ผู้ขับขี่รถยนต์ทุกคนต้องมีใบอนุญาตขับขี่พกติดตัวอยู่เสมอ เพราะเป็นหลักฐานสำคัญที่ช่วยบ่งบอกว่าคุณสามารถควบคุมบังคับรถยนต์ได้อย่างถูกต้อง ปลอดภัย และเข้าใจกฎหมายจราจรเหมือนกับคนอื่นๆ โดยในปัจจุบันใบขับขี่มีอายุ 2 ปี (สำหรับผู้ที่ทำใบขับขี่ครั้งแรก) และอายุ 5 ปี เมื่อหมดอายุจะมีเงื่อนไขในการต่อที่คนใช้รถอย่างเราไม่ควรมองข้าม เพื่อให้ทุกคนได้ตระหนักถึงความสำคัญของใบขับขี่ insurverse ได้รวบรวมข้อมูลต่างๆ เพื่อไขข้อสงสัยที่ว่าใบขับขี่หมดอายุต้องต่อภายในกี่วัน 2566 มีข้อกำหนดอะไรบ้างไปดูกันเลย
ใบขับขี่หมดอายุเมื่อถูกเจ้าหน้าที่เรียกตรวจจะมีความผิดทางกฎหมายทุกกรณี แม้ว่าจะผ่านมาแค่วันสองวันก็ตามและต้องไปเสียค่าปรับตามธรรมเนียม ซึ่งการต่ออายุใบขับขี่ก็จะมีเงื่อนไขต่างๆ ที่อำนวยความสะดวกให้กับประชาชนทุกคน โดยการต่อใบขับขี่หมดอายุสามารถแบ่งได้เป็น 3 เคสหลักๆ ดังนี้
ใบขับขี่สามารถต่ออายุล่วงหน้าได้ถึง 3 เดือนหรือ 90 วัน แต่ต้องเป็นใบขับขี่ที่หมดอายุไม่เกิน 1 ปีเท่านั้น สามารถไปต่อได้ที่กรมการขนส่งทางบกทุกแห่ง การต้อล่วงหน้าเช่นนี้เหมาะสำหรับคนที่กลัวลืมเสียค่าใช้จ่ายแค่ค่าธรรมเนียมต่ออายุใบขับขี่
ใบขับขี่หมดอายุเกิน 1 ปีขึ้นไปแต่ไม่เกิน 3 ปี ต้องสอบข้อเขียนใหม่ทั้งหมดผ่านระบบ E-exam จำนวน 50 ข้อ ต้องทำคะแนนเกิน 90% ขึ้นไปหรือถูกประมาณ 45 ข้อ หากไม่ผ่านสามารถทำใหม่ได้อีกครั้ง
ใบขับขี่หมดอายุเกิน 3 ปีขึ้นไป กรณีนี้ต้องสอบใหม่ทั้งภาคปฏิบัติและภาคทฤษฎี เหมือนกับตอนทำใบขับขี่ใหม่ทุกขั้นตอน ซึ่งจะมีความยุ่งยากมากกว่ากรณีอื่นๆ ถ้าให้ดีอย่าปล่อยให้หมดอายุนานเกินไปหรือทำล่วงหน้าก่อนกำหนดดีที่สุด
การต่ออายุใบขับขี่ในปัจจุบันมีการนำเทคโนโลยีออนไลน์เข้ามาใช้ในการจองคิวและการอบรมเป็นหลัก เพื่อช่วยลดเวลารอคิวพร้อมกับลดขั้นตอนการทำงานของเจ้าหน้าที่ไปด้วย โดยการต่อใบขับขี่หมดอายุมีขั้นตอนดังนี้
หมายเหตุ: การต่ออายุใบขับขี่จาก 2 ปีเป็น 5 และต่ออายุใบขับ 5 ปี จ่ายค่าธรรมเนียมเท่ากัน
ใบขับขี่หมดอายุผิดกฎหมาย พ.ร.บ. จราจรทางบก พ.ศ. 2522 โทษฐานขับรถโดยไม่มีใบขับขี่ เนื่องจากหมดอายุหรือถูกสั่งพักใช้ ถูกเพิกถอน ถูกยึดใบขับขี่ ต้องระวางโทษปรับไม่เกิน 2,000 บาท ส่วนความผิดอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับใบขับขี่มีดังนี้
แม้ใบขับขี่จะหมดอายุแต่ประกันรถยนต์ยังคงให้ความคุ้มครองตามปกติ ไม่ว่าจะลืมพกมาจากบ้าน หรือโดนยึดประกันยังถือว่าเราสามารถขับรถได้อยู่ พร้อมดูแลตามเงื่อนไขในกรมธรรม์ที่กำหนด ยกเว้นกรณีถูกเพิกถอนใบอนุญาตขับขี่เพราะถือว่าไม่ความสามารถในการขับขี่รถยนต์
ใบขับขี่หมดอายุสามารถเบิก พ.ร.บ. รถยนต์ได้ตามปกติ เพราะตามสิทธิ์ขั้นพื้นฐานให้ความคุ้มครองได้ทั้งตัวผู้ขับขี่ ผู้โดยสารและคู่กรณี แม้ว่าตัวผู้ขับจะไม่มีใบอนุญาตขับขี่ติดตัวก็ตาม แต่หลักสำคัญก็คือ พ.ร.บ. ต้องยังไม่หมดอายุเท่านั้นถือจะได้รับสิทธิประโยชน์ตามเงื่อนไข
ใบขับขี่เป็นเอกสารทางราชการที่สำคัญต่อการใช้ชีวิตประจำวัน โดยเฉพาะผู้ที่ใช้รถยนต์เป็นหลักหากปล่อยให้ใบขับขี่หมดอายุ อาจสร้างความลำบากตอนถูกเจ้าหน้าที่เรียกตรวจอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ดังนั้นควรรีบดำเนินการตั้งแต่เนิ่นๆ ดีกว่า เพื่อลดความยุ่งยากเมื่อต้องใช้ใบขับขี่เพื่อทำธุรกรรมต่างๆ สำหรับใครที่กำลังมองหาประกันรถยนต์พร้อมต่อ พ.ร.บ. ด้วย insurverse พร้อมให้บริการในราคาสุดคุ้ม ครบถ้วนทุกความต้องการ สนใจซื้อประกันคลิก
check_circleคัดลอกลิงก์เรียบร้อย
เมื่อเปิดดูตารางกรมธรรม์ประกันภัยรถยนต์ของตนเอง หลายคนอาจเคยสะดุดตากับคำว่า “ร.ย.03” ในหมวดความคุ้มครองเพิ่มเติม และเกิดคำถามว่า รย.03 คือ อะไร มีความสำคัญอย่างไรต่อผู้ขับขี่ หรือบางคนอาจกำลังสับสนระหว่างรหัสในเอกสารประกันภัยกับรหัสประเภทรถของกรมการขนส่งทางบก บทความนี้จะมาไขคำตอบให้ชัดเจน เพื่อให้คุณเข้าใจสิทธิประโยชน์และใช้ความคุ้มครองได้อย่างเต็มเม็ดเต็มหน่วย รย.03 คืออะไร ในตารางกรมธรรม์ประกันภัยรถยนต์? ในแวดวงประกันภัย ร.ย.03 (หรือ รย.03) คือ รหัสมาตรฐานที่สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) กำหนดให้เป็น “เอกสารแนบท้ายสัญญาประกันภัยรถยนต์ว่าด้วยการประกันตัวผู้ขับขี่ (Driver’s Bail Bond)” ความคุ้มครองนี้มีขึ้นเพื่อช่วยเหลือผู้เอาประกันภัยหรือผู้ขับขี่ที่ได้รับความยินยอมจากผู้เอาประกันภัย ในกรณีที่ขับรถเกิดอุบัติเหตุเฉี่ยวชนจนเป็นเหตุให้คู่กรณีได้รับบาดเจ็บสาหัส หรือถึงแก่ชีวิต ซึ่งพนักงานสอบสวน (ตำรวจ) จะต้องดำเนินคดีอาญาในข้อหาขับรถโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต โดยบริษัทประกันภัยจะทำหน้าที่นำหลักทรัพย์หรือหนังสือรับรองไปวางเป็นหลักประกันในการขอประกันตัวผู้ขับขี่ออกมาสู้คดีในชั้นพนักงานสอบสวน พนักงานอัยการ หรือชั้นศาล สาระสำคัญของเอกสารแนบท้าย ร.ย.03: คุ้มครองการประกันตัวผู้ขับขี่อย่างไร เงื่อนไขและขอบเขตความคุ้มครองของ ร.ย.03 มีรายละเอียดสำคัญที่ผู้ขับขี่ควรรู้ดังนี้: เปรียบเทียบเอกสารแนบท้าย ร.ย.01, ร.ย.02 และ ร.ย.03 แตกต่างกันอย่างไร? เอกสารแนบท้ายมาตรฐาน คปภ. ที่พบได้บ่อยในกรมธรรม์ภาคสมัครใจ ได้แก่: อย่าจำสับสน! ร.ย.03 (ประกันภัย)… Continue reading รย.03 คืออะไร เจาะลึกเอกสารแนบท้ายประกันภัยรถยนต์ คุ้มครองประกันตัวผู้ขับขี่อย่างไร
ประกันวินาศภัย คือ การทำสัญญาประกันภัยรูปแบบหนึ่ง เพื่อชดเชยความเสียหายที่เกิดขึ้นกับทรัพย์สิน ซึ่งสามารถประเมินค่าเป็นตัวเงินได้ (โดยไม่รวมถึงการประกันชีวิต) หลักการทำงานคือ ผู้เอาประกันภัย ตกลงจ่ายเงินค่า เบี้ยประกัน ให้กับ ผู้รับประกันภัย (บริษัทประกัน) และหากเกิดเหตุไม่คาดฝันที่ทำให้ทรัพย์สินเสียหายตามที่ระบุไว้ใน กรมธรรม์ ทางบริษัทประกันจะทำการจ่าย ค่าสินไหมทดแทน เพื่อเยียวยาความเสียหายนั้นๆ ให้กลับมามีสภาพใกล้เคียงกับก่อนเกิดเหตุมากที่สุด การทำประกันวินาศภัยจึงเป็นเครื่องมือสำคัญในการบริหารความเสี่ยงทางเศรษฐกิจ เพื่อให้คุณอุ่นใจว่าทรัพย์สินที่มีค่าจะได้รับ ความคุ้มครอง อย่างเต็มที่ ประกันวินาศภัย มีกี่ประเภท อะไรบ้าง? หลายคนอาจสงสัยว่า ประกันวินาศภัย มีอะไรบ้าง ตามหลักเกณฑ์ทั่วไปแล้ว เราสามารถแบ่ง ประกันวินาศภัย 4 ประเภท หลักๆ ได้ดังต่อไปนี้: 1.ประกันอัคคีภัย (Fire Insurance) ประกันอัคคีภัย เป็นรูปแบบการคุ้มครองทรัพย์สินประเภทสิ่งปลูกสร้าง อาคาร บ้านเรือน รวมถึงทรัพย์สินที่อยู่ภายในอาคาร จากเหตุไฟไหม้ ฟ้าผ่า หรือภัยระเบิด นอกจากนี้ยังสามารถซื้อความคุ้มครองภัยธรรมชาติเพิ่มเติมได้ (เช่น น้ำท่วม ลมพายุ) สำหรับใครที่มีที่อยู่อาศัยเป็นของตนเอง การเลือกทำ ประกันบ้านและคอนโด ถือเป็นการลงทุนที่คุ้มค่า… Continue reading ประกันวินาศภัย คืออะไร? สิ่งสำคัญที่ช่วยปกป้องทรัพย์สินของคุณ
เวลาที่เรากำลังจะเลือกซื้อประกันรถยนต์ หลายคนมักจะเจอคำศัพท์ประกันภัยที่ชวนสับสน หนึ่งในนั้นคือคำว่า “Deductible” หรือ ค่าเสียหายส่วนแรก ซึ่งเป็นตัวแปรสำคัญที่ทำให้ค่าเบี้ยประกันรายปีของเราถูกลงได้อย่างมาก บทความนี้จะพาทุกคนไปทำความเข้าใจว่า Deductible คืออะไร ต้องจ่ายตอนไหน และต่างจากค่า Excess อย่างไร เพื่อให้คุณเลือกแผนกรมธรรม์ได้คุ้มค่าที่สุด Key Takeaways ความหมายของ ค่า Deductible (ค่าเสียหายส่วนแรกแบบสมัครใจ) ค่า Deductible (อ่านว่า ดีดักทิเบิล) หรือที่เรียกเป็นภาษาไทยว่า ค่าเสียหายส่วนแรกแบบสมัครใจ คือ จำนวนเงินแรกที่คุณตกลงกับบริษัทประกันภัยว่าจะรับผิดชอบจ่ายเองในแต่ละครั้งที่มีการเคลมประกัน โดยมีเงื่อนไขว่าอุบัติเหตุครั้งนั้น คุณเป็น “ฝ่ายผิด” หรือ “ไม่มีคู่กรณี” การระบุค่า Deductible ไว้ในกรมธรรม์ ถือเป็นกลยุทธ์ที่ช่วยให้ผู้เอาประกันประหยัดเงินค่าเบี้ยประกันรายปีได้มาก เพราะบริษัทประกันจะนำจำนวนเงิน Deductible ที่คุณเลือก ไปเป็นส่วนลดค่าเบี้ยประกันตอนซื้อนั่นเอง นอกจากการทำประกันภาคสมัครใจแล้ว ผู้ขับขี่ต้องไม่ลืมต่ออายุพ.ร.บ. รถยนต์ ซึ่งเป็นประกันภัยภาคบังคับ เพื่อรับความคุ้มครองค่ารักษาพยาบาลเบื้องต้นตามกฎหมายด้วย Deductible กับ Excess แตกต่างกันอย่างไร? เพื่อให้ทุกคนเข้าใจและไม่สับสนเวลาเคลมประกัน เราขอสรุปความแตกต่างของค่าเสียหายส่วนแรกทั้ง 2 แบบ… Continue reading Deductible คืออะไร? สิ่งที่คนมีรถต้องรู้ก่อนซื้อประกัน