หลาย ๆ คนคงจะเคยได้ยินคำว่า พ.ร.บ.รถ กันบ่อย ๆ และโดยเฉพาะอย่างยิ่ง ผู้ที่มีความคิดว่ากำลังต้องการจะซื้อรถเป็นของตัวเองนั้น หรือผู้ที่เป็นเจ้าของรถแล้ว ก็คงจะสงสัยว่า พ.ร.บ.รถยนต์ หมายถึงคืออะไรกันแน่ แล้วทำไมเราถึงต้องทำ พ.ร.บ.รถ ด้วย และมีความจำเป็นอย่างไร วันนี้เรามีคำตอบมาให้ทุกคนได้หายสงสัยกันแล้วที่นี่
พ.ร.บ.รถยนต์ นั้นก็คือการประกันภัยรถยนต์ในภาคบังคับซึ่งกำหนดไว้โดยกฎหมายว่าให้รถทุกคันที่จดทะเบียนถูกต้องกับกรมการขนส่งทางบกจะต้องทำประกัน พ.ร.บ.รถยนต์ โดยไม่มีข้อยกเว้น ทั้งนี้ก็เพื่อคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ กฎหมายบังคับให้รถทุกคันต้องทำประกันเพื่อคุ้มครองตัวบุคคลที่ได้รับอุบัติเหตุได้อย่างทันทีทันใดโดยที่ไม่ต้องคำนึงถึงว่าบุคคลผู้ได้รับผลกระทบจากอุบัติเหตุนั้น ๆ จะเป็นผู้ที่กระทำความผิดหรือไม่ก็ตาม โดย พ.ร.บ.รถ นี้ จะคุ้มครองทั้งคู่กรณีและผู้เอาประกันภัยเมื่อเกิดอุบัติเหตุในรูปแบบของวงเงินชดเชยนั่นเอง
พ.ร.บ.รถ จะคุ้มครองค่าเสียหายต่าง ๆ เป็นค่าชดเชยเบื้องต้นอันเกิดแก่ผู้ประสบเหตุโดยไม่จำเป็นต้องรอผลพิสูจน์ความรับผิดชอบ โดยบริษัทผู้รับประกันภัยจะจ่ายค่าสินไหมทดแทนภายใน 7 วันทันที อาทิเช่น ค่ารักษาพยาบาลไม่เกิน 30,000 บาท นอกจากนั้นยังมีค่าทุพพลภาพหรือสูญเสียอวัยวะ หรือค่าปลงศพ ในชั้นต้น 35,000 บาท และไม่เกิน 65,000 บาท เป็นต้น นอกจากนั้นบริษัทผู้รับประกันภัยก็จะจ่ายเป็นค่าสินไหมทดแทนตามเงื่อนไขใน พ.ร.บ.รถยนต์ สำหรับกรณีที่ได้มีการพิสูจน์ทราบแล้วว่าผู้ทำประกันหรือเจ้าของรถมิได้เป็นผู้กระทำผิดในอุบัติเหตุครั้งนั้น
คำตอบก็คือหากเราเป็นผู้ใช้รถยนต์ซึ่งขึ้นทะเบียนกับกรมการขนส่งทางบกแล้ว เราจะต้องทำ พ.ร.บ.รถ โดยไม่มีข้อยกเว้น เพราะเป็นกฎหมายบังคับ นอกจากนั้นหากเราไม่ทำพ.ร.บ.รถ เราก็จะไม่สามารถต่อภาษีรถยนต์ได้ แถมยังต้องจ่ายค่าปรับไม่เกิน 10,000 บาท อีกด้วย ดังนั้นพ.ร.บ.รถ จึงเป็นสิ่งสำคัญ ที่ผู้ใช้รถทุกคนจำเป็นต้องเตรียมเอกสารหลักฐานที่เกี่ยวข้องกับ พ.ร.บ.รถ ติดไว้ในรถยนต์เสมอ เพื่อความสะดวกในเวลาที่เกิดอุบัติเหตุ เพราะจะสามารถประสานงาน ยื่นเอกสารติดต่อเรื่องเงินชดเชยได้ทันทีโดยไม่เสียเวลา
ในปัจจุบัน การทำ พ.ร.บ.รถ นั้น สะดวกง่ายดาย เนื่องจากคุณสามารถทำพ.ร.บ.รถ ผ่านทางช่องทางออนไลน์ ซึ่งบริษัทประกันต่าง ๆ ได้เปิดให้บริการแล้ว เลือกใช้บริการได้ผ่านทางเว็บไซต์ของบริษัทประกันต่าง ๆ เพื่อนำไปต่อภาษีรถยนต์ได้อย่างรวดเร็ว แนะนำเลือกทำ พ.ร.บ.รถ ออนไลน์ กับประกันอินชัวร์เวิร์ส Insurverse ให้คุณได้อุ่นใจ สะดวกรวดเร็ว ประหยัดเวลา และนำไปใช้ยื่นต่อภาษีรถยนต์ได้ เช็กเบี้ย พ.ร.บ. ที่นี่!
check_circleคัดลอกลิงก์เรียบร้อย
สำหรับผู้ที่ใช้งานรถกระบะเพื่อการค้า การเกษตร หรือการขนส่งสินค้าในชีวิตประจำวัน หากเปิดดูสมุดคู่มือจดทะเบียนรถจะพบรหัสระบุประเภทรถว่า รย.3 ซึ่งถือเป็นหนึ่งในประเภทยานพาหนะที่มีการใช้งานแพร่หลายมากที่สุดในประเทศไทย แต่หลายคนอาจยังไม่ทราบว่า รย.3 คือ รถประเภทไหน มีเงื่อนไขการเสียภาษี การทำ พ.ร.บ. และการเลือกประกันภัยที่แตกต่างจากรถยนต์นั่งส่วนบุคคลอย่างไรบ้าง บทความนี้มีคำตอบครบถ้วน รย.3 คืออะไร ตามกฎหมายของกรมการขนส่งทางบก? รย.3 คือ รหัสประเภทรถที่กรมการขนส่งทางบกกำหนดไว้ใน พ.ร.บ. รถยนต์ พ.ศ. 2522 หมายถึง “รถยนต์บรรทุกส่วนบุคคล” ซึ่งหมายถึง รถยนต์ที่สร้างขึ้นหรือดัดแปลงเพื่อใช้ในการบรรทุกสิ่งของหรือสัตว์ โดยมีน้ำหนักรถรวมน้ำหนักบรรทุกไม่เกินที่กฎหมายกำหนด และใช้งานเพื่อกิจการส่วนตัวหรือในธุรกิจส่วนบุคคล มิได้นำไปใช้รับจ้างขนส่งเป็นประจำเหมือนรถบรรทุกตามกฎหมายการขนส่งทางบก เช็กลักษณะรถ รย.3 แตกต่างจากรถ รย.1 อย่างไร? ความแตกต่างสำคัญระหว่างรถ รย.3 และ รย.1 ที่ผู้ใช้รถมักเปรียบเทียบกัน ได้แก่: ป้ายทะเบียน รย.3 สีอะไร มีความหมายว่าอย่างไร? รถประเภท รย.3 จะใช้ ป้ายทะเบียนพื้นสีขาว สะท้อนแสง ตัวอักษรและตัวเลขเป็นสีเขียว (หรือที่หลายคนเรียกติดปากว่า “ป้ายขาวอักษรเขียว”)… Continue reading รย.3 คือรถอะไร รู้จักรถยนต์บรรทุกส่วนบุคคล ป้ายขาวอักษรเขียว ภาษี และ พ.ร.บ.
หากคุณเปิดดูเล่มทะเบียนรถ (สมุดคู่มือจดทะเบียนเล่มสีฟ้า) ตรงหน้ารายการจดทะเบียน ในช่อง “ประเภท” มักจะปรากฏข้อความระบุว่า รย.1 หลายคนอาจสงสัยว่ารหัสนี้ย่อมาจากอะไร มีความหมายอย่างไรต่อการเสียภาษีประจำปี และเกี่ยวข้องกับการเลือกซื้อประกันภัยหรือ พ.ร.บ. อย่างไรบ้าง บทความนี้ได้รวบรวมทุกข้อมูลเกี่ยวกับรถประเภท รย.1 มาสรุปให้เข้าใจง่ายในที่เดียว รย.1 คืออะไร ในสมุดคู่มือจดทะเบียนรถ? รย.1 คือ รหัสประเภทรถที่กรมการขนส่งทางบกกำหนดไว้ตามพระราชบัญญัติรถยนต์ พ.ศ. 2522 หมายถึง “รถยนต์นั่งส่วนบุคคลไม่เกิน 7 คน” ซึ่งเป็นกลุ่มรถยนต์ส่วนบุคคลที่ได้รับความนิยมมากที่สุดบนท้องถนนในประเทศไทย ใช้สำหรับโดยสารส่วนตัวหรือภายในครอบครัว และไม่ได้นำไปใช้รับจ้างในเชิงพาณิชย์ ลักษณะของรถที่จัดอยู่ในกลุ่ม รย.1 มีรถรุ่นใดบ้าง? ยานพาหนะที่จัดอยู่ในกลุ่ม รย.1 มีหลากหลายรูปแบบ ขอเพียงมีจำนวนที่นั่งผู้โดยสารตามมาตรฐานไม่เกิน 7 ที่นั่ง ได้แก่: ป้ายทะเบียนของรถ รย.1 มีลักษณะอย่างไร? จุดสังเกตที่ชัดเจนที่สุดของรถยนต์ประเภท รย.1 จากภายนอก คือ ป้ายทะเบียนพื้นสีขาว สะท้อนแสง ตัวอักษรและตัวเลขเป็นสีดำ (กรณีที่เป็นป้ายประมูลอาจมีลวดลายกราฟิกประจำจังหวัด แต่ตัวอักษรและตัวเลขจะยังคงเป็นสีดำเช่นเดียวกัน) วิธีคำนวณภาษีรถยนต์ประจำปีสำหรับรถประเภท รย.1 การต่อภาษีรถยนต์ประจำปีของรถประเภท… Continue reading รย.1 คือรถอะไร เช็กข้อมูลรถยนต์นั่งส่วนบุคคลไม่เกิน 7 คน เล่มทะเบียน และ พ.ร.บ.
ในยุคที่อาชีพไรเดอร์รับส่งผู้โดยสารผ่านแอปพลิเคชันกำลังเติบโตอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็น Grab, LINE MAN หรือแพลตฟอร์มอื่น ๆ คำถามสำคัญที่คนขับมอเตอร์ไซค์หลายคนสงสัยคือ รย.17 คือ รถประเภทไหน และทำไมกรมการขนส่งทางบกจึงกำหนดให้ไรเดอร์ต้องนำรถไปจดทะเบียนเปลี่ยนประเภทรถ บทความนี้จะพาไปเจาะลึกทุกรายละเอียด ตั้งแต่ความหมาย เงื่อนไข กฎหมาย ไปจนถึงการเตรียมความพร้อมด้านประกันภัย เพื่อให้คุณสามารถวิ่งรับงานได้อย่างถูกต้อง สบายใจ และปลอดภัยสูงสุด รย.17 คืออะไร ตามคำนิยามของกรมการขนส่งทางบก รย.17 คือ รหัสประเภทรถที่กรมการขนส่งทางบกใช้ระบุสำหรับ “รถจักรยานยนต์สาธารณะที่ให้บริการผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์” หรือที่เข้าใจง่าย ๆ คือ รถมอเตอร์ไซค์ส่วนบุคคลที่นำมาให้บริการรับ-ส่งผู้โดยสารผ่านแอปพลิเคชันที่ได้รับการรับรองจากกรมการขนส่งทางบกอย่างถูกต้องตามกฎหมาย เดิมทีรถมอเตอร์ไซค์รับจ้างทั่วไปจะเป็นรถจักรยานยนต์สาธารณะแบบดั้งเดิม (วินมอเตอร์ไซค์ ป้ายเหลือง) แต่เมื่อเทคโนโลยีพัฒนาขึ้นและมีผู้ให้บริการผ่านแอปพลิเคชัน กรมการขนส่งทางบกจึงได้ออกกฎกระทรวงรองรับ เพื่อให้ประชาชนสามารถนำรถจักรยานยนต์ส่วนบุคคลมาขึ้นทะเบียนให้บริการได้อย่างถูกกฎหมาย โดยกำหนดให้อยู่ในหมวด รย.17 นั่นเอง ความแตกต่างระหว่าง รย.12, รย.17 และ รย.18 มีอะไรบ้าง? หลายคนมักสับสนระหว่างรหัสประเภทรถที่มีตัวเลขใกล้เคียงกัน ซึ่งมีความแตกต่างกันอย่างชัดเจนตามกฎหมาย ดังนี้: เงื่อนไขและคุณสมบัติของรถมอเตอร์ไซค์ที่จะจดทะเบียน รย.17 หากต้องการเปลี่ยนประเภทรถเป็น รย.17 รถและผู้ขับขี่ต้องมีคุณสมบัติครบถ้วนตามเกณฑ์ที่กำหนด: ขั้นตอนการดำเนินการจดทะเบียน… Continue reading รย.17 คือรถอะไร สรุปคู่มือจดทะเบียนรถจักรยานยนต์รับจ้างผ่านแอปให้ถูกกฎหมาย