พ.ร.บ. รถยนต์ หรือ พระราชบัญญัติคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ เป็นประกันภาคบังคับที่เจ้าของรถทุกคันต้องทำ ซึ่งให้ความคุ้มครองผู้ประสบภัยไม่ว่าจะเป็นฝ่ายถูกหรือผิด ในกรณีที่เกิดอุบัติเหตุที่มีคู่กรณี สิ่งสำคัญที่ต้องรู้คือ พ.ร.บ. จะช่วยคุ้มครองค่ารักษาพยาบาลของผู้บาดเจ็บทุกฝ่ายก่อนการพิสูจน์ความผิด และเมื่อมีการพิสูจน์ความผิดเรียบร้อย ฝ่ายที่ไม่ผิดจะได้รับค่าชดเชยเพิ่มเติมตามเงื่อนไขของ พ.ร.บ.
เมื่อเกิดอุบัติเหตุและมีผู้ได้รับบาดเจ็บ ไม่ว่าคุณจะเป็นฝ่ายผิดหรือถูก พ.ร.บ. จะให้ความคุ้มครองใน 2 ส่วน คือ ค่าเสียหายเบื้องต้น และ ค่าสินไหมทดแทน ซึ่งแตกต่างกันตามเงื่อนไขของแต่ละกรณี
การเคลม พ.ร.บ. เมื่อมีคู่กรณี จะต้องเตรียมเอกสารให้ครบถ้วน เพื่อให้ได้รับเงินชดเชยเร็วขึ้น โดยเอกสารที่ต้องใช้ ได้แก่
หากเป็นฝ่ายผิดในการเกิดอุบัติเหตุ พ.ร.บ. จะยังคงให้ความคุ้มครองในส่วนของค่าเสียหายเบื้องต้นโดยไม่ต้องพิสูจน์ความผิด กล่าวคือ ผู้บาดเจ็บจากอุบัติเหตุไม่ว่าจะเป็นคนขับ คนซ้อนท้าย หรือคนเดินถนนที่ได้รับบาดเจ็บจากอุบัติเหตุ จะสามารถเบิกค่ารักษาพยาบาลได้ทันทีสูงสุด 30,000 บาท อย่างไรก็ตาม หากเป็นฝ่ายผิดจะไม่ได้รับค่าสินไหมทดแทนเพิ่มเติมจาก พ.ร.บ. และต้องใช้ประกันภาคสมัครใจ เช่น ประกันชั้น 1 หรือประกันชั้น 2+ ในการรับผิดชอบความเสียหายเพิ่มเติมแทน
หากเป็นฝ่ายถูกในการเกิดอุบัติเหตุ หลังจากการพิสูจน์ความผิดเรียบร้อยแล้ว ผู้บาดเจ็บสามารถเคลมค่าสินไหมทดแทนเพิ่มเติมจาก พ.ร.บ. ได้ โดยสามารถเบิกค่ารักษาพยาบาลได้สูงสุด 80,000 บาท และค่าชดเชยกรณีเสียชีวิตหรือทุพพลภาพถาวรสูงสุด 500,000 บาท รวมถึงค่าชดเชยรายวันกรณีพักรักษาตัวเป็นผู้ป่วยใน
ในกรณีที่อุบัติเหตุทำให้คู่กรณีได้รับบาดเจ็บ พ.ร.บ. ของรถคู่กรณีจะเป็นตัวให้ความคุ้มครองค่ารักษาพยาบาลของเขา ในขณะเดียวกัน พ.ร.บ. ของรถเราก็จะให้ความคุ้มครองเราด้วยเช่นกัน ดังนั้น ทั้งสองฝ่ายสามารถเคลมค่ารักษาพยาบาลจาก พ.ร.บ. ของตัวเองได้เลย
แม้ว่า พ.ร.บ. จะครอบคลุมอุบัติเหตุที่มีคู่กรณี แต่ก็มีบางกรณีที่ไม่ได้รับความคุ้มครอง ได้แก่
ตามกฎหมายแล้ว รถทุกคันต้องมี พ.ร.บ. รถยนต์ เพื่อคุ้มครองผู้ประสบภัยจากอุบัติเหตุ แต่หากเกิดอุบัติเหตุและรถของเราไม่มี พ.ร.บ. ยังสามารถใช้ พ.ร.บ. ของคู่กรณีได้หรือไม่? คำตอบคือ สามารถทำได้ในบางกรณี
หากเราเป็นฝ่ายถูกในอุบัติเหตุและคู่กรณีมี พ.ร.บ. รถยนต์ เราสามารถ เบิกค่ารักษาพยาบาลเบื้องต้น จาก พ.ร.บ. ของคู่กรณีได้ เช่น ค่ารักษาพยาบาลตามจริงสูงสุด 30,000 บาท และค่าชดเชยในกรณีเสียชีวิตหรือทุพพลภาพไม่เกิน 35,000 บาท อย่างไรก็ตาม หากไม่มีคู่กรณีหรืออยู่ในสถานการณ์ที่ไม่สามารถเบิกจากคู่กรณีได้ ผู้ประสบภัยสามารถยื่นขอรับความคุ้มครองจาก กองทุนทดแทนผู้ประสบภัย ได้ชั่วคราว แต่จะมีการเรียกคืนเงินพร้อมค่าปรับ 20% จากเจ้าของรถภายหลัง
พ.ร.บ. เป็นประกันภาคบังคับที่ช่วยคุ้มครองค่ารักษาพยาบาลของผู้ประสบภัยจากอุบัติเหตุ แม้ว่าจะมีคู่กรณี ก็สามารถใช้ พ.ร.บ. เคลมค่ารักษาพยาบาลได้ โดยไม่ต้องรอพิสูจน์ความผิด ทั้งฝ่ายผิดและฝ่ายถูกสามารถได้รับค่ารักษาพยาบาลเบื้องต้น ดังนั้นจึงเห็นได้เลยว่า พ.ร.บ รถยนต์ มีความสำคัญมากในหลายกรณี อย่าลืม เช็กเบี้ยพ.ร.บ.รถยนต์ กับ insurverse จะได้มั่นใจเสมอว่า ทุกการขับขี่จะปลอดภัย
อย่างไรก็ตาม หากต้องการความคุ้มครองเพิ่มเติม เช่น ค่าซ่อมรถหรือค่าเสียหายอื่น ๆ ควรมีประกันภาคสมัครใจเพิ่มเติมเพื่อความมั่นใจในการขับขี่
หากมีการบาดเจ็บจากอุบัติเหตุและคู่กรณีหลบหนีไป พ.ร.บ. ยังคงสามารถใช้ได้ โดยสามารถเบิกค่าเสียหายเบื้องต้นสำหรับค่ารักษาพยาบาลได้ทันทีสูงสุด 30,000 บาท อย่างไรก็ตาม ควรแจ้งความเพื่อลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐานสำหรับการเคลมเพิ่มเติมในภายหลัง
พ.ร.บ. จะให้ค่าชดเชยกรณีเป็นผู้ป่วยในที่ต้องรักษาตัวในโรงพยาบาล โดยจ่ายค่าชดเชยรายวัน วันละ 200 บาท ไม่เกิน 20 วัน รวมเป็นเงินสูงสุด 4,000 บาท แต่หากต้องหยุดงานแต่ไม่ได้เข้าพักรักษาตัวในโรงพยาบาล อาจไม่สามารถเบิกค่าชดเชยในส่วนนี้ได้
ได้ แม้ว่าผู้ขับขี่จะไม่มีใบขับขี่ แต่หากได้รับบาดเจ็บจากอุบัติเหตุที่เกี่ยวข้องกับรถยนต์ สามารถใช้สิทธิ์ พ.ร.บ. ได้ตามปกติ โดยไม่ต้องพิสูจน์ความผิดในการเบิกค่าเสียหายเบื้องต้น อย่างไรก็ตาม การไม่มีใบขับขี่อาจทำให้มีความผิดทางกฎหมายและอาจส่งผลต่อการเคลมค่าเสียหายเพิ่มเติม
สามารถใช้ได้ เพราะ พ.ร.บ. คุ้มครองต่ออุบัติเหตุแต่ละครั้ง หมายความว่าหากเกิดอุบัติเหตุใหม่ ไม่ว่าจะเป็นฝ่ายถูกหรือผิด ก็สามารถใช้ พ.ร.บ. ได้อีกตามสิทธิ์ที่กำหนดในแต่ละอุบัติเหตุ
ใช้ได้ทุกที่ทั่วประเทศไทย หากเกิดอุบัติเหตุและได้รับบาดเจ็บ สามารถเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลใกล้เคียง และใช้สิทธิ์ พ.ร.บ. ได้ทันทีโดยไม่จำกัดพื้นที่ แต่ควรเก็บใบเสร็จและเอกสารที่เกี่ยวข้องให้ครบเพื่อนำมาใช้ในการเบิกค่าเสียหายภายหลัง
check_circleคัดลอกลิงก์เรียบร้อย
สำหรับผู้ที่ใช้งานรถกระบะเพื่อการค้า การเกษตร หรือการขนส่งสินค้าในชีวิตประจำวัน หากเปิดดูสมุดคู่มือจดทะเบียนรถจะพบรหัสระบุประเภทรถว่า รย.3 ซึ่งถือเป็นหนึ่งในประเภทยานพาหนะที่มีการใช้งานแพร่หลายมากที่สุดในประเทศไทย แต่หลายคนอาจยังไม่ทราบว่า รย.3 คือ รถประเภทไหน มีเงื่อนไขการเสียภาษี การทำ พ.ร.บ. และการเลือกประกันภัยที่แตกต่างจากรถยนต์นั่งส่วนบุคคลอย่างไรบ้าง บทความนี้มีคำตอบครบถ้วน รย.3 คืออะไร ตามกฎหมายของกรมการขนส่งทางบก? รย.3 คือ รหัสประเภทรถที่กรมการขนส่งทางบกกำหนดไว้ใน พ.ร.บ. รถยนต์ พ.ศ. 2522 หมายถึง “รถยนต์บรรทุกส่วนบุคคล” ซึ่งหมายถึง รถยนต์ที่สร้างขึ้นหรือดัดแปลงเพื่อใช้ในการบรรทุกสิ่งของหรือสัตว์ โดยมีน้ำหนักรถรวมน้ำหนักบรรทุกไม่เกินที่กฎหมายกำหนด และใช้งานเพื่อกิจการส่วนตัวหรือในธุรกิจส่วนบุคคล มิได้นำไปใช้รับจ้างขนส่งเป็นประจำเหมือนรถบรรทุกตามกฎหมายการขนส่งทางบก เช็กลักษณะรถ รย.3 แตกต่างจากรถ รย.1 อย่างไร? ความแตกต่างสำคัญระหว่างรถ รย.3 และ รย.1 ที่ผู้ใช้รถมักเปรียบเทียบกัน ได้แก่: ป้ายทะเบียน รย.3 สีอะไร มีความหมายว่าอย่างไร? รถประเภท รย.3 จะใช้ ป้ายทะเบียนพื้นสีขาว สะท้อนแสง ตัวอักษรและตัวเลขเป็นสีเขียว (หรือที่หลายคนเรียกติดปากว่า “ป้ายขาวอักษรเขียว”)… Continue reading รย.3 คือรถอะไร รู้จักรถยนต์บรรทุกส่วนบุคคล ป้ายขาวอักษรเขียว ภาษี และ พ.ร.บ.
หากคุณเปิดดูเล่มทะเบียนรถ (สมุดคู่มือจดทะเบียนเล่มสีฟ้า) ตรงหน้ารายการจดทะเบียน ในช่อง “ประเภท” มักจะปรากฏข้อความระบุว่า รย.1 หลายคนอาจสงสัยว่ารหัสนี้ย่อมาจากอะไร มีความหมายอย่างไรต่อการเสียภาษีประจำปี และเกี่ยวข้องกับการเลือกซื้อประกันภัยหรือ พ.ร.บ. อย่างไรบ้าง บทความนี้ได้รวบรวมทุกข้อมูลเกี่ยวกับรถประเภท รย.1 มาสรุปให้เข้าใจง่ายในที่เดียว รย.1 คืออะไร ในสมุดคู่มือจดทะเบียนรถ? รย.1 คือ รหัสประเภทรถที่กรมการขนส่งทางบกกำหนดไว้ตามพระราชบัญญัติรถยนต์ พ.ศ. 2522 หมายถึง “รถยนต์นั่งส่วนบุคคลไม่เกิน 7 คน” ซึ่งเป็นกลุ่มรถยนต์ส่วนบุคคลที่ได้รับความนิยมมากที่สุดบนท้องถนนในประเทศไทย ใช้สำหรับโดยสารส่วนตัวหรือภายในครอบครัว และไม่ได้นำไปใช้รับจ้างในเชิงพาณิชย์ ลักษณะของรถที่จัดอยู่ในกลุ่ม รย.1 มีรถรุ่นใดบ้าง? ยานพาหนะที่จัดอยู่ในกลุ่ม รย.1 มีหลากหลายรูปแบบ ขอเพียงมีจำนวนที่นั่งผู้โดยสารตามมาตรฐานไม่เกิน 7 ที่นั่ง ได้แก่: ป้ายทะเบียนของรถ รย.1 มีลักษณะอย่างไร? จุดสังเกตที่ชัดเจนที่สุดของรถยนต์ประเภท รย.1 จากภายนอก คือ ป้ายทะเบียนพื้นสีขาว สะท้อนแสง ตัวอักษรและตัวเลขเป็นสีดำ (กรณีที่เป็นป้ายประมูลอาจมีลวดลายกราฟิกประจำจังหวัด แต่ตัวอักษรและตัวเลขจะยังคงเป็นสีดำเช่นเดียวกัน) วิธีคำนวณภาษีรถยนต์ประจำปีสำหรับรถประเภท รย.1 การต่อภาษีรถยนต์ประจำปีของรถประเภท… Continue reading รย.1 คือรถอะไร เช็กข้อมูลรถยนต์นั่งส่วนบุคคลไม่เกิน 7 คน เล่มทะเบียน และ พ.ร.บ.
ในยุคที่อาชีพไรเดอร์รับส่งผู้โดยสารผ่านแอปพลิเคชันกำลังเติบโตอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็น Grab, LINE MAN หรือแพลตฟอร์มอื่น ๆ คำถามสำคัญที่คนขับมอเตอร์ไซค์หลายคนสงสัยคือ รย.17 คือ รถประเภทไหน และทำไมกรมการขนส่งทางบกจึงกำหนดให้ไรเดอร์ต้องนำรถไปจดทะเบียนเปลี่ยนประเภทรถ บทความนี้จะพาไปเจาะลึกทุกรายละเอียด ตั้งแต่ความหมาย เงื่อนไข กฎหมาย ไปจนถึงการเตรียมความพร้อมด้านประกันภัย เพื่อให้คุณสามารถวิ่งรับงานได้อย่างถูกต้อง สบายใจ และปลอดภัยสูงสุด รย.17 คืออะไร ตามคำนิยามของกรมการขนส่งทางบก รย.17 คือ รหัสประเภทรถที่กรมการขนส่งทางบกใช้ระบุสำหรับ “รถจักรยานยนต์สาธารณะที่ให้บริการผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์” หรือที่เข้าใจง่าย ๆ คือ รถมอเตอร์ไซค์ส่วนบุคคลที่นำมาให้บริการรับ-ส่งผู้โดยสารผ่านแอปพลิเคชันที่ได้รับการรับรองจากกรมการขนส่งทางบกอย่างถูกต้องตามกฎหมาย เดิมทีรถมอเตอร์ไซค์รับจ้างทั่วไปจะเป็นรถจักรยานยนต์สาธารณะแบบดั้งเดิม (วินมอเตอร์ไซค์ ป้ายเหลือง) แต่เมื่อเทคโนโลยีพัฒนาขึ้นและมีผู้ให้บริการผ่านแอปพลิเคชัน กรมการขนส่งทางบกจึงได้ออกกฎกระทรวงรองรับ เพื่อให้ประชาชนสามารถนำรถจักรยานยนต์ส่วนบุคคลมาขึ้นทะเบียนให้บริการได้อย่างถูกกฎหมาย โดยกำหนดให้อยู่ในหมวด รย.17 นั่นเอง ความแตกต่างระหว่าง รย.12, รย.17 และ รย.18 มีอะไรบ้าง? หลายคนมักสับสนระหว่างรหัสประเภทรถที่มีตัวเลขใกล้เคียงกัน ซึ่งมีความแตกต่างกันอย่างชัดเจนตามกฎหมาย ดังนี้: เงื่อนไขและคุณสมบัติของรถมอเตอร์ไซค์ที่จะจดทะเบียน รย.17 หากต้องการเปลี่ยนประเภทรถเป็น รย.17 รถและผู้ขับขี่ต้องมีคุณสมบัติครบถ้วนตามเกณฑ์ที่กำหนด: ขั้นตอนการดำเนินการจดทะเบียน… Continue reading รย.17 คือรถอะไร สรุปคู่มือจดทะเบียนรถจักรยานยนต์รับจ้างผ่านแอปให้ถูกกฎหมาย