เชื่อว่าเจ้าของรถทุกคนต้องรู้จักการทำ พ.ร.บ.รถยนต์ เพราะเป็นข้อบังคับทางกฎหมายที่รถทุกคันจำเป็นต้องทำ ข้อควรระวังอย่างหนึ่งที่ไม่ควรมองข้าม คือ การหมดอายุของ พ.ร.บ. ของรถยนต์คู่ใจนั่นเอง และหากใครที่กำลังจะไปต่อ พ.ร.บ.รถยนต์ วันนี้เราจะได้รวบรวม 5 ข้อควรรู้เกี่ยวกับการต่อ พ.ร.บ.รถยนต์ มาให้ทุกคนได้อ่านกัน
รถยนต์เก๋ง ไม่เกิน 7 ที่นั่ง 600 บาท
รถตู้ จำนวน 7 ที่นั่ง ไม่เกิน 15 ที่นั่ง 1,100 บาท
รถโดยสาร เกิน 15 ที่นั่ง แต่ไม่เกิน 20 ที่นั่ง 2,050 บาท
รถโดยสาร เกิน 20 ที่นั่ง แต่ไม่เกิน 40 ที่นั่ง 3,200 บาท
รถกระบะ น้ำหนักไม่เกิน 3 ตัน 900 บาท
รถบรรทุก น้ำหนักเกิน 3 ตัน แต่ไม่เกิน 6 ตัน 1,220 บาท
รถบรรทุก น้ำหนักเกิน 6 ตัน แต่ไม่เกิน 12 ตัน 1,310 บาท
รถลากรถพ่วง รถหัวลากจูง 2,370 บาท
รถพ่วง 600 บาท
รถยนต์ใช้ในการเกษตร 90 บาท
เป็นข้อบังคับทางกฎหมายที่เจ้าของรถจำเป็นต้องทำ หากใครที่ไม่ต่อ พ.ร.บ.รถยนต์ จะมีความผิดเป็นโทษปรับ และมีทำให้ไม่สามารถต่อทะเบียนรถยนต์ หรือป้ายภาษีประจำปีได้
หากไปชำระภายหลัง หรือล่าช้าเกินกำหนด ก็จะต้องเสียค่าปรับพร้อมดอกเบี้ยร้อยละ 1 ต่อเดือน และหาก พ.ร.บ.รถยนต์ ขาดต่อกัน 3 ปี ก็จะส่งผลให้เลขทะเบียนรถถูกระงับ ต้องไปจดทะเบียนรถใหม่ที่กรมขนส่งทางบก รวมทั้งต้องยื่นชำระภาษีคงค้างย้อนหลังพร้อมเสียค่าปรับ จึงจะสามารถใช้รถได้อย่างถูกต้องตามกฎหมาย
พ.ร.บ.รถยนต์ จะไม่สามารถให้ความคุ้มครองย้อนหลังได้ แต่สามารถซื้อล่วงหน้าได้สูงสุดไม่เกิน 90 วัน หรือ 3 เดือน
ในปัจจุบันสามารถต่อ พ.ร.บ. ได้ 2 ช่องทาง คือแบบออนไลน์ ในเว็บไซต์กรมการขนส่งทางบก e-Service หรือเว็บไซต์ประกันภัยที่ไว้วางใจ หรือเดินทางไปที่สำนักงานขนส่ง ที่ทำการไปรษณีย์ ห้างสรรพสินค้า ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) และเคาน์เตอร์เซอร์วิส 7-11 ทั่วประเทศไทย ซึ่งสามารถเลือกทำได้ตามความสะดวกของเรา
เพราะการต่อ พ.ร.บ.รถยนต์มีความสำคัญ และจำเป็นจะต้องทำต่อเนื่องทุกปี แต่ไม่ต้องกังวลเรื่องการต่อ พ.ร.บ. ไม่ทันอีกต่อไป เพราะ insurverse มีบริการแจ้งเตือนก่อนหมดอายุ เช็กราคาและซื้อ พ.ร.บ. ด้วยตัวเองได้ที่นี่ เพียงเท่านี้คุณก็สามารถเดินทางได้อย่างสบายใจ ท่ามกลางยุคสมัยที่มีแต่ความรีบเร่งได้เลย
check_circleคัดลอกลิงก์เรียบร้อย
สำหรับผู้ที่ใช้งานรถกระบะเพื่อการค้า การเกษตร หรือการขนส่งสินค้าในชีวิตประจำวัน หากเปิดดูสมุดคู่มือจดทะเบียนรถจะพบรหัสระบุประเภทรถว่า รย.3 ซึ่งถือเป็นหนึ่งในประเภทยานพาหนะที่มีการใช้งานแพร่หลายมากที่สุดในประเทศไทย แต่หลายคนอาจยังไม่ทราบว่า รย.3 คือ รถประเภทไหน มีเงื่อนไขการเสียภาษี การทำ พ.ร.บ. และการเลือกประกันภัยที่แตกต่างจากรถยนต์นั่งส่วนบุคคลอย่างไรบ้าง บทความนี้มีคำตอบครบถ้วน รย.3 คืออะไร ตามกฎหมายของกรมการขนส่งทางบก? รย.3 คือ รหัสประเภทรถที่กรมการขนส่งทางบกกำหนดไว้ใน พ.ร.บ. รถยนต์ พ.ศ. 2522 หมายถึง “รถยนต์บรรทุกส่วนบุคคล” ซึ่งหมายถึง รถยนต์ที่สร้างขึ้นหรือดัดแปลงเพื่อใช้ในการบรรทุกสิ่งของหรือสัตว์ โดยมีน้ำหนักรถรวมน้ำหนักบรรทุกไม่เกินที่กฎหมายกำหนด และใช้งานเพื่อกิจการส่วนตัวหรือในธุรกิจส่วนบุคคล มิได้นำไปใช้รับจ้างขนส่งเป็นประจำเหมือนรถบรรทุกตามกฎหมายการขนส่งทางบก เช็กลักษณะรถ รย.3 แตกต่างจากรถ รย.1 อย่างไร? ความแตกต่างสำคัญระหว่างรถ รย.3 และ รย.1 ที่ผู้ใช้รถมักเปรียบเทียบกัน ได้แก่: ป้ายทะเบียน รย.3 สีอะไร มีความหมายว่าอย่างไร? รถประเภท รย.3 จะใช้ ป้ายทะเบียนพื้นสีขาว สะท้อนแสง ตัวอักษรและตัวเลขเป็นสีเขียว (หรือที่หลายคนเรียกติดปากว่า “ป้ายขาวอักษรเขียว”)… Continue reading รย.3 คือรถอะไร รู้จักรถยนต์บรรทุกส่วนบุคคล ป้ายขาวอักษรเขียว ภาษี และ พ.ร.บ.
หากคุณเปิดดูเล่มทะเบียนรถ (สมุดคู่มือจดทะเบียนเล่มสีฟ้า) ตรงหน้ารายการจดทะเบียน ในช่อง “ประเภท” มักจะปรากฏข้อความระบุว่า รย.1 หลายคนอาจสงสัยว่ารหัสนี้ย่อมาจากอะไร มีความหมายอย่างไรต่อการเสียภาษีประจำปี และเกี่ยวข้องกับการเลือกซื้อประกันภัยหรือ พ.ร.บ. อย่างไรบ้าง บทความนี้ได้รวบรวมทุกข้อมูลเกี่ยวกับรถประเภท รย.1 มาสรุปให้เข้าใจง่ายในที่เดียว รย.1 คืออะไร ในสมุดคู่มือจดทะเบียนรถ? รย.1 คือ รหัสประเภทรถที่กรมการขนส่งทางบกกำหนดไว้ตามพระราชบัญญัติรถยนต์ พ.ศ. 2522 หมายถึง “รถยนต์นั่งส่วนบุคคลไม่เกิน 7 คน” ซึ่งเป็นกลุ่มรถยนต์ส่วนบุคคลที่ได้รับความนิยมมากที่สุดบนท้องถนนในประเทศไทย ใช้สำหรับโดยสารส่วนตัวหรือภายในครอบครัว และไม่ได้นำไปใช้รับจ้างในเชิงพาณิชย์ ลักษณะของรถที่จัดอยู่ในกลุ่ม รย.1 มีรถรุ่นใดบ้าง? ยานพาหนะที่จัดอยู่ในกลุ่ม รย.1 มีหลากหลายรูปแบบ ขอเพียงมีจำนวนที่นั่งผู้โดยสารตามมาตรฐานไม่เกิน 7 ที่นั่ง ได้แก่: ป้ายทะเบียนของรถ รย.1 มีลักษณะอย่างไร? จุดสังเกตที่ชัดเจนที่สุดของรถยนต์ประเภท รย.1 จากภายนอก คือ ป้ายทะเบียนพื้นสีขาว สะท้อนแสง ตัวอักษรและตัวเลขเป็นสีดำ (กรณีที่เป็นป้ายประมูลอาจมีลวดลายกราฟิกประจำจังหวัด แต่ตัวอักษรและตัวเลขจะยังคงเป็นสีดำเช่นเดียวกัน) วิธีคำนวณภาษีรถยนต์ประจำปีสำหรับรถประเภท รย.1 การต่อภาษีรถยนต์ประจำปีของรถประเภท… Continue reading รย.1 คือรถอะไร เช็กข้อมูลรถยนต์นั่งส่วนบุคคลไม่เกิน 7 คน เล่มทะเบียน และ พ.ร.บ.
ในยุคที่อาชีพไรเดอร์รับส่งผู้โดยสารผ่านแอปพลิเคชันกำลังเติบโตอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็น Grab, LINE MAN หรือแพลตฟอร์มอื่น ๆ คำถามสำคัญที่คนขับมอเตอร์ไซค์หลายคนสงสัยคือ รย.17 คือ รถประเภทไหน และทำไมกรมการขนส่งทางบกจึงกำหนดให้ไรเดอร์ต้องนำรถไปจดทะเบียนเปลี่ยนประเภทรถ บทความนี้จะพาไปเจาะลึกทุกรายละเอียด ตั้งแต่ความหมาย เงื่อนไข กฎหมาย ไปจนถึงการเตรียมความพร้อมด้านประกันภัย เพื่อให้คุณสามารถวิ่งรับงานได้อย่างถูกต้อง สบายใจ และปลอดภัยสูงสุด รย.17 คืออะไร ตามคำนิยามของกรมการขนส่งทางบก รย.17 คือ รหัสประเภทรถที่กรมการขนส่งทางบกใช้ระบุสำหรับ “รถจักรยานยนต์สาธารณะที่ให้บริการผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์” หรือที่เข้าใจง่าย ๆ คือ รถมอเตอร์ไซค์ส่วนบุคคลที่นำมาให้บริการรับ-ส่งผู้โดยสารผ่านแอปพลิเคชันที่ได้รับการรับรองจากกรมการขนส่งทางบกอย่างถูกต้องตามกฎหมาย เดิมทีรถมอเตอร์ไซค์รับจ้างทั่วไปจะเป็นรถจักรยานยนต์สาธารณะแบบดั้งเดิม (วินมอเตอร์ไซค์ ป้ายเหลือง) แต่เมื่อเทคโนโลยีพัฒนาขึ้นและมีผู้ให้บริการผ่านแอปพลิเคชัน กรมการขนส่งทางบกจึงได้ออกกฎกระทรวงรองรับ เพื่อให้ประชาชนสามารถนำรถจักรยานยนต์ส่วนบุคคลมาขึ้นทะเบียนให้บริการได้อย่างถูกกฎหมาย โดยกำหนดให้อยู่ในหมวด รย.17 นั่นเอง ความแตกต่างระหว่าง รย.12, รย.17 และ รย.18 มีอะไรบ้าง? หลายคนมักสับสนระหว่างรหัสประเภทรถที่มีตัวเลขใกล้เคียงกัน ซึ่งมีความแตกต่างกันอย่างชัดเจนตามกฎหมาย ดังนี้: เงื่อนไขและคุณสมบัติของรถมอเตอร์ไซค์ที่จะจดทะเบียน รย.17 หากต้องการเปลี่ยนประเภทรถเป็น รย.17 รถและผู้ขับขี่ต้องมีคุณสมบัติครบถ้วนตามเกณฑ์ที่กำหนด: ขั้นตอนการดำเนินการจดทะเบียน… Continue reading รย.17 คือรถอะไร สรุปคู่มือจดทะเบียนรถจักรยานยนต์รับจ้างผ่านแอปให้ถูกกฎหมาย