การจอดรถบนทางลาดชันเป็นสิ่งที่หลายคนมองข้าม แต่รู้หรือไม่ว่าการหมุนล้อหน้าไม่ถูกทิศอาจทำให้รถไหลไปชนคันอื่นได้ง่าย ๆ การหันล้อหน้าเข้าหาขอบทางไม่ใช่แค่การป้องกันความเสียหายเล็ก ๆ น้อย ๆ แต่มันช่วยลดโอกาสเกิดอุบัติเหตุได้อย่างมาก โดยเฉพาะในกรณีที่เบรกมือหลุดหรือระบบเบรกมีปัญหา เช่นเดียวกับ ประกันรถชั้น 3+ ที่ไม่ใช่แค่คุ้มครองพื้นฐาน แต่ช่วยให้คุณอุ่นใจได้ในทุกสถานการณ์ โดยเฉพาะถ้าเลือกซื้อกับ insurverse ที่ให้คุณปรับแผนความคุ้มครองได้เองตามใจ ไม่ต้องจ่ายเบี้ยเกินจำเป็น แถมซื้อตรงไม่ผ่านตัวแทน ราคาถูกชัวร์!
เมื่อจอดรถบนทางลาดชันที่มีความชันลงเนิน ล้อหน้าควรหัน เข้าหาขอบทาง หรือ ฟุตบาท เพราะหากเบรกมือหลุดหรือรถไหล รถจะไหลไปติดขอบทางทันที ช่วยป้องกันไม่ให้รถกลิ้งออกไปกลางถนน ซึ่งลดความเสี่ยงในการเกิดอุบัติเหตุได้อย่างมาก
ถ้าจอดรถบนทางที่ลาดชันขึ้นเนิน ให้หมุนล้อหน้า ออกจากขอบทาง หรือหันไปทางถนน ในกรณีนี้ ถ้าเบรกมือไม่อยู่หรือรถไหลถอยหลัง ล้อหน้าที่หันออกจะชนขอบทางทำให้รถหยุดเองได้ ซึ่งช่วยลดความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นกับรถและทรัพย์สินรอบข้าง
ถ้าจำเป็นต้องจอดรถบนถนนที่ไม่มีฟุตบาทหรือขอบทางที่ชัดเจน ให้หันล้อหน้า เข้าขอบถนน หรือ ทิศทางที่ปลอดภัย เพื่อป้องกันไม่ให้รถไหลลงไปกลางถนน หากทางที่จอดเป็นดินหรือกรวด ควรหาหินหรือวัสดุมารองล้อไว้เพื่อเพิ่มความปลอดภัยอีกขั้นหนึ่ง
การจอดรถเกียร์ออโต้บนทางลาดชันมีขั้นตอนที่ต้องทำอย่างถูกต้องเพื่อป้องกันการไหลของรถ
สำหรับรถเกียร์ธรรมดา การจอดบนทางลาดชันจะต้องใช้ทั้งเกียร์และเบรกมือร่วมกันเพื่อเพิ่มความปลอดภัย
ตาม พระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ. 2522 มาตรา 58 วรรคสอง ระบุว่า การจอดรถบนทางลาดชันต้องหันล้อหน้าของรถเข้าขอบทาง หากฝ่าฝืนจะมีโทษปรับไม่เกิน 500 บาท ซึ่งเป็นกฎที่ออกมาเพื่อความปลอดภัยของผู้ใช้ถนนทุกคน ไม่ใช่แค่คนที่จอดรถเท่านั้น
หลายคนอาจคิดว่าการดึงเบรกมือและเข้าเกียร์ P เพียงพอแล้วสำหรับการจอดรถบนทางลาดชัน แต่ความจริงคือ ระบบเบรกอาจมีโอกาสล้มเหลวได้ การหันล้อหน้าจึงเป็นเสมือนการเพิ่มชั้นความปลอดภัยอีกขั้นหนึ่ง ช่วยให้รถไม่ไหลลงถนนหรือตกเนินหากระบบเบรกเกิดปัญหา
การจอดรถให้ถูกวิธีคือสิ่งที่สำคัญมาก ๆ เพื่อความปลอดภัยของทุกคนบนท้องถนน เช่นเดียวกับการเลือก เช็กเบี้ยประกันรถยนต์ กับ insurverse ที่ให้คุณออกแบบแผนประกันได้เองทุกขั้นตอนแบบออนไลน์ 100% เห็นราคาเท่าไหร่จ่ายเท่านั้น ไม่ต้องกลัวค่าใช้จ่ายแอบแฝง แถมยังมีอู่ในเครือซ่อมได้เลยไม่ต้องออกเงินก่อน ครบ จบ สบายใจ!
เมื่อจอดในพื้นที่จำกัด ควรหันล้อหน้าเข้าหาขอบทางและตรวจสอบว่ามีพื้นที่เพียงพอให้รถคันอื่นผ่านได้ ห้ามจอดกีดขวางการจราจรเพื่อหลีกเลี่ยงการโดนปรับหรือเกิดอุบัติเหตุ
ถ้าจอดในพื้นที่ที่ไม่มีฟุตบาทหรือขอบทางชัดเจน เช่น ถนนลูกรังหรือดิน ควรใช้ก้อนหินหรือวัสดุอื่นรองล้อเพื่อเพิ่มความมั่นคง ป้องกันการไหลของรถ
หลีกเลี่ยงการจอดบนทางลาดชันในวันที่ฝนตกหนักหรือมีน้ำแข็ง เพราะพื้นถนนลื่นจะเพิ่มความเสี่ยงให้รถไหล แม้จะใช้เบรกมือแล้วก็ตาม
นอกจากหันล้อหน้าเข้าขอบทาง ควรเปิดไฟฉุกเฉินหรือวางกรวยสะท้อนแสงเพื่อให้รถคันอื่นมองเห็นได้ชัดเจน โดยเฉพาะถ้าจอดในพื้นที่ที่มีแสงสว่างไม่เพียงพอ
แม้ระบบเบรกมือไฟฟ้าจะช่วยให้จอดได้มั่นคงขึ้น แต่การหันล้อหน้าเข้าขอบทางยังคงจำเป็น เพื่อเป็นการป้องกันกรณีระบบไฟฟ้าขัดข้องหรือแบตเตอรี่หมด ซึ่งอาจทำให้เบรกมือไม่ทำงาน
check_circleคัดลอกลิงก์เรียบร้อย
PHEV (Plug-in Hybrid Electric Vehicle) คือ รถยนต์ที่ผสมผสานการทำงานระหว่างเครื่องยนต์สันดาปและมอเตอร์ไฟฟ้า โดยมีจุดเด่นคือ สามารถเสียบปลั๊กชาร์จไฟจากภายนอกได้ ทำให้มีแบตเตอรี่ขนาดใหญ่กว่ารถไฮบริดทั่วไป สามารถขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้าล้วน (EV Mode) ได้ในระยะทางที่กำหนด และเมื่อแบตเตอรี่หมด ก็จะสลับไปใช้น้ำมันผ่านเครื่องยนต์สันดาปโดยอัตโนมัติ ทำให้หมดกังวลเรื่องการหาสถานีชาร์จระหว่างทาง รถยนต์ PHEV ย่อมาจากอะไร? รถ PHEV ย่อมาจาก Plug-in Hybrid Electric Vehicle หรือที่คนไทยมักเรียกกันติดปากว่า “รถปลั๊กอินไฮบริด” ซึ่งเป็นเทคโนโลยีที่อยู่ตรงกลางระหว่างรถยนต์ที่ใช้น้ำมันแบบดั้งเดิม และรถยนต์ไฟฟ้าแบบ 100% (EV) โดยได้รับการออกแบบมาเพื่อลดการปล่อยมลพิษ และเพิ่มความประหยัดน้ำมันให้ได้มากที่สุด หลักการทำงานของรถ PHEV เป็นอย่างไร? หลายคนที่กำลังสงสัยว่า รถ PHEV คือ รถที่ทำงานแบบไหน? อธิบายง่ายๆ คือ รถประเภทนี้จะมีทั้ง “ถังน้ำมัน” และ “ช่องเสียบชาร์จไฟ” โดยมีโหมดการขับเคลื่อนหลักๆ 2 รูปแบบ ดังนี้: การขับเคลื่อนด้วยโหมดไฟฟ้าล้วน (EV… Continue reading รถ PHEV คืออะไร? สรุปข้อมูลรถปลั๊กอินไฮบริดที่คนอยากมีรถต้องรู้
เมื่อพูดถึงการซื้อรถมือสอง การทำประกันภัย หรือแม้กระทั่งการนำรถเข้าศูนย์บริการ คำศัพท์หนึ่งที่คุณจะได้ยินบ่อยๆ คือคำว่า “เลขตัวถัง” หรือ VIN Code หลายคนอาจสงสัยว่ารหัสยาวๆ เหล่านี้คืออะไร มีความสำคัญอย่างไร และเราจะ เช็คเลขตัวถัง ได้จากตรงไหนบ้าง? บทความนี้มีคำตอบแบบเจาะลึก ครบจบในที่เดียว เลขตัวถัง (VIN Code) สำคัญอย่างไร? เลขตัวถัง (Vehicle Identification Number หรือ VIN) หรือที่หลายคนเรียกว่า แชสซี (Chassis Number) คือ รหัสประจำตัวรถยนต์ที่มีจำนวน 17 หลัก ประกอบด้วยตัวเลขและตัวอักษรภาษาอังกฤษ เปรียบเสมือน “เลขบัตรประจำตัวประชาชน” ของรถคันนั้นๆ ซึ่งรถยนต์ทุกคันบนโลกจะมีรหัสนี้ไม่ซ้ำกันเลย ความสำคัญของเลขตัวถังมีดังนี้: วิธีอ่านเลขตัวถังรถยนต์ 17 หลัก บอกอะไรเราบ้าง? ตัวเลขและตัวอักษรทั้ง 17 หลักนั้นไม่ได้ถูกสุ่มขึ้นมา แต่แฝงความหมายที่เป็นมาตรฐานสากลไว้ โดยสามารถแบ่งออกเป็น 3 ส่วนหลักๆ ดังนี้ หลักที่ 1-3:… Continue reading เลขตัวถังรถยนต์ (VIN) คืออะไร? วิธีเช็คและตำแหน่งดูเลขตัวถัง
m flow จ่ายเงิน สามารถทำได้ง่ายๆ 2 รูปแบบหลัก คือ 1. สำหรับผู้ที่เป็นสมาชิก ระบบจะตัดเงินอัตโนมัติผ่านบัตรเครดิต/เดบิต หรือบัญชี M-Pass/Easy Pass และ 2. สำหรับผู้ที่ไม่ได้เป็นสมาชิก สามารถเข้าไปที่เว็บไซต์ mflowthai.com พิมพ์เลขทะเบียนรถ แล้วสร้าง QR Code เพื่อสแกนจ่ายผ่านแอปพลิเคชันธนาคาร (Mobile Banking) ได้ทันที โดยต้องชำระภายใน 7 วันหลังขับผ่าน เพื่อหลีกเลี่ยงค่าปรับสูงสุด 10 เท่า การขับขี่บนทางด่วนหรือมอเตอร์เวย์ด้วยความเร็วสูง นอกจากจะต้องศึกษาวิธีการใช้งาน M-Flow เพื่อความคล่องตัวแล้ว สิ่งสำคัญที่ขาดไม่ได้คือการตรวจเช็กสภาพรถ และต่อพ.ร.บ. รถยนต์ ให้เรียบร้อย รวมถึงควรมีประกันภัยรถยนต์ ติดรถไว้ เพื่อความอุ่นใจคุ้มครองทุกอุบัติเหตุบนท้องถนน M-Flow คืออะไร? สิ่งที่ควรรู้ก่อนขับผ่านเลนขวา M-Flow (เอ็มโฟลว์) คือ ระบบจัดเก็บค่าผ่านทางอัตโนมัติแบบไม่มีไม้กั้น (Free Flow) ของกรมทางหลวง ช่วยระบายรถบนหน้าด่านให้ลื่นไหล โดยใช้กล้อง… Continue reading m flow จ่ายเงิน อย่างไร? รวมวิธีชำระค่าผ่านทางอัปเดตล่าสุด