เรื่องของพ.ร.บ.รถยนต์เป็นเรื่องที่คนมีรถต้องรู้ โดยเฉพาะคนที่เพิ่งมีรถเป็นของตัวเองครั้งแรก ไม่ว่าจะเป็นรถยนต์หรือรถจักรยานยนต์ จำเป็นต้องทำพ.ร.บ.ใหม่กันทั้งนั้น ส่วนคนที่มีรถอยู่แล้วก็จะต้องต่ออายุพ.ร.บ.ทุกปี ซึ่งหลายคนอาจยังไม่เข้าใจว่า ทำไมต้องซื้อพ.ร.บ. จะได้ใช้ตอนไหน แล้วถ้ามีประกันรถยนต์ที่ทำเอาไว้อยู่แล้ว ไม่ซื้อพ.ร.บ.ได้หรือเปล่า จะมีผลอย่างไรบ้าง insurverse จะพาทุกคนหาคำตอบเอง ไปดูกันเลย
หากพูดถึงประวัติพ.ร.บ.รถยนต์ที่เราต้องมีกันอยู่ทุกวันนี้ เป็นพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ พ.ศ.2535 ที่มีผลให้เริ่มใช้ตั้งแต่วันที่ 5 เมษายน 2536 มาจนถึงปัจจุบัน เนื่องจากอุบัติเหตุเกิดขึ้นบนท้องถนนมากมาย ทางภาครัฐจึงต้องการเพิ่มความปลอดภัยให้กับคนใช้รถใช้ถนนทุกคน จึงบังคับให้รถทุกชนิดที่จดทะเบียนกับกรมการขนส่งทางบก รวมถึงรถที่ขับเคลื่อนด้วยไฟฟ้าหรือพลังงานอื่นๆ จำเป็นจะต้องทำประกันภัยภาคบังคับฉบับนี้ทุกคัน เพื่อเป็นหลักประกันต่อส่วนรวมว่าหากใช้ถนนจะได้รับความคุ้มครองอย่างเท่าเทียมกัน ซึ่งพ.ร.บ.รถยนต์จะคุ้มครองผู้ทุกคนจากอุบัติเหตุ ไม่ว่าจะเป็นคนขับรถเอง, ผู้โดยสาร, ผู้เกี่ยวข้องภายนอกหรือคนเดินถนนที่ได้รับอุบัติเหตุจากรถ ดังนั้นการทำพ.ร.บ.ใหม่จึงเป็นเรื่องที่เจ้าของรถใหม่และเก่าต้องใส่ใจและควรทำให้ถูกต้องตามกฎหมายกำหนด
หากเจ้าของรถไม่ทำพ.ร.บ.รถยนต์หรือนำรถที่ไม่มีพ.ร.บ.มาขับขี่บนถนน ก็จะมีโทษปรับทางกฎหมาย อีกทั้งหากรถยนต์ที่ไม่มีพ.ร.บ.นั้นเกิดอุบัติเหตุก็ยังเสียสิทธิ์ต่างๆ อีกหลายอย่างและไม่ได้รับความคุ้มครองใดๆ อีกด้วย
รถยนต์แต่ละประเภทจะเสียค่าพ.ร.บ.แตกต่างกันไปตามประเภทรถ พ.ร.บ.รถยนต์ ราคา 2566 ตามมาตรฐานปกติของกรมการขนส่งทางบกแบบไม่รวมภาษีอากรมีดังนี้
จะเห็นได้ว่าการเลือกซื้อกับ insurverse พ.ร.บ.ราคาถูกกว่าชัวร์ แถมสุดชิลล์ไม่ต้องเสียเวลาและค่าเดินทางในการไปต่อพ.ร.บ.อีกด้วย แค่เลือกซื้อด้วยตัวเองผ่านช่องทางออนไลน์ง่ายๆ ได้รับความคุ้มครองทันที เป็นที่ต่อ พ.ร.บ.ใกล้ฉันที่สะดวกสบายที่สุด แม้มีมือถือแค่เครื่องเดียวก็จัดการเรื่องพ.ร.บ.ได้แล้ว
1. เพราะเป็นบริษัทเดียวกัน หากเกิดอุบัติเหตุขึ้นมาก็จะทำให้การประสานงานเรื่องการเคลมง่ายไม่ต้องวิ่งวุ่นหลายที่
2. ยื่นเอกสารและจัดการทุกอย่างรอบเดียว ไม่ต้องมานั่งเล่าเหตุการณ์ซ้ำหรือกรอกเอกสารแบบเดิมหลายชุด ทำให้ประหยัดเวลามากขึ้น
3.ได้รับเงินรวดเร็วขึ้น เพราะการซื้อพ.ร.บ.กับประกันภัยไว้ที่เดียวกัน เป็นการลดกระบวนการติดต่อประสานงาน ก็จะได้รับค่าชดเชยเร็วกว่าซื้อแยกบริษัท
ทีนี้ก็รู้ชัดแล้วว่าพ.ร.บ.รถยนต์จำเป็นต้องซื้อไหม? แน่นอนว่าเป็นสิ่งจำเป็นที่สุด เพราะไม่อย่างนั้นก็ถือเป็นความผิดทางกฎหมาย ต้องโดนค่าปรับแถมยังเสียสิทธิ์ในการคุ้มครองต่างๆ อีกมากมาย หากกำลังวางแผนทำพ.ร.บ.ใหม่หรือต่อพ.ร.บ.ขาดให้สบายใจที่สุด พร้อมระบบแจ้งเตือนกันลืม แนะนำซื้อพ.ร.บ.ออนไลน์ราคาถูกกับ insurverse ได้เลย ถูกชัวร์ ซื้อง่าย แจ้งเตือนฟรี สามารถคลิกไปเช็กราคาพ.ร.บ. รถยนต์ ราคา 2566 และต่ออายุได้เลยที่ insurverse ประกันออนไลน์ที่ชัวร์สุด คุ้มสุด ครบสุดทุกความต้องการของคุณ
check_circleคัดลอกลิงก์เรียบร้อย
เมื่อเปิดดูตารางกรมธรรม์ประกันภัยรถยนต์ของตนเอง หลายคนอาจเคยสะดุดตากับคำว่า “ร.ย.03” ในหมวดความคุ้มครองเพิ่มเติม และเกิดคำถามว่า รย.03 คือ อะไร มีความสำคัญอย่างไรต่อผู้ขับขี่ หรือบางคนอาจกำลังสับสนระหว่างรหัสในเอกสารประกันภัยกับรหัสประเภทรถของกรมการขนส่งทางบก บทความนี้จะมาไขคำตอบให้ชัดเจน เพื่อให้คุณเข้าใจสิทธิประโยชน์และใช้ความคุ้มครองได้อย่างเต็มเม็ดเต็มหน่วย รย.03 คืออะไร ในตารางกรมธรรม์ประกันภัยรถยนต์? ในแวดวงประกันภัย ร.ย.03 (หรือ รย.03) คือ รหัสมาตรฐานที่สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) กำหนดให้เป็น “เอกสารแนบท้ายสัญญาประกันภัยรถยนต์ว่าด้วยการประกันตัวผู้ขับขี่ (Driver’s Bail Bond)” ความคุ้มครองนี้มีขึ้นเพื่อช่วยเหลือผู้เอาประกันภัยหรือผู้ขับขี่ที่ได้รับความยินยอมจากผู้เอาประกันภัย ในกรณีที่ขับรถเกิดอุบัติเหตุเฉี่ยวชนจนเป็นเหตุให้คู่กรณีได้รับบาดเจ็บสาหัส หรือถึงแก่ชีวิต ซึ่งพนักงานสอบสวน (ตำรวจ) จะต้องดำเนินคดีอาญาในข้อหาขับรถโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต โดยบริษัทประกันภัยจะทำหน้าที่นำหลักทรัพย์หรือหนังสือรับรองไปวางเป็นหลักประกันในการขอประกันตัวผู้ขับขี่ออกมาสู้คดีในชั้นพนักงานสอบสวน พนักงานอัยการ หรือชั้นศาล สาระสำคัญของเอกสารแนบท้าย ร.ย.03: คุ้มครองการประกันตัวผู้ขับขี่อย่างไร เงื่อนไขและขอบเขตความคุ้มครองของ ร.ย.03 มีรายละเอียดสำคัญที่ผู้ขับขี่ควรรู้ดังนี้: เปรียบเทียบเอกสารแนบท้าย ร.ย.01, ร.ย.02 และ ร.ย.03 แตกต่างกันอย่างไร? เอกสารแนบท้ายมาตรฐาน คปภ. ที่พบได้บ่อยในกรมธรรม์ภาคสมัครใจ ได้แก่: อย่าจำสับสน! ร.ย.03 (ประกันภัย)… Continue reading รย.03 คืออะไร เจาะลึกเอกสารแนบท้ายประกันภัยรถยนต์ คุ้มครองประกันตัวผู้ขับขี่อย่างไร
ประกันวินาศภัย คือ การทำสัญญาประกันภัยรูปแบบหนึ่ง เพื่อชดเชยความเสียหายที่เกิดขึ้นกับทรัพย์สิน ซึ่งสามารถประเมินค่าเป็นตัวเงินได้ (โดยไม่รวมถึงการประกันชีวิต) หลักการทำงานคือ ผู้เอาประกันภัย ตกลงจ่ายเงินค่า เบี้ยประกัน ให้กับ ผู้รับประกันภัย (บริษัทประกัน) และหากเกิดเหตุไม่คาดฝันที่ทำให้ทรัพย์สินเสียหายตามที่ระบุไว้ใน กรมธรรม์ ทางบริษัทประกันจะทำการจ่าย ค่าสินไหมทดแทน เพื่อเยียวยาความเสียหายนั้นๆ ให้กลับมามีสภาพใกล้เคียงกับก่อนเกิดเหตุมากที่สุด การทำประกันวินาศภัยจึงเป็นเครื่องมือสำคัญในการบริหารความเสี่ยงทางเศรษฐกิจ เพื่อให้คุณอุ่นใจว่าทรัพย์สินที่มีค่าจะได้รับ ความคุ้มครอง อย่างเต็มที่ ประกันวินาศภัย มีกี่ประเภท อะไรบ้าง? หลายคนอาจสงสัยว่า ประกันวินาศภัย มีอะไรบ้าง ตามหลักเกณฑ์ทั่วไปแล้ว เราสามารถแบ่ง ประกันวินาศภัย 4 ประเภท หลักๆ ได้ดังต่อไปนี้: 1.ประกันอัคคีภัย (Fire Insurance) ประกันอัคคีภัย เป็นรูปแบบการคุ้มครองทรัพย์สินประเภทสิ่งปลูกสร้าง อาคาร บ้านเรือน รวมถึงทรัพย์สินที่อยู่ภายในอาคาร จากเหตุไฟไหม้ ฟ้าผ่า หรือภัยระเบิด นอกจากนี้ยังสามารถซื้อความคุ้มครองภัยธรรมชาติเพิ่มเติมได้ (เช่น น้ำท่วม ลมพายุ) สำหรับใครที่มีที่อยู่อาศัยเป็นของตนเอง การเลือกทำ ประกันบ้านและคอนโด ถือเป็นการลงทุนที่คุ้มค่า… Continue reading ประกันวินาศภัย คืออะไร? สิ่งสำคัญที่ช่วยปกป้องทรัพย์สินของคุณ
เวลาที่เรากำลังจะเลือกซื้อประกันรถยนต์ หลายคนมักจะเจอคำศัพท์ประกันภัยที่ชวนสับสน หนึ่งในนั้นคือคำว่า “Deductible” หรือ ค่าเสียหายส่วนแรก ซึ่งเป็นตัวแปรสำคัญที่ทำให้ค่าเบี้ยประกันรายปีของเราถูกลงได้อย่างมาก บทความนี้จะพาทุกคนไปทำความเข้าใจว่า Deductible คืออะไร ต้องจ่ายตอนไหน และต่างจากค่า Excess อย่างไร เพื่อให้คุณเลือกแผนกรมธรรม์ได้คุ้มค่าที่สุด Key Takeaways ความหมายของ ค่า Deductible (ค่าเสียหายส่วนแรกแบบสมัครใจ) ค่า Deductible (อ่านว่า ดีดักทิเบิล) หรือที่เรียกเป็นภาษาไทยว่า ค่าเสียหายส่วนแรกแบบสมัครใจ คือ จำนวนเงินแรกที่คุณตกลงกับบริษัทประกันภัยว่าจะรับผิดชอบจ่ายเองในแต่ละครั้งที่มีการเคลมประกัน โดยมีเงื่อนไขว่าอุบัติเหตุครั้งนั้น คุณเป็น “ฝ่ายผิด” หรือ “ไม่มีคู่กรณี” การระบุค่า Deductible ไว้ในกรมธรรม์ ถือเป็นกลยุทธ์ที่ช่วยให้ผู้เอาประกันประหยัดเงินค่าเบี้ยประกันรายปีได้มาก เพราะบริษัทประกันจะนำจำนวนเงิน Deductible ที่คุณเลือก ไปเป็นส่วนลดค่าเบี้ยประกันตอนซื้อนั่นเอง นอกจากการทำประกันภาคสมัครใจแล้ว ผู้ขับขี่ต้องไม่ลืมต่ออายุพ.ร.บ. รถยนต์ ซึ่งเป็นประกันภัยภาคบังคับ เพื่อรับความคุ้มครองค่ารักษาพยาบาลเบื้องต้นตามกฎหมายด้วย Deductible กับ Excess แตกต่างกันอย่างไร? เพื่อให้ทุกคนเข้าใจและไม่สับสนเวลาเคลมประกัน เราขอสรุปความแตกต่างของค่าเสียหายส่วนแรกทั้ง 2 แบบ… Continue reading Deductible คืออะไร? สิ่งที่คนมีรถต้องรู้ก่อนซื้อประกัน