ปัจจุบันการซื้อประกันรถยนต์ สามารถทำได้หลายช่องทางมากยิ่งขึ้น ไม่ว่าจะเป็นซื้อผ่านโทรศัพท์กับ Call Center หรือซื้อประกันรถยนต์ผ่านออนไลน์ แต่เคยสงสัยมั้ยว่า ทำไมเมื่อเปรียบเทียบประกันรถยนต์ของบริษัทเดียวกัน รถยี่ห้อเดียวกัน แต่ทำไมจ่ายค่าเบี้ยประกันภัยถึงจ่ายไม่เท่ากันมันเป็นเพราะอะไรนะ? ไม่ต้องกังวลใจ เพราะวันนี้ insurverse จะมาอธิบายให้เข้าใจเกี่ยวกับเบี้ยประกันภัยรวมถึงปัจจัยที่อาจมีผลกับเบี้ยประกันรถยนต์ของคุณ
เบี้ยประกันภัยคือ เงินที่ต้องจ่ายให้กับบริษัทประกันภัย เพื่อซื้อประกันรถยนต์ตามแผนที่เลือกไว้ ซึ่งอัตราเบี้ยประกันรถยนต์ที่แต่ละคนต้องจ่ายมักมีราคาแตกต่างกัน มากน้อยขึ้นอยู่กับปัจจัยที่ผู้ทำประกันได้เลือก
เมื่อตกลงซื้อประกันรถยนต์ สามารถจัดการค่าเบี้ยประกันรถยนต์ได้ด้วยตัวเอง ซึ่งสามารถเลือกจ่ายได้ว่าจะจ่ายหมดในทันทีหรือจะเลือกผ่อนชำระก็ได้เช่นกัน ดังนั้นไม่ว่าจะเลือกจ่ายเป็นเงินก้อนหรือผ่อนแบบรายเดือนก็จะได้รับความคุ้มครองตั้งแต่วันแรกที่อนุมัติประกัน
เมื่อไหร่ที่ซื้อประกันรถยนต์หลายคนอาจสงสัย ว่าทำไมจ่ายค่าเบี้ยประกันรถยนต์ไม่เท่ากัน นั่นเป็นเพราะปัจจัยดังต่อไปนี้
ประกันรถยนต์นั้นมีหลายประเภททั้งประกันชั้น 1, ชั้น 2, ชั้น 2+, ชั้น 3, ชั้น 3+ แล้วประกันแต่ละชั้นก็จะมีเงื่อนไขการชดเชยค่าเสียหายในกรณีที่ไม่เหมือนกัน จึงทำให้มีราคาต่างกัน
เพราะรถแต่ละประเภทนั้นมีลักษณะการใช้งานไม่เหมือนกัน จึงมีการประเมินอัตราเบี้ยที่ต่างกัน ราคาค่าเบี้ยประกันจึงแตกต่างกัน
ประกันรถยนต์แต่ละแผนจะให้ความคุ้มครองที่คล้ายกัน แต่จะมอบความครอบคลุมไม่เท่ากัน บางเช่น คุ้มครองน้ำท่วม, คุ้มครองไฟไหม้, การโจรกรรมหรือรถหาย บางแผนความคุ้มครองมี บางแผนความคุ้มครองไม่มี เลยทำให้จ่ายเบี้ยประกันไม่เท่ากันนั่นเอง
ในส่วนของอายุรถนั้นก็เป็นอีกหนึ่งเรื่องที่ทำให้ การจ่ายเบี้ยประกันรถยนต์ไม่เท่ากันยิ่งรถมีอายุการใช้งานมาก เครื่องยนต์ก็สึกหรอมากขึ้น อาจทำให้เสียได้ง่ายและมีความเสี่ยงในการเกิดอุบัติเหตุเพิ่มมากขึ้น เรื่องอายุของรถจึงเกี่ยวข้องกับราคาค่าเบี้ยประกันรถด้วย
การทำประกันนั้นสามารถเลือกทำประกันแบบไม่ระบุชื่อหรือระบุชื่อผู้ขับได้ ซึ่งการระบุชื่อผู้ขับขี่นั้น จะส่งผลทำให้ค่าเบี้ยประกันถูกลงอีกด้วย
ค่าเสียหายส่วนแรก เป็นวงเงินที่เราจะต้องรับผิดชอบเมื่อเกิดอุบัติเหตุ หากเราเป็นฝ่ายผิด ถ้ามีการระบุค่าเสียหายส่วนแรกเอาไว้ ซึ่งปกติจะประมาณ 2,000-5,000 บาท กรมธรรม์นั้นก็จะได้รับส่วนลดเบี้ยประกันเพิ่มขึ้นได้ ทำให้ค่าเบี้ยประกันของแต่ละคนไม่เคยเท่ากันนั่นเอง
ทั้งหมดนี้คือเหตุผลว่าทำไมเบี้ยประกันของรถแต่ละคันถึงจ่ายไม่เท่ากัน? เพราะฉะนั้นก่อนทำประกันรถยนต์ จึงควรเช็คเบี้ยประกันรถยนต์และรายละเอียดอื่นๆ ให้เหมาะสม เพื่อให้ได้ความคุ้มครองที่ตรงใจกับรถคุณให้มากที่สุด หากคุณกำลังมองหาประกันที่เหมาะกับคุณแบบเลือกความคุ้มครองเองได้ คลิกเพื่อเช็กเบี้ยประกันรถยนต์และซื้อประกันออนไลน์กับ insurverse ที่นี่เลย เพียงคลิกเลือกรุ่นรถยนต์และประเภทประกันที่ต้องการ ก็สามารถค้นหาข้อมูลและเช็คเบี้ยประกันรถได้ตลอด 24 ชั่วโมงแล้ว
check_circleคัดลอกลิงก์เรียบร้อย
เมื่อเปิดดูตารางกรมธรรม์ประกันภัยรถยนต์ของตนเอง หลายคนอาจเคยสะดุดตากับคำว่า “ร.ย.03” ในหมวดความคุ้มครองเพิ่มเติม และเกิดคำถามว่า รย.03 คือ อะไร มีความสำคัญอย่างไรต่อผู้ขับขี่ หรือบางคนอาจกำลังสับสนระหว่างรหัสในเอกสารประกันภัยกับรหัสประเภทรถของกรมการขนส่งทางบก บทความนี้จะมาไขคำตอบให้ชัดเจน เพื่อให้คุณเข้าใจสิทธิประโยชน์และใช้ความคุ้มครองได้อย่างเต็มเม็ดเต็มหน่วย รย.03 คืออะไร ในตารางกรมธรรม์ประกันภัยรถยนต์? ในแวดวงประกันภัย ร.ย.03 (หรือ รย.03) คือ รหัสมาตรฐานที่สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) กำหนดให้เป็น “เอกสารแนบท้ายสัญญาประกันภัยรถยนต์ว่าด้วยการประกันตัวผู้ขับขี่ (Driver’s Bail Bond)” ความคุ้มครองนี้มีขึ้นเพื่อช่วยเหลือผู้เอาประกันภัยหรือผู้ขับขี่ที่ได้รับความยินยอมจากผู้เอาประกันภัย ในกรณีที่ขับรถเกิดอุบัติเหตุเฉี่ยวชนจนเป็นเหตุให้คู่กรณีได้รับบาดเจ็บสาหัส หรือถึงแก่ชีวิต ซึ่งพนักงานสอบสวน (ตำรวจ) จะต้องดำเนินคดีอาญาในข้อหาขับรถโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต โดยบริษัทประกันภัยจะทำหน้าที่นำหลักทรัพย์หรือหนังสือรับรองไปวางเป็นหลักประกันในการขอประกันตัวผู้ขับขี่ออกมาสู้คดีในชั้นพนักงานสอบสวน พนักงานอัยการ หรือชั้นศาล สาระสำคัญของเอกสารแนบท้าย ร.ย.03: คุ้มครองการประกันตัวผู้ขับขี่อย่างไร เงื่อนไขและขอบเขตความคุ้มครองของ ร.ย.03 มีรายละเอียดสำคัญที่ผู้ขับขี่ควรรู้ดังนี้: เปรียบเทียบเอกสารแนบท้าย ร.ย.01, ร.ย.02 และ ร.ย.03 แตกต่างกันอย่างไร? เอกสารแนบท้ายมาตรฐาน คปภ. ที่พบได้บ่อยในกรมธรรม์ภาคสมัครใจ ได้แก่: อย่าจำสับสน! ร.ย.03 (ประกันภัย)… Continue reading รย.03 คืออะไร เจาะลึกเอกสารแนบท้ายประกันภัยรถยนต์ คุ้มครองประกันตัวผู้ขับขี่อย่างไร
ประกันวินาศภัย คือ การทำสัญญาประกันภัยรูปแบบหนึ่ง เพื่อชดเชยความเสียหายที่เกิดขึ้นกับทรัพย์สิน ซึ่งสามารถประเมินค่าเป็นตัวเงินได้ (โดยไม่รวมถึงการประกันชีวิต) หลักการทำงานคือ ผู้เอาประกันภัย ตกลงจ่ายเงินค่า เบี้ยประกัน ให้กับ ผู้รับประกันภัย (บริษัทประกัน) และหากเกิดเหตุไม่คาดฝันที่ทำให้ทรัพย์สินเสียหายตามที่ระบุไว้ใน กรมธรรม์ ทางบริษัทประกันจะทำการจ่าย ค่าสินไหมทดแทน เพื่อเยียวยาความเสียหายนั้นๆ ให้กลับมามีสภาพใกล้เคียงกับก่อนเกิดเหตุมากที่สุด การทำประกันวินาศภัยจึงเป็นเครื่องมือสำคัญในการบริหารความเสี่ยงทางเศรษฐกิจ เพื่อให้คุณอุ่นใจว่าทรัพย์สินที่มีค่าจะได้รับ ความคุ้มครอง อย่างเต็มที่ ประกันวินาศภัย มีกี่ประเภท อะไรบ้าง? หลายคนอาจสงสัยว่า ประกันวินาศภัย มีอะไรบ้าง ตามหลักเกณฑ์ทั่วไปแล้ว เราสามารถแบ่ง ประกันวินาศภัย 4 ประเภท หลักๆ ได้ดังต่อไปนี้: 1.ประกันอัคคีภัย (Fire Insurance) ประกันอัคคีภัย เป็นรูปแบบการคุ้มครองทรัพย์สินประเภทสิ่งปลูกสร้าง อาคาร บ้านเรือน รวมถึงทรัพย์สินที่อยู่ภายในอาคาร จากเหตุไฟไหม้ ฟ้าผ่า หรือภัยระเบิด นอกจากนี้ยังสามารถซื้อความคุ้มครองภัยธรรมชาติเพิ่มเติมได้ (เช่น น้ำท่วม ลมพายุ) สำหรับใครที่มีที่อยู่อาศัยเป็นของตนเอง การเลือกทำ ประกันบ้านและคอนโด ถือเป็นการลงทุนที่คุ้มค่า… Continue reading ประกันวินาศภัย คืออะไร? สิ่งสำคัญที่ช่วยปกป้องทรัพย์สินของคุณ
เวลาที่เรากำลังจะเลือกซื้อประกันรถยนต์ หลายคนมักจะเจอคำศัพท์ประกันภัยที่ชวนสับสน หนึ่งในนั้นคือคำว่า “Deductible” หรือ ค่าเสียหายส่วนแรก ซึ่งเป็นตัวแปรสำคัญที่ทำให้ค่าเบี้ยประกันรายปีของเราถูกลงได้อย่างมาก บทความนี้จะพาทุกคนไปทำความเข้าใจว่า Deductible คืออะไร ต้องจ่ายตอนไหน และต่างจากค่า Excess อย่างไร เพื่อให้คุณเลือกแผนกรมธรรม์ได้คุ้มค่าที่สุด Key Takeaways ความหมายของ ค่า Deductible (ค่าเสียหายส่วนแรกแบบสมัครใจ) ค่า Deductible (อ่านว่า ดีดักทิเบิล) หรือที่เรียกเป็นภาษาไทยว่า ค่าเสียหายส่วนแรกแบบสมัครใจ คือ จำนวนเงินแรกที่คุณตกลงกับบริษัทประกันภัยว่าจะรับผิดชอบจ่ายเองในแต่ละครั้งที่มีการเคลมประกัน โดยมีเงื่อนไขว่าอุบัติเหตุครั้งนั้น คุณเป็น “ฝ่ายผิด” หรือ “ไม่มีคู่กรณี” การระบุค่า Deductible ไว้ในกรมธรรม์ ถือเป็นกลยุทธ์ที่ช่วยให้ผู้เอาประกันประหยัดเงินค่าเบี้ยประกันรายปีได้มาก เพราะบริษัทประกันจะนำจำนวนเงิน Deductible ที่คุณเลือก ไปเป็นส่วนลดค่าเบี้ยประกันตอนซื้อนั่นเอง นอกจากการทำประกันภาคสมัครใจแล้ว ผู้ขับขี่ต้องไม่ลืมต่ออายุพ.ร.บ. รถยนต์ ซึ่งเป็นประกันภัยภาคบังคับ เพื่อรับความคุ้มครองค่ารักษาพยาบาลเบื้องต้นตามกฎหมายด้วย Deductible กับ Excess แตกต่างกันอย่างไร? เพื่อให้ทุกคนเข้าใจและไม่สับสนเวลาเคลมประกัน เราขอสรุปความแตกต่างของค่าเสียหายส่วนแรกทั้ง 2 แบบ… Continue reading Deductible คืออะไร? สิ่งที่คนมีรถต้องรู้ก่อนซื้อประกัน