ในการขับรถยนต์จะมีวิธีการและเทคนิคขับรถหลายเรื่องที่จำเป็นต้องรู้ เพื่อนำไปใช้ให้เกิดความปลอดภัยในการเดินทาง โดยเฉพาะสิ่งสำคัญที่ไม่ควรมองข้ามอย่างเรื่องการปรับท่านั่งคนขับ ที่ดูเหมือนจะเป็นเรื่องง่ายๆ สบายๆ แต่แฝงไว้ด้วยความสำคัญที่จะทำให้การขับขี่ปลอดภัยตลอดเส้นทาง ไปดูกันเลยว่าทำอย่างไร
เทคนิคขับรถอย่างปลอดภัยนั้น เริ่มจากการปรับท่านั่งของคนขับให้เหมาะสมก่อนเป็นอันดับแรก มีวิธีการดังนี้
เทคนิคการขับรถมือใหม่ที่ควรปฏิบัติตามก็คือ ควรวางแขนงอสักเล็กน้อยไม่ควรยืดแขนจนตึงเกินไป ซึ่งการจะวางช่วงแขนกับช่วงไหล่ให้ได้ระยะ อาจจะต้องปรับระยะห่างของเบาะนั่งและพนักพิงให้เหมาะสมก่อน ก็จะทำให้ผู้ขับขี่สามารถหมุนพวงมาลัยได้คล่องขึ้น สามารถคุมพวงมาลัยได้ดีกว่าเดิม
ในการขับรถยนต์ควรจับพวงมาลัยในตำแหน่ง 3 และ 9 นาฬิกา ซึ่งเป็นตำแหน่งที่ช่วยให้ผู้ขับขี่หมุนพวงมาลัยได้อย่างมั่นคงไม่หลุดมือ เป็นการป้องกันการเกิดอุบัติเหตุที่ไม่คาดคิดอย่างกรณีเกือบถูกชน มือที่จับพวงมาลัยลักษณะแบบนี้จะทำให้ควบคุมพวงมาลัยได้ดีกว่าและช่วยทำให้การขับรถมีความปลอดภัยยิ่งขึ้น
ตำแหน่งเบาะของคนขับควรปรับระยะห่างให้พอดีและเลื่อนเบาะให้ได้องศา ในลักษณะที่ผู้ขับรถยนต์สามารถขยับแขนได้สะดวกและมีช่วงห่างเพียงพอสำหรับการเหยียบเบรกหรือคันเร่งได้อย่างเหมาะสม
ความสูงของเบาะนั่งก็สำคัญสำหรับการขับรถยนต์ ควรปรับความสูงของเบาะ ให้เหลือระยะห่างระหว่างศีรษะกับเพดานรถ เท่ากับหนึ่งกำปั้นหรือหนึ่งฝ่ามือ เพื่อให้มีทัศนวิสัยในการขับขี่ที่ดีเยี่ยม
การนั่งหลังตรงหรือนั่งให้ลำตัวชิดกับเบาะนั่ง จะช่วยโอบสรีระของผู้ขับขี่ให้มั่นคงและช่วยลดอาการเมื่อยล้าขณะขับขี่ได้
ก่อนขับรถยนต์ ควรปรับพนักพิงให้ได้ระยะห่างจากพวงมาลัยอย่างเหมาะสม เทคนิคคือเอนพนักพิงไปประมาณ 110 องศาก็จะช่วยทำให้การขับขี่รู้สึกสะดวกสบายยิ่งขึ้น
เทคนิคการขับรถมือใหม่ที่สำคัญก็คือ ควรเริ่มต้นด้วยการปรับเบาะนั่งและท่านั่งให้เหมาะสม หากเราปรับที่นั่งคนขับห่างเกินไป จะทำให้การบังคับพวงมาลัยทำได้อย่างยากลำบากและใช้อุปกรณ์ในการขับรถต่างๆ ไม่สะดวก อีกทั้งทัศนวิสัยในการขับรถยนต์ก็ไม่ดีเท่าที่ควร เพราะอาจจะต้องโยกตัวไปด้านหน้ามากจนเกินไป ซึ่งถ้าขับรถท่านี้นานๆ ก็จะทำให้เกิดอาการปวดหลังตามมา ฉะนั้นควรปรับระดับที่นั่งคนขับให้อยู่ในตำแหน่งที่เหมาะสม ไม่ห่างเกินไปและไม่ชิดเกิดไปด้วย
เมื่อได้ทราบเทคนิคการขับรถยนต์กันไปแล้วว่าขับรถต้องรู้อะไรบ้างหรือหากไม่มั่นใจ ก็สามารถเรียนที่โรงเรียนสอนขับรถยนต์เพื่อการขับขี่ที่ถูกต้องและปลอดภัย และที่สำคัญสุดๆ คือเลือกซื้อประกันรถยนต์ติดรถเอาไว้ รับรองเดินทางไปที่ไหนก็อุ่นใจ ได้รับความคุ้มครองเพื่อลดความเสี่ยงทางด้านการเงินเกี่ยวกับค่าซ่อมรถจากอุบัติเหตุ สำหรับใครที่สนใจประกันรถยนต์ถูกที่สุด ขอแนะนำประกันจาก insurverse ที่มีให้เลือกทุกระดับความต้องการ สามารถนำไปเปรียบเทียบราคาประกันภัยรถยนต์ชั้น 1 ทุกบริษัทได้เลย เพราะที่นี่คุ้มค่าที่สุด แถมยังซื้อง่าย เลือกความคุ้มครองได้เองตามไลฟ์สไตล์ เคลมไวพร้อมให้บริการตลอดเวลา เพียงคลิกเข้าไปเลือกดูประกันรถยนต์ของ insurverse ที่นี่ได้เลย
check_circleคัดลอกลิงก์เรียบร้อย
เมื่อเปิดดูตารางกรมธรรม์ประกันภัยรถยนต์ของตนเอง หลายคนอาจเคยสะดุดตากับคำว่า “ร.ย.03” ในหมวดความคุ้มครองเพิ่มเติม และเกิดคำถามว่า รย.03 คือ อะไร มีความสำคัญอย่างไรต่อผู้ขับขี่ หรือบางคนอาจกำลังสับสนระหว่างรหัสในเอกสารประกันภัยกับรหัสประเภทรถของกรมการขนส่งทางบก บทความนี้จะมาไขคำตอบให้ชัดเจน เพื่อให้คุณเข้าใจสิทธิประโยชน์และใช้ความคุ้มครองได้อย่างเต็มเม็ดเต็มหน่วย รย.03 คืออะไร ในตารางกรมธรรม์ประกันภัยรถยนต์? ในแวดวงประกันภัย ร.ย.03 (หรือ รย.03) คือ รหัสมาตรฐานที่สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) กำหนดให้เป็น “เอกสารแนบท้ายสัญญาประกันภัยรถยนต์ว่าด้วยการประกันตัวผู้ขับขี่ (Driver’s Bail Bond)” ความคุ้มครองนี้มีขึ้นเพื่อช่วยเหลือผู้เอาประกันภัยหรือผู้ขับขี่ที่ได้รับความยินยอมจากผู้เอาประกันภัย ในกรณีที่ขับรถเกิดอุบัติเหตุเฉี่ยวชนจนเป็นเหตุให้คู่กรณีได้รับบาดเจ็บสาหัส หรือถึงแก่ชีวิต ซึ่งพนักงานสอบสวน (ตำรวจ) จะต้องดำเนินคดีอาญาในข้อหาขับรถโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต โดยบริษัทประกันภัยจะทำหน้าที่นำหลักทรัพย์หรือหนังสือรับรองไปวางเป็นหลักประกันในการขอประกันตัวผู้ขับขี่ออกมาสู้คดีในชั้นพนักงานสอบสวน พนักงานอัยการ หรือชั้นศาล สาระสำคัญของเอกสารแนบท้าย ร.ย.03: คุ้มครองการประกันตัวผู้ขับขี่อย่างไร เงื่อนไขและขอบเขตความคุ้มครองของ ร.ย.03 มีรายละเอียดสำคัญที่ผู้ขับขี่ควรรู้ดังนี้: เปรียบเทียบเอกสารแนบท้าย ร.ย.01, ร.ย.02 และ ร.ย.03 แตกต่างกันอย่างไร? เอกสารแนบท้ายมาตรฐาน คปภ. ที่พบได้บ่อยในกรมธรรม์ภาคสมัครใจ ได้แก่: อย่าจำสับสน! ร.ย.03 (ประกันภัย)… Continue reading รย.03 คืออะไร เจาะลึกเอกสารแนบท้ายประกันภัยรถยนต์ คุ้มครองประกันตัวผู้ขับขี่อย่างไร
ประกันวินาศภัย คือ การทำสัญญาประกันภัยรูปแบบหนึ่ง เพื่อชดเชยความเสียหายที่เกิดขึ้นกับทรัพย์สิน ซึ่งสามารถประเมินค่าเป็นตัวเงินได้ (โดยไม่รวมถึงการประกันชีวิต) หลักการทำงานคือ ผู้เอาประกันภัย ตกลงจ่ายเงินค่า เบี้ยประกัน ให้กับ ผู้รับประกันภัย (บริษัทประกัน) และหากเกิดเหตุไม่คาดฝันที่ทำให้ทรัพย์สินเสียหายตามที่ระบุไว้ใน กรมธรรม์ ทางบริษัทประกันจะทำการจ่าย ค่าสินไหมทดแทน เพื่อเยียวยาความเสียหายนั้นๆ ให้กลับมามีสภาพใกล้เคียงกับก่อนเกิดเหตุมากที่สุด การทำประกันวินาศภัยจึงเป็นเครื่องมือสำคัญในการบริหารความเสี่ยงทางเศรษฐกิจ เพื่อให้คุณอุ่นใจว่าทรัพย์สินที่มีค่าจะได้รับ ความคุ้มครอง อย่างเต็มที่ ประกันวินาศภัย มีกี่ประเภท อะไรบ้าง? หลายคนอาจสงสัยว่า ประกันวินาศภัย มีอะไรบ้าง ตามหลักเกณฑ์ทั่วไปแล้ว เราสามารถแบ่ง ประกันวินาศภัย 4 ประเภท หลักๆ ได้ดังต่อไปนี้: 1.ประกันอัคคีภัย (Fire Insurance) ประกันอัคคีภัย เป็นรูปแบบการคุ้มครองทรัพย์สินประเภทสิ่งปลูกสร้าง อาคาร บ้านเรือน รวมถึงทรัพย์สินที่อยู่ภายในอาคาร จากเหตุไฟไหม้ ฟ้าผ่า หรือภัยระเบิด นอกจากนี้ยังสามารถซื้อความคุ้มครองภัยธรรมชาติเพิ่มเติมได้ (เช่น น้ำท่วม ลมพายุ) สำหรับใครที่มีที่อยู่อาศัยเป็นของตนเอง การเลือกทำ ประกันบ้านและคอนโด ถือเป็นการลงทุนที่คุ้มค่า… Continue reading ประกันวินาศภัย คืออะไร? สิ่งสำคัญที่ช่วยปกป้องทรัพย์สินของคุณ
เวลาที่เรากำลังจะเลือกซื้อประกันรถยนต์ หลายคนมักจะเจอคำศัพท์ประกันภัยที่ชวนสับสน หนึ่งในนั้นคือคำว่า “Deductible” หรือ ค่าเสียหายส่วนแรก ซึ่งเป็นตัวแปรสำคัญที่ทำให้ค่าเบี้ยประกันรายปีของเราถูกลงได้อย่างมาก บทความนี้จะพาทุกคนไปทำความเข้าใจว่า Deductible คืออะไร ต้องจ่ายตอนไหน และต่างจากค่า Excess อย่างไร เพื่อให้คุณเลือกแผนกรมธรรม์ได้คุ้มค่าที่สุด Key Takeaways ความหมายของ ค่า Deductible (ค่าเสียหายส่วนแรกแบบสมัครใจ) ค่า Deductible (อ่านว่า ดีดักทิเบิล) หรือที่เรียกเป็นภาษาไทยว่า ค่าเสียหายส่วนแรกแบบสมัครใจ คือ จำนวนเงินแรกที่คุณตกลงกับบริษัทประกันภัยว่าจะรับผิดชอบจ่ายเองในแต่ละครั้งที่มีการเคลมประกัน โดยมีเงื่อนไขว่าอุบัติเหตุครั้งนั้น คุณเป็น “ฝ่ายผิด” หรือ “ไม่มีคู่กรณี” การระบุค่า Deductible ไว้ในกรมธรรม์ ถือเป็นกลยุทธ์ที่ช่วยให้ผู้เอาประกันประหยัดเงินค่าเบี้ยประกันรายปีได้มาก เพราะบริษัทประกันจะนำจำนวนเงิน Deductible ที่คุณเลือก ไปเป็นส่วนลดค่าเบี้ยประกันตอนซื้อนั่นเอง นอกจากการทำประกันภาคสมัครใจแล้ว ผู้ขับขี่ต้องไม่ลืมต่ออายุพ.ร.บ. รถยนต์ ซึ่งเป็นประกันภัยภาคบังคับ เพื่อรับความคุ้มครองค่ารักษาพยาบาลเบื้องต้นตามกฎหมายด้วย Deductible กับ Excess แตกต่างกันอย่างไร? เพื่อให้ทุกคนเข้าใจและไม่สับสนเวลาเคลมประกัน เราขอสรุปความแตกต่างของค่าเสียหายส่วนแรกทั้ง 2 แบบ… Continue reading Deductible คืออะไร? สิ่งที่คนมีรถต้องรู้ก่อนซื้อประกัน