๊าซฮาโลเจน ให้แสงสีเหลืองนวล (ประมาณ 3,000 – 4,300 Kelvin) มีข้อดีคือราคาถูก เปลี่ยนง่าย ทัศนวิสัยดีเมื่อขับลุยฝนหรือหมอกหนา แต่กินไฟและมีความร้อนสะสมสูง 2. หลอดซีนอน (HID / Xenon): สว่างสูง แสงพุ่งไกล แต่ต้องมีโปรเจกเตอร์ ทำงานโดยการปล่อยกระแสไฟฟ้าผ่านก๊าซซีนอน ให้แสงสว่างมากกว่าหลอดฮาโลเจนถึง 2-3 เท่า… Continue reading ไฟหน้ารถยนต์ มีกี่แบบ? เจาะลึก Halogen LED Xenon วิธีดูแลรักษา และกฎหมายดัดแปลงไฟหน้า
ในยุคที่ราคาน้ำมันเชื้อเพลิงมีความผันผวนและกระแสรักษ์โลกกำลังได้รับความสนใจอย่างกว้างขวาง รถยนต์ไฮบริด (Hybrid Electric Vehicle หรือ HEV) ได้กลายมาเป็นหนึ่งในทางเลือกยอดนิยมอันดับต้นๆ ของผู้ใช้รถในไทย เพราะเป็นเทคโนโลยีที่ผสมผสานความประหยัดและความสะดวกสบายเข้าด้วยกันได้อย่างลงตัว สำหรับคนที่กำลังวางแผนซื้อรถคันใหม่และสงสัยว่า รถยนต์ไฮบริดคืออะไร? ระบบไฮบริดแบบ HEV และ PHEV แตกต่างกันอย่างไร? ประหยัดน้ำมันจริงไหม? แบตเตอรี่ไฮบริดทนทานแค่ไหน? และมีแนวทางการเลือกซื้อประกันภัยอย่างไร บทความนี้จะพาคุณไปเจาะลึกทุกข้อมูลก่อนตัดสินใจ รถยนต์ไฮบริด (Hybrid Car) คืออะไร? ทำงานอย่างไร หลักการทำงานร่วมกันระหว่างเครื่องยนต์เบนซินและมอเตอร์ไฟฟ้า ความแตกต่างระหว่าง HEV (Full Hybrid), PHEV (Plug-in Hybrid) และ MHEV (Mild Hybrid) ข้อดีและข้อจำกัดของรถยนต์ไฮบริดที่ควรรู้ก่อนซื้อ จุดเด่น: ประหยัดน้ำมัน อัตราเร่งออกตัวเงียบเรียบ ไม่ต้องกังวลเรื่องสถานีชาร์จ ข้อจำกัด: ค่าตัวรถเริ่มต้นสูงกว่า ค่าเปลี่ยนแบตเตอรี่และการซ่อมบำรุงระบบไฟฟ้า เทคนิคการดูแลรักษารถยนต์ไฮบริดให้มีอายุการใช้งานยาวนาน การเลือกทำประกันภัยสำหรับรถยนต์ไฮบริด เนื่องจากรถยนต์ไฮบริดมีชิ้นส่วนเทคโนโลยีขั้นสูงและแบตเตอรี่ที่มีมูลค่า การเลือกทำ ประกันรถยนต์ ชั้น 1 ที่ให้ความคุ้มครองครอบคลุมทั้งตัวรถ แบตเตอรี่ไฮบริด… Continue reading รถยนต์ไฮบริด คืออะไร? เจาะลึกข้อดี ข้อจำกัด การดูแลรักษา และความคุ้มค่าก่อนตัดสินใจซื้อ
เมื่อมีการซื้อขายรถยนต์มือสอง การส่งมอบรถให้คนในครอบครัว หรือการรับมรดกรถยนต์ ขั้นตอนทางกฎหมายที่สำคัญที่สุดคือการ โอนรถยนต์ เพื่อเปลี่ยนชื่อผู้ถือกกรรมสิทธิ์ในใบคู่มือจดทะเบียนรถให้ถูกต้องตามกฎหมายของกรมการขนส่งทางบก สำหรับคนที่กำลังเตรียมตัวซื้อขายหรือส่งมอบรถ และสงสัยว่าการโอนรถยนต์ต้องใช้เอกสารอะไรบ้าง? ค่าธรรมเนียมและค่าอากรแสตมป์คิดอย่างไร? โอนตรงกับโอนลอยต่างกันอย่างไร? บทความนี้ได้รวบรวมคู่มือสรุปขั้นตอนการโอนรถยนต์แบบเข้าใจง่ายมาให้ครบถ้วนในที่เดียว การโอนรถยนต์ คืออะไร? มีกี่รูปแบบที่ควรรู้ 1. การโอนรถยนต์แบบโอนตรง (ไปทำเรื่องพร้อมกันที่สำนักงานขนส่ง) คือการที่ผู้โอน (ผู้ขาย) และผู้รับโอน (ผู้ซื้อ) เดินทางไปดำเนินการโอนกรรมสิทธิ์และนำรถเข้าตรวจสภาพพร้อมกัน ณ สำนักงานขนส่งทางบกที่รถคันนั้นจดทะเบียนอยู่ เป็นวิธีที่ปลอดภัยและเสร็จสิ้นขั้นตอนทันที 2. การโอนลอย (เซ็นเอกสารมอบอำนาจให้ผู้ซื้อไปโอนเอง) และข้อควรระวัง คือการที่ผู้ขายเซ็นชื่อในแบบคำขอโอนและหนังสือมอบอำนาจ พร้อมมอบเล่มทะเบียนและสำเนาบัตรประชาชนให้ผู้ซื้อไปดำเนินการโอนเองในภายหลัง ข้อควรระวังสำหรับผู้ขายคือ หากผู้ซื้อไม่ยอมไปโอนรถและนำรถไปทำผิดกฎหมายหรือเกิดอุบัติเหตุ ผู้ขายเดิมอาจยังต้องรับผิดชอบทางกฎหมาย เอกสารที่ต้องเตรียมสำหรับการโอนรถยนต์ เอกสารสำหรับผู้โอน (ผู้ขาย) เอกสารสำหรับผู้รับโอน (ผู้ซื้อ) 4 ขั้นตอนการโอนรถยนต์ ณ สำนักงานขนส่งทางบก 1. ยื่นเอกสารและนำรถเข้าตรวจสภาพ ณ อาคารตรวจสภาพรถ ขับรถยนต์เข้าช่องตรวจสภาพเพื่อตรวจสอบความถูกต้องของหมายเลขตัวถัง หมายเลขเครื่องยนต์ และสภาพรถทั่วไป 2. ยื่นเรื่องขอโอนกรรมสิทธิ์และตรวจสอบความถูกต้อง นำผลตรวจสภาพพร้อมชุดเอกสารโอนรถยื่นที่เคาน์เตอร์ฝ่ายทะเบียน เจ้าหน้าที่จะตรวจสอบเอกสารและประเมินราคารถ 3.… Continue reading โอนรถยนต์ ต้องใช้อะไรบ้าง? สรุปขั้นตอน เอกสารที่ต้องเตรียม และค่าธรรมเนียมฉบับอัปเดต