การขับรถชนแล้วหนีไม่ใช่แค่เรื่องที่ทำให้คู่กรณีเดือดร้อน แต่ยังเป็นปัญหาทางกฎหมายที่อาจตามมาหนักหน่วงกว่าที่คิด หลายคนอาจสงสัยว่าถ้าเกิดเหตุการณ์แบบนี้แล้วสามารถยอมความได้หรือไม่ มาดูกันแบบชัด ๆ เพื่อเตรียมรับมือและเข้าใจสถานการณ์ได้อย่างถูกต้อง
ชนแล้วหนีคือการที่ผู้ขับขี่รถยนต์หรือรถจักรยานยนต์ชนกับรถคันอื่น หรือทรัพย์สินของผู้อื่น แล้วขับหลบหนีโดยไม่แสดงความรับผิดชอบ เช่น ไม่หยุดรถ ไม่แจ้งตำรวจ หรือไม่ติดต่อเจ้าของทรัพย์สินที่เสียหาย การกระทำนี้ผิดกฎหมายและส่งผลเสียต่อทั้งผู้เสียหายและตัวผู้กระทำผิดเอง
คำตอบคือ ขึ้นอยู่กับลักษณะของความเสียหายและสถานการณ์ที่เกิดขึ้น การพิจารณาแบ่งออกเป็น 3 กรณีหลัก ดังนี้
การชนแล้วหนีถือเป็นความผิดทางกฎหมาย โดยโทษจะแตกต่างกันไปตามความรุนแรงของเหตุการณ์ ดังนี้:
หากคุณเป็นฝ่ายถูกชนแล้วหนี อย่าตกใจ ให้ตั้งสติและปฏิบัติตามขั้นตอนต่อไปนี้:
การโดนชนแล้วหนีไม่ใช่แค่เรื่องที่ทำให้เสียเวลา แต่ยังต้องจัดการเอกสารและขั้นตอนต่าง ๆ อีกมากมาย หากคุณมี พ.ร.บ. จาก insurverse คุณจะอุ่นใจยิ่งขึ้น เพราะสามารถ ซื้อออนไลน์แล้วคุ้มครองได้ทันที แถมยังนำไปต่อภาษีออนไลน์ได้เลย ไม่ต้องกังวลว่าจะพลาดขั้นตอนสำคัญในวันที่ต้องเร่งเคลียร์ปัญหา อย่าลืม เช็กเบี้ยประกัน พ.ร.บ.รถยนต์ จาก insurverse ก่อนซื้อ ง่าย ๆ ในไม่กี่ขั้นตอน
หากคุณเลือกเจรจายอมความกับคู่กรณี ต้องระวังและทำตามขั้นตอนเหล่านี้
ผู้เสียหายสามารถเรียกร้องค่ารักษาพยาบาลทั้งหมดได้ ไม่ว่าจะเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลรัฐหรือเอกชน ค่าใช้จ่ายในส่วนนี้อาจต้องสำรองจ่ายก่อน แล้วนำใบเสร็จไปเรียกคืนจากคู่กรณีภายหลัง
หากการบาดเจ็บต้องมีการฟื้นฟูร่างกาย เช่น กายภาพบำบัด ผู้เสียหายสามารถเรียกค่าใช้จ่ายในส่วนนี้ได้เช่นกัน โดยรวบรวมใบเสร็จและหลักฐานที่เกี่ยวข้องไว้เป็นหลักฐาน
ค่าใช้จ่ายสำหรับการเดินทางไปโรงพยาบาลหรือสถานพยาบาล เช่น ค่าโดยสาร BTS รถแท็กซี่ หรือค่าน้ำมันรถส่วนตัว สามารถเรียกร้องจากคู่กรณีได้ โดยควรเก็บใบเสร็จไว้เพื่อเป็นหลักฐานสำคัญ
หากผู้เสียหายต้องการจ้างคนดูแลระหว่างการพักฟื้น เช่น ผู้ดูแลหรือพยาบาลเฝ้าไข้ สามารถเรียกร้องค่าใช้จ่ายในส่วนนี้ได้ โดยต้องมีเอกสารยืนยันการจ้างงาน
การบาดเจ็บที่ทำให้ไม่สามารถทำงานได้ตามปกติ ผู้เสียหายมีสิทธิเรียกร้องค่าชดเชยรายได้ที่สูญเสียไป เช่น เงินเดือน ค่าจ้างรายวัน หรือรายได้อื่นที่พิสูจน์ได้ว่าหายไปเนื่องจากการบาดเจ็บ
ค่าเสียหายที่ไม่สามารถวัดเป็นตัวเงิน เช่น ความทุกข์ทรมาน หรือความสูญเสียทางด้านจิตใจ ผู้เสียหายสามารถเรียกร้องค่าเสียหายในส่วนนี้ได้ แต่ต้องอยู่ในดุลยพินิจของศาล
ผู้เสียหายสามารถเรียกร้องค่าใช้จ่ายที่คาดว่าจะเกิดขึ้นในอนาคต เช่น การผ่าตัดเพิ่มเติม การบำบัด หรือการดูแลรักษาระยะยาวจากผลกระทบของอุบัติเหตุ
หากรถยนต์ที่ได้รับความเสียหายต้องเข้าซ่อม ผู้เสียหายสามารถเรียกร้องค่าชดเชยการสูญเสียประโยชน์จากการใช้รถ เช่น ค่าเช่ารถระหว่างซ่อม หรือค่าเดินทางเพิ่มเติม
ในกรณีที่ผู้เสียหายเสียชีวิต ทายาทสามารถเรียกร้องค่าจัดงานศพ และค่าขาดไร้อุปการะจากผู้เสียชีวิต เช่น ค่าใช้จ่ายในการดำรงชีวิตของสมาชิกในครอบครัวที่ได้รับการเลี้ยงดูจากผู้เสียชีวิต
การป้องกันอุบัติเหตุเป็นสิ่งที่ทุกคนควรใส่ใจ แต่หากเหตุการณ์ไม่คาดฝันเกิดขึ้น การมี พ.ร.บ.รถยนต์ insurverse ที่คุณสามารถ ซื้อล่วงหน้าได้ถึง 180 วัน จะช่วยให้คุณอุ่นใจยิ่งขึ้น ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น คุณก็พร้อมด้วยความคุ้มครองที่จัดการไว้ล่วงหน้า แถมยังมีบริการแจ้งเตือนผ่านอีเมล ช่วยลดความกังวลในการต่ออายุอีกด้วย
ชนแล้วหนีถือว่าผิดอาญา มีอายุความ 15 ปี เจ้าหน้าที่ยังสามารถยึดรถที่ใช้หลบหนีได้ หากเจ้าของไม่แสดงตัวภายใน 6 เดือน
ไม่มีคนเจ็บหรือเสียชีวิต โทษคือจำคุกไม่เกิน 3 เดือน ปรับ 2,000–10,000 บาท แต่ถ้ามีคนเจ็บหรือเสียชีวิต โทษจะเพิ่มเป็นจำคุกไม่เกิน 6 เดือน ปรับ 5,000–20,000 บาท
ความผิดชนแล้วหนีมีอายุความ 15 ปี แต่ถ้าไม่แสดงตัวต่อเจ้าหน้าที่ใน 6 เดือน รถอาจถูกยึดได้
เรียกร้องได้ทั้งค่าซ่อมรถ ค่าเสียหายต่อทรัพย์สิน ค่ารักษาพยาบาล ค่าชดเชยรายได้ที่เสียไป และค่าทำขวัญ
ค่าทำขวัญไม่มีตัวเลขตายตัว ขึ้นอยู่กับการตกลงระหว่างคู่กรณี และความสมัครใจของฝ่ายผิด
check_circleคัดลอกลิงก์เรียบร้อย
ในยุคเศรษฐกิจดิจิทัล การขับรถรับส่งผู้โดยสารผ่านแอปพลิเคชัน เช่น Grab, Bolt หรือแอปเรียกรถอื่นๆ กลายเป็นอาชีพหลักและอาชีพเสริมยอดนิยมของคนไทยจำนวนมาก แต่ในอดีตการนำรถยนต์ส่วนบุคคลมารับจ้างมักติดปัญหาเรื่องความผิดตามกฎหมายจราจร จนกระทั่งกรมการขนส่งทางบกได้ออกกฎกระทรวงรองรับประเภทรถใหม่ นั่นคือ รย.18 คือ อะไร มีเงื่อนไขอย่างไร และทำไมคนขับแอปทุกคนจึงต้องรู้ บทความนี้จะพาคุณไปเจาะลึกทุกรายละเอียด รย.18 คืออะไร? ก้าวสำคัญของกฎหมายเรียกรถผ่านแอปในไทย รย.18 คือ “รถยนต์รับจ้างผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์” (Ride-Hailing Vehicle) เป็นประเภทการจดทะเบียนรถตามพระราชบัญญัติรถยนต์ที่กรมการขนส่งทางบกกำหนดขึ้นอย่างเป็นทางการ เพื่อเปิดโอกาสให้เจ้าของรถยนต์นั่งส่วนบุคคลไม่เกิน 7 คน (เดิมจดทะเบียนเป็น รย.1) สามารถนำรถยนต์ส่วนตัวมาเปลี่ยนประเภทการจดทะเบียนเพื่อให้บริการรับส่งผู้โดยสารผ่านแอปพลิเคชันที่ได้รับการรับรองได้อย่างถูกต้องตามกฎหมาย 100% คุณสมบัติของรถยนต์และผู้ขับขี่ที่จะจดทะเบียน รย.18 การจะเปลี่ยนประเภทรถเป็น รย.18 ได้นั้น ทั้งตัวรถและคนขับต้องมีคุณสมบัติตามเกณฑ์: 1. ข้อกำหนดสำหรับตัวรถยนต์ 2. ข้อกำหนดสำหรับผู้ขับขี่ สรุปขั้นตอนการจดทะเบียน รย.18 กับกรมการขนส่งทางบก ข้อดีของการจดทะเบียน รย.18 อย่างถูกต้องตามกฎหมาย เงื่อนไขสำคัญด้านประกันภัยสำหรับรถรับจ้าง รย.18 จุดที่ผู้ขับขี่รถรับจ้าง รย.18 ต้องให้ความสำคัญสูงสุดคือเรื่อง “ประกันภัย” เนื่องจากประกันรถยนต์ส่วนบุคคลทั่วไปจะไม่ให้ความคุ้มครองหากเกิดอุบัติเหตุขณะนำรถไปใช้รับจ้างเชิงพาณิชย์… Continue reading รย.18 คืออะไร เจาะลึกกฎหมายรถรับจ้างผ่านแอป อัปเดต 2569
เวลาเปิดดูสมุดคู่มือจดทะเบียนรถ (หรือที่เรียกกันติดปากว่า เล่มทะเบียนรถ) หลายคนคงเคยสังเกตเห็นรหัสย่อที่ระบุประเภทของรถ เช่น รย.1, รย.2, รย.3 และหนึ่งในรหัสที่สร้างความสงสัยและกลายเป็นกระแสค้นหาอย่างมากคือ รย.12 คือรถอะไร ทำไมบางคนไปตรวจสอบคุณสมบัติโครงการของภาครัฐแล้วมีชื่อครอบครองรถประเภทนี้ บทความนี้จะพาคุณไปหาคำตอบที่ถูกต้องตามระเบียบของกรมการขนส่งทางบก เพื่อคลายข้อสงสัยทั้งหมด รย.12 คือรถอะไร? เปิดความหมายตามกฎหมายกรมการขนส่งทางบก ตามพระราชบัญญัติรถยนต์ พ.ศ. 2522 กรมการขนส่งทางบกได้จำแนกประเภทรถเพื่อการจดทะเบียนและจัดเก็บภาษี โดยรหัส รย. 12 คือ “รถจักรยานยนต์ส่วนบุคคล” ซึ่งหมายถึง รถสองล้อที่ขับเคลื่อนด้วยกำลังเครื่องยนต์ หรือกำลังไฟฟ้า (มอเตอร์ไซค์ไฟฟ้า EV) ที่ใช้สำหรับส่วนบุคคล มิได้นำไปใช้รับจ้างสาธารณะ โดยจะมีลักษณะป้ายทะเบียนเป็นพื้นสีขาว ตัวอักษรและตัวเลขสีดำ ทำไมหลายคนถึงเข้าใจผิดว่า รย.12 คือ “รถยนต์”? สาเหตุหลักที่ทำให้เกิดความสับสน มาจากคำนำหน้าว่า “รย.” ซึ่งย่อมาจากคำว่า “พระราชบัญญัติรถยนต์” ทำให้ประชาชนทั่วไปเข้าใจผิดคิดว่าคำว่า รย. จะต้องหมายถึง “รถยนต์ 4 ล้อ” เท่านั้น แต่ในความเป็นจริง พระราชบัญญัติรถยนต์ พ.ศ. 2522… Continue reading รย.12 คือรถอะไร ในเล่มทะเบียน เช็กความหมายให้หายสงสัย
การต่อภาษีรถยนต์ประจำปี ถือเป็นหน้าที่ตามกฎหมายของผู้ครอบครองรถยนต์และรถจักรยานยนต์ทุกคน แต่ด้วยภารกิจที่รัดตัว หลายคนอาจเผลอลืมวันหมดอายุจนทำให้ภาษีรถยนต์ขาด และเกิดความกังวลว่า ค่าปรับภาษีรถยนต์ คิดอย่างไร? ขาดกี่วันจึงจะเริ่มโดนปรับ? และหากขาดต่อภาษีเกิน 1 ปีหรือ 3 ปีจะมีผลเสียอย่างไรบ้าง บทความนี้จะพาคุณไปเจาะลึกอัตราค่าปรับตามกฎหมายของกรมการขนส่งทางบก วิธีคำนวณค่าปรับแบบเข้าใจง่าย เอกสารที่ต้องใช้ และขั้นตอนการต่อภาษีรถยนต์ย้อนหลังพร้อมต่อ พ.ร.บ. รถยนต์ออนไลน์ เพื่อให้รถของคุณกลับมาถูกต้องตามกฎหมายและขับขี่ได้อย่างสบายใจ 100% ค่าปรับภาษีรถยนต์ คิดอย่างไร? สรุปอัตราค่าปรับตามกฎหมายกรมการขนส่งทางบก ตามพระราชบัญญัติรถยนต์ พ.ศ. 2522 กรมการขนส่งทางบกได้กำหนดอัตราค่าปรับสำหรับผู้ที่ชำระภาษีรถยนต์ประจำปีล่าช้ากว่ากำหนดไว้อย่างชัดเจน อัตราค่าปรับร้อยละ 1 ต่อเดือน (เศษของเดือนคิดเป็น 1 เดือน) หากคุณไม่ได้ชำระภาษีรถยนต์ภายในเวลาที่กำหนด คุณจะต้องเสียค่าปรับในอัตรา “ร้อยละ 1 ต่อเดือน” ของยอดภาษีประจำปีที่ต้องชำระ โดยนับตั้งแต่วันที่ครบกำหนดจนถึงวันที่มาชำระเงิน และหากมีเศษของเดือนแม้เพียง 1 วัน กฎหมายจะปัดเศษนับเป็น 1 เดือนเต็มทันที ตัวอย่างการคำนวณค่าปรับภาษีรถยนต์ขาดต่อ 3 เดือน, 6 เดือน และ 1 ปี… Continue reading ค่าปรับภาษีรถยนต์ ขาดต่อคิดอย่างไร? สรุปอัตราค่าปรับ วิธีคำนวณ และขั้นตอนต่อภาษีย้อนหลัง