รู้หรือไม่! คุณสามารถเช็คภาษี พ.ร.บ.รถ พาหนะที่ครอบครองอยู่ไม่ว่าจะเป็นรถจักรยานยนต์หรือรถยนต์ได้ด้วยตัวเองง่าย ๆ แค่มีอินเทอร์เน็ต..
ไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิตของคนวัยทำงานมีหน้าที่รับผิดชอบเยอะ ทั้งภาระหน้าที่ของอาชีพที่ทำอยู่และภาระหน้าที่ของสมาชิกครอบครัว ทำให้วันเวลาผ่านไปไว้เหมือนโกหกจึงทำให้หลายคนลืมวันเวลาที่ต่อภาษีและพ.ร.บ.รถได้
1. ภาษีรถประจำปี คือ ค่าใช้จ่ายในการดูแลรักษาระบบคมนาคม เช่น ถนน, ไฟจราจร, ป้ายสัญลักษณ์จราจรหรือเกาะกั้นกลางถนน เป็นต้น หากเจ้าของรถทุกคันไม่เห็นความสำคัญในการชำระค่าภาษีและไม่ดำเนินการชำระค่าภาษีรถที่ครอบครองจะส่งผลถนนสาธารณะ, ไฟจราจร, ป้ายสัญลักษณ์จราจรและอื่น ๆ ที่เกี่ยวกับระบบคมนาคมชำรุดเสียหายและกลายเป็นสาเหตุของอุบัติเหตุบนท้องถนนได้ในอนาคต
2. พ.ร.บ.รถ คือ ประกันภัยภาคบังคับที่ให้ความคุ้มครองค่ารักษาพยาบาลและชดเชยความเสียหายเมื่อผู้ประสบภัยได้รับบาดเจ็บ, สูญเสียอวัยวะหรือสูญเสียชีวิตจากอุบัติเหตุเกี่ยวกับรถ หากเจ้าของรถทุกคนไม่เห็นความสำคัญของประกันภัยรถภาคบังคับ ผู้ประสบภัยจะไม่ได้รับความช่วยเหลือด้านค่ารักษาพยาบาลเบื้องต้น และยังไม่ได้รับเงินทดแทนกรณีสูญเสียอวัยวะหรือเสียชีวิตรวมถึงกรณีนำรถที่ พ.ร.บ.ขาดมาขับขี่มีโทษปรับสูงสุดที่ไม่เกิน 10,000 บาท ตามกฎหมาย
หากคุณเล็งเห็นความสำคัญของการต่อภาษีรถยนต์และพ.ร.บ.รถและต้องการเช็คภาษี พ.ร.บ.รถใกล้ครบกำหนดหรือยัง สามารถทำได้ง่าย ๆ ดังนี้
เข้าสู่เว็บไซต์กรมการขนส่งทางบกและเลือกสอบถามข้อมูลค่าภาษีรถประจำปี เว็บไซต์จะแสดงหน้าให้กรอกรายละเอียดเกี่ยวกับรถที่ครอบครอง ได้แก่ ประเภทรถ, จังหวัด/สาขา, เลขทะเบียนรถ, เลขที่บัตรประจำตัวประชาชนผู้ครอบครองและรหัสรักษาความปลอดภัย จากนั้นกดค้นหาระบบจะแสดงข้อมูลวันสิ้นอายุภาษีปัจจุบันและวันสิ้นอายุภาษีปีต่อไป รวมถึงค่าภาษีที่ต้องชำระ, วันครบกำหนดชำระและสถานะการตรวจสภาพรถสำหรับรถที่ขาดต่อทะเบียนมากกว่า 1 – 3 ปี และรถที่อายุจดทะเบียน 7 ปีขึ้นไป กรณีปล่อยให้รถขาดต่อภาษีเกินกว่า 3 ปีจะต้องดำเนินการนำรถไปจดทะเบียนใหม่
หากคุณมีพ.ร.บ.รถฉบับเดิมที่ทำไว้กับบริษัทประกันภัยจะสามารถดูวันที่ครบกำหนดความคุ้มครองได้จากกรมธรรม์ฉบับนั้นได้เลย แต่หากกรมธรรม์ พ.ร.บ.รถยนต์ ฉบับเดิมหาย สามารถตรวจสอบวันที่ครบกำหนดความคุ้มครองได้ที่สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) ประจำจังหวัดได้ด้วยตัวเองหรือโทร.สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมยังสำนักงานประจำจังหวัดที่สามารถเช็กเบอร์โทรศัพท์ได้บนเว็บไซต์คปภ.
เพิ่มความสะดวกสบายในการชำระค่าภาษีและ พ.ร.บ.รถ ทำได้ง่าย ๆ เพื่อความสะดวกสบายในการใช้ถนนสาธารณะและคุ้มครองความปลอดภัยเมื่อเกิดอุบัติเหตุเกี่ยวกับรถ เช็กเบี้ย พ.ร.บ. ที่นี่!
check_circleคัดลอกลิงก์เรียบร้อย
ในยุคเศรษฐกิจดิจิทัล การขับรถรับส่งผู้โดยสารผ่านแอปพลิเคชัน เช่น Grab, Bolt หรือแอปเรียกรถอื่นๆ กลายเป็นอาชีพหลักและอาชีพเสริมยอดนิยมของคนไทยจำนวนมาก แต่ในอดีตการนำรถยนต์ส่วนบุคคลมารับจ้างมักติดปัญหาเรื่องความผิดตามกฎหมายจราจร จนกระทั่งกรมการขนส่งทางบกได้ออกกฎกระทรวงรองรับประเภทรถใหม่ นั่นคือ รย.18 คือ อะไร มีเงื่อนไขอย่างไร และทำไมคนขับแอปทุกคนจึงต้องรู้ บทความนี้จะพาคุณไปเจาะลึกทุกรายละเอียด รย.18 คืออะไร? ก้าวสำคัญของกฎหมายเรียกรถผ่านแอปในไทย รย.18 คือ “รถยนต์รับจ้างผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์” (Ride-Hailing Vehicle) เป็นประเภทการจดทะเบียนรถตามพระราชบัญญัติรถยนต์ที่กรมการขนส่งทางบกกำหนดขึ้นอย่างเป็นทางการ เพื่อเปิดโอกาสให้เจ้าของรถยนต์นั่งส่วนบุคคลไม่เกิน 7 คน (เดิมจดทะเบียนเป็น รย.1) สามารถนำรถยนต์ส่วนตัวมาเปลี่ยนประเภทการจดทะเบียนเพื่อให้บริการรับส่งผู้โดยสารผ่านแอปพลิเคชันที่ได้รับการรับรองได้อย่างถูกต้องตามกฎหมาย 100% คุณสมบัติของรถยนต์และผู้ขับขี่ที่จะจดทะเบียน รย.18 การจะเปลี่ยนประเภทรถเป็น รย.18 ได้นั้น ทั้งตัวรถและคนขับต้องมีคุณสมบัติตามเกณฑ์: 1. ข้อกำหนดสำหรับตัวรถยนต์ 2. ข้อกำหนดสำหรับผู้ขับขี่ สรุปขั้นตอนการจดทะเบียน รย.18 กับกรมการขนส่งทางบก ข้อดีของการจดทะเบียน รย.18 อย่างถูกต้องตามกฎหมาย เงื่อนไขสำคัญด้านประกันภัยสำหรับรถรับจ้าง รย.18 จุดที่ผู้ขับขี่รถรับจ้าง รย.18 ต้องให้ความสำคัญสูงสุดคือเรื่อง “ประกันภัย” เนื่องจากประกันรถยนต์ส่วนบุคคลทั่วไปจะไม่ให้ความคุ้มครองหากเกิดอุบัติเหตุขณะนำรถไปใช้รับจ้างเชิงพาณิชย์… Continue reading รย.18 คืออะไร เจาะลึกกฎหมายรถรับจ้างผ่านแอป อัปเดต 2569
เวลาเปิดดูสมุดคู่มือจดทะเบียนรถ (หรือที่เรียกกันติดปากว่า เล่มทะเบียนรถ) หลายคนคงเคยสังเกตเห็นรหัสย่อที่ระบุประเภทของรถ เช่น รย.1, รย.2, รย.3 และหนึ่งในรหัสที่สร้างความสงสัยและกลายเป็นกระแสค้นหาอย่างมากคือ รย.12 คือรถอะไร ทำไมบางคนไปตรวจสอบคุณสมบัติโครงการของภาครัฐแล้วมีชื่อครอบครองรถประเภทนี้ บทความนี้จะพาคุณไปหาคำตอบที่ถูกต้องตามระเบียบของกรมการขนส่งทางบก เพื่อคลายข้อสงสัยทั้งหมด รย.12 คือรถอะไร? เปิดความหมายตามกฎหมายกรมการขนส่งทางบก ตามพระราชบัญญัติรถยนต์ พ.ศ. 2522 กรมการขนส่งทางบกได้จำแนกประเภทรถเพื่อการจดทะเบียนและจัดเก็บภาษี โดยรหัส รย. 12 คือ “รถจักรยานยนต์ส่วนบุคคล” ซึ่งหมายถึง รถสองล้อที่ขับเคลื่อนด้วยกำลังเครื่องยนต์ หรือกำลังไฟฟ้า (มอเตอร์ไซค์ไฟฟ้า EV) ที่ใช้สำหรับส่วนบุคคล มิได้นำไปใช้รับจ้างสาธารณะ โดยจะมีลักษณะป้ายทะเบียนเป็นพื้นสีขาว ตัวอักษรและตัวเลขสีดำ ทำไมหลายคนถึงเข้าใจผิดว่า รย.12 คือ “รถยนต์”? สาเหตุหลักที่ทำให้เกิดความสับสน มาจากคำนำหน้าว่า “รย.” ซึ่งย่อมาจากคำว่า “พระราชบัญญัติรถยนต์” ทำให้ประชาชนทั่วไปเข้าใจผิดคิดว่าคำว่า รย. จะต้องหมายถึง “รถยนต์ 4 ล้อ” เท่านั้น แต่ในความเป็นจริง พระราชบัญญัติรถยนต์ พ.ศ. 2522… Continue reading รย.12 คือรถอะไร ในเล่มทะเบียน เช็กความหมายให้หายสงสัย
การต่อภาษีรถยนต์ประจำปี ถือเป็นหน้าที่ตามกฎหมายของผู้ครอบครองรถยนต์และรถจักรยานยนต์ทุกคน แต่ด้วยภารกิจที่รัดตัว หลายคนอาจเผลอลืมวันหมดอายุจนทำให้ภาษีรถยนต์ขาด และเกิดความกังวลว่า ค่าปรับภาษีรถยนต์ คิดอย่างไร? ขาดกี่วันจึงจะเริ่มโดนปรับ? และหากขาดต่อภาษีเกิน 1 ปีหรือ 3 ปีจะมีผลเสียอย่างไรบ้าง บทความนี้จะพาคุณไปเจาะลึกอัตราค่าปรับตามกฎหมายของกรมการขนส่งทางบก วิธีคำนวณค่าปรับแบบเข้าใจง่าย เอกสารที่ต้องใช้ และขั้นตอนการต่อภาษีรถยนต์ย้อนหลังพร้อมต่อ พ.ร.บ. รถยนต์ออนไลน์ เพื่อให้รถของคุณกลับมาถูกต้องตามกฎหมายและขับขี่ได้อย่างสบายใจ 100% ค่าปรับภาษีรถยนต์ คิดอย่างไร? สรุปอัตราค่าปรับตามกฎหมายกรมการขนส่งทางบก ตามพระราชบัญญัติรถยนต์ พ.ศ. 2522 กรมการขนส่งทางบกได้กำหนดอัตราค่าปรับสำหรับผู้ที่ชำระภาษีรถยนต์ประจำปีล่าช้ากว่ากำหนดไว้อย่างชัดเจน อัตราค่าปรับร้อยละ 1 ต่อเดือน (เศษของเดือนคิดเป็น 1 เดือน) หากคุณไม่ได้ชำระภาษีรถยนต์ภายในเวลาที่กำหนด คุณจะต้องเสียค่าปรับในอัตรา “ร้อยละ 1 ต่อเดือน” ของยอดภาษีประจำปีที่ต้องชำระ โดยนับตั้งแต่วันที่ครบกำหนดจนถึงวันที่มาชำระเงิน และหากมีเศษของเดือนแม้เพียง 1 วัน กฎหมายจะปัดเศษนับเป็น 1 เดือนเต็มทันที ตัวอย่างการคำนวณค่าปรับภาษีรถยนต์ขาดต่อ 3 เดือน, 6 เดือน และ 1 ปี… Continue reading ค่าปรับภาษีรถยนต์ ขาดต่อคิดอย่างไร? สรุปอัตราค่าปรับ วิธีคำนวณ และขั้นตอนต่อภาษีย้อนหลัง