ป้ายทะเบียนเป็นสิ่งที่ใช้ระบุว่ารถยนต์คันนี้จดทะเบียนถูกต้องตามกฎหมาย แต่สำหรับบางคนอาจเป็นมากกว่านั้น เพราะการได้ป้ายทะเบียนที่มีเลขสวยตรงใจ เป็นสิ่งที่ทำให้รถของเรามีความโดดเด่นมากกว่าใคร ๆ อีกทั้งยังมีความเกี่ยวข้องกับศาสตร์ของเลขมงคลเข้ามาเกี่ยวข้อง จึงทำให้การจองหรือล็อคเลขทะเบียนรถเป็นอีกกิจกรรมที่ได้รับความนิยมอยู่เสมอ แต่ก่อนอื่นขออธิบายก่อนว่าการล็อคเลขทะเบียนรถคืออะไร
การล็อคเลขทะเบียนรถ คือ การขอจองเลขทะเบียนรถกับกรมการขนส่งทางบก โดยเปิดโอกาสให้ประชาชนที่สนใจเข้าไปจองได้ผ่านระบบอินเทอร์เน็ต ในเวลาทำการวันจันทร์ – ศุกร์ ตั้งแต่ 10.00 น. – 16.00 น. ซึ่งผู้จองจะต้องเป็นเจ้าของรถยนต์เท่านั้น หากมีรถมากกว่า 1 คันต้องแสดงเอกสารหลักฐานให้กับเจ้าหน้าที่กรมการขนส่งทางบกเพื่อปลดล็อคให้จองได้มากกว่า 1 ทะเบียน
สิ่งสำคัญในการขอล็อคเลขทะเบียนรถ ผู้ดำเนินการจะต้องมีสัญชาติไทยและต้องใช้เลขบัตรประจำตัวประชาชนในการยืนยันเท่านั้น โดยตั้งแต่ 1 มิถุนายน 2566 ทางกรมการขนส่งทางบกได้เพิ่มขั้นตอนการยืนยันตัวตนกับแอปพลิเคชัน ThaID ของกรมการปกครอง เมื่อคุณได้ลงทะเบียนเรียบร้อยแล้ว ก็เข้าสู่ขั้นตอนการขอล็อคป้ายทะเบียนรถที่ต้องการใน 6 ขั้นตอนดังต่อไปนี้
อันดับแรกให้เข้าไปที่เว็บไซต์ระบบจองหมายเลขทะเบียนรถยนต์ของกรมการขนส่งทางบก ในหน้าแรกก็จะมีตารางกำหนดการจองเลขทะเบียนรถ ซึ่งจะมีการอัปเดตเป็นรายสัปดาห์ พร้อมระบุเลขทะเบียนที่กรมการขนส่งทางบกเปิดให้จองตามวันที่ระบุ จากนั้นให้คลิกที่ปุ่ม “จองหมายเลขทะเบียน” ได้เลย
เมื่อกดปุ่มแล้วคุณจะต้องทำความเข้าใจกับข้อกำหนดที่กรมการขนส่งทางบกชี้แจงเอาไว้ทั้งหมด 12 ข้อ เพื่อสิทธิประโยชน์ของคุณเอง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการเดินเอกสาร เงื่อนไขการจอง และผลการจองหมายเลขทะเบียน เมื่อเข้าใจแล้วให้คลิกปุ่ม “ยอมรับหลักเกณฑ์”
ถัดมา ให้เลือกหมวดยานพาหนะที่ต้องการ เช่น รถกระบะ 4 ประตู/รถเก๋ง, รถกระบะ, รถตู้ และรถจักรยานยนต์ โดยผู้จองจะมีเวลาทำรายการในขั้นตอนนี้ 15 นาทีเท่านั้น
เมื่อเลือกหมวดเรียบร้อยแล้วก็มาถึงขั้นตอนการกรอกรายละเอียด ส่วนนี้ต้องขอเน้นย้ำว่า ตรวจทานรายละเอียดให้ครบถ้วนก่อนกดจอง หากกรอกข้อมูลไม่ตรงกับหลักฐานของรถถือว่าเป็น “โมฆะ” ดังนั้นต้องเช็กให้ถี่ถ้วน ที่สำคัญการล็อคป้ายทะเบียนจะสามารถเลือกได้เฉพาะหมายเลข 4 หลักข้างหลังเท่านั้น ไม่สามารถเลือกหมวดตัวอักษรได้ เมื่อกรอกข้อมูลทุกอย่างครบถ้วนและถูกต้องให้คลิกปุ่ม “จองเลข” ได้เลย
หลังจากทำการจองเลขแล้วระบบจะให้ตรวจสอบข้อมูลอีกครั้ง หากถูกต้องให้กด “ตกลง” เพื่อยืนยันการจองหมายเลขทะเบียนของคุณ
สุดท้ายเมื่อจองแล้วเรียบร้อย ให้ตรวจสอบผลการจองหมายเลขทะเบียนรถ โดยกรอกเลขบัตรประชาชน และหมายเลขตัวถังของรถที่ใช้จอง เมื่อผลลัพธ์ปรากฏขึ้นมาให้บันทึกเอาไว้เป็นหลักฐาน พร้อมนำไปดำเนินการจดทะเบียนภายในระยะเวลาที่กรมการขนส่งทางบกกำหนด
มาถึงตรงนี้หลายคนคงเข้าใจเกี่ยวกับการล็อคเลขทะเบียนรถกันมากขึ้นแล้ว ใครที่สนใจสามารถเข้าไปดำเนินการในเวลา 10 โมงเช้าถึง 4 โมงเย็น เฉพาะวันจันทร์ถึงศุกร์เท่านั้น อยากได้เลขไหนเข้าไปอัปเดตกันได้เลย สำหรับใครที่มีรถทะเบียนสวยแล้วแต่ยังไม่มีประกัน insurverse พร้อมให้บริการด้วยกรมธรรม์ชั้น 1, 2+, 3+ และ 3 ในราคาสบาย ๆ จัดเต็มได้ทุกความคุ้มครอง อยากได้แผนที่ชัวร์สุด ๆ เข้าไปดูกันได้เลย
check_circleคัดลอกลิงก์เรียบร้อย
เมื่อเปิดดูตารางกรมธรรม์ประกันภัยรถยนต์ของตนเอง หลายคนอาจเคยสะดุดตากับคำว่า “ร.ย.03” ในหมวดความคุ้มครองเพิ่มเติม และเกิดคำถามว่า รย.03 คือ อะไร มีความสำคัญอย่างไรต่อผู้ขับขี่ หรือบางคนอาจกำลังสับสนระหว่างรหัสในเอกสารประกันภัยกับรหัสประเภทรถของกรมการขนส่งทางบก บทความนี้จะมาไขคำตอบให้ชัดเจน เพื่อให้คุณเข้าใจสิทธิประโยชน์และใช้ความคุ้มครองได้อย่างเต็มเม็ดเต็มหน่วย รย.03 คืออะไร ในตารางกรมธรรม์ประกันภัยรถยนต์? ในแวดวงประกันภัย ร.ย.03 (หรือ รย.03) คือ รหัสมาตรฐานที่สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) กำหนดให้เป็น “เอกสารแนบท้ายสัญญาประกันภัยรถยนต์ว่าด้วยการประกันตัวผู้ขับขี่ (Driver’s Bail Bond)” ความคุ้มครองนี้มีขึ้นเพื่อช่วยเหลือผู้เอาประกันภัยหรือผู้ขับขี่ที่ได้รับความยินยอมจากผู้เอาประกันภัย ในกรณีที่ขับรถเกิดอุบัติเหตุเฉี่ยวชนจนเป็นเหตุให้คู่กรณีได้รับบาดเจ็บสาหัส หรือถึงแก่ชีวิต ซึ่งพนักงานสอบสวน (ตำรวจ) จะต้องดำเนินคดีอาญาในข้อหาขับรถโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต โดยบริษัทประกันภัยจะทำหน้าที่นำหลักทรัพย์หรือหนังสือรับรองไปวางเป็นหลักประกันในการขอประกันตัวผู้ขับขี่ออกมาสู้คดีในชั้นพนักงานสอบสวน พนักงานอัยการ หรือชั้นศาล สาระสำคัญของเอกสารแนบท้าย ร.ย.03: คุ้มครองการประกันตัวผู้ขับขี่อย่างไร เงื่อนไขและขอบเขตความคุ้มครองของ ร.ย.03 มีรายละเอียดสำคัญที่ผู้ขับขี่ควรรู้ดังนี้: เปรียบเทียบเอกสารแนบท้าย ร.ย.01, ร.ย.02 และ ร.ย.03 แตกต่างกันอย่างไร? เอกสารแนบท้ายมาตรฐาน คปภ. ที่พบได้บ่อยในกรมธรรม์ภาคสมัครใจ ได้แก่: อย่าจำสับสน! ร.ย.03 (ประกันภัย)… Continue reading รย.03 คืออะไร เจาะลึกเอกสารแนบท้ายประกันภัยรถยนต์ คุ้มครองประกันตัวผู้ขับขี่อย่างไร
ประกันวินาศภัย คือ การทำสัญญาประกันภัยรูปแบบหนึ่ง เพื่อชดเชยความเสียหายที่เกิดขึ้นกับทรัพย์สิน ซึ่งสามารถประเมินค่าเป็นตัวเงินได้ (โดยไม่รวมถึงการประกันชีวิต) หลักการทำงานคือ ผู้เอาประกันภัย ตกลงจ่ายเงินค่า เบี้ยประกัน ให้กับ ผู้รับประกันภัย (บริษัทประกัน) และหากเกิดเหตุไม่คาดฝันที่ทำให้ทรัพย์สินเสียหายตามที่ระบุไว้ใน กรมธรรม์ ทางบริษัทประกันจะทำการจ่าย ค่าสินไหมทดแทน เพื่อเยียวยาความเสียหายนั้นๆ ให้กลับมามีสภาพใกล้เคียงกับก่อนเกิดเหตุมากที่สุด การทำประกันวินาศภัยจึงเป็นเครื่องมือสำคัญในการบริหารความเสี่ยงทางเศรษฐกิจ เพื่อให้คุณอุ่นใจว่าทรัพย์สินที่มีค่าจะได้รับ ความคุ้มครอง อย่างเต็มที่ ประกันวินาศภัย มีกี่ประเภท อะไรบ้าง? หลายคนอาจสงสัยว่า ประกันวินาศภัย มีอะไรบ้าง ตามหลักเกณฑ์ทั่วไปแล้ว เราสามารถแบ่ง ประกันวินาศภัย 4 ประเภท หลักๆ ได้ดังต่อไปนี้: 1.ประกันอัคคีภัย (Fire Insurance) ประกันอัคคีภัย เป็นรูปแบบการคุ้มครองทรัพย์สินประเภทสิ่งปลูกสร้าง อาคาร บ้านเรือน รวมถึงทรัพย์สินที่อยู่ภายในอาคาร จากเหตุไฟไหม้ ฟ้าผ่า หรือภัยระเบิด นอกจากนี้ยังสามารถซื้อความคุ้มครองภัยธรรมชาติเพิ่มเติมได้ (เช่น น้ำท่วม ลมพายุ) สำหรับใครที่มีที่อยู่อาศัยเป็นของตนเอง การเลือกทำ ประกันบ้านและคอนโด ถือเป็นการลงทุนที่คุ้มค่า… Continue reading ประกันวินาศภัย คืออะไร? สิ่งสำคัญที่ช่วยปกป้องทรัพย์สินของคุณ
เวลาที่เรากำลังจะเลือกซื้อประกันรถยนต์ หลายคนมักจะเจอคำศัพท์ประกันภัยที่ชวนสับสน หนึ่งในนั้นคือคำว่า “Deductible” หรือ ค่าเสียหายส่วนแรก ซึ่งเป็นตัวแปรสำคัญที่ทำให้ค่าเบี้ยประกันรายปีของเราถูกลงได้อย่างมาก บทความนี้จะพาทุกคนไปทำความเข้าใจว่า Deductible คืออะไร ต้องจ่ายตอนไหน และต่างจากค่า Excess อย่างไร เพื่อให้คุณเลือกแผนกรมธรรม์ได้คุ้มค่าที่สุด Key Takeaways ความหมายของ ค่า Deductible (ค่าเสียหายส่วนแรกแบบสมัครใจ) ค่า Deductible (อ่านว่า ดีดักทิเบิล) หรือที่เรียกเป็นภาษาไทยว่า ค่าเสียหายส่วนแรกแบบสมัครใจ คือ จำนวนเงินแรกที่คุณตกลงกับบริษัทประกันภัยว่าจะรับผิดชอบจ่ายเองในแต่ละครั้งที่มีการเคลมประกัน โดยมีเงื่อนไขว่าอุบัติเหตุครั้งนั้น คุณเป็น “ฝ่ายผิด” หรือ “ไม่มีคู่กรณี” การระบุค่า Deductible ไว้ในกรมธรรม์ ถือเป็นกลยุทธ์ที่ช่วยให้ผู้เอาประกันประหยัดเงินค่าเบี้ยประกันรายปีได้มาก เพราะบริษัทประกันจะนำจำนวนเงิน Deductible ที่คุณเลือก ไปเป็นส่วนลดค่าเบี้ยประกันตอนซื้อนั่นเอง นอกจากการทำประกันภาคสมัครใจแล้ว ผู้ขับขี่ต้องไม่ลืมต่ออายุพ.ร.บ. รถยนต์ ซึ่งเป็นประกันภัยภาคบังคับ เพื่อรับความคุ้มครองค่ารักษาพยาบาลเบื้องต้นตามกฎหมายด้วย Deductible กับ Excess แตกต่างกันอย่างไร? เพื่อให้ทุกคนเข้าใจและไม่สับสนเวลาเคลมประกัน เราขอสรุปความแตกต่างของค่าเสียหายส่วนแรกทั้ง 2 แบบ… Continue reading Deductible คืออะไร? สิ่งที่คนมีรถต้องรู้ก่อนซื้อประกัน