เคยรู้กันบ้างหรือไม่ว่า ภาษี รถยนต์ ที่เจ้าของรถต้องจ่ายในแต่ละปีมีวิธีการต่อและคำนวณอย่างไร ทำไมรถแต่ละคันจึงเสียภาษีไม่เท่ากัน แม้ว่าจะเป็นรถประเภทเดียวกัน วันนี้มาหาคำตอบไปด้วยกันว่ารถที่คุณใช้งานอยู่มีวิธีคำนวณภาษีอย่างไร และใช้เอกสารอะไรบ้างในการต่อภาษีรถยนต์
ภาษีรถยนต์ถือเป็นหน้าที่ที่เจ้าของรถทุกคันจำเป็นที่จะต้องเสียภาษีในทุก ๆ ปี สำหรับมือใหม่แล้วอาจจะยังไม่รู้เพราะในช่วงแรกจะมีศูนย์บริการรถยนต์และไฟแนนซ์คอยจัดการให้ เมื่อรถได้ทำการโอนมาเป็นชื่อของท่านแล้วจะต้องเสียภาษีรถยนต์ด้วยตนเองดังนี้
สำหรับรถยนต์ที่มีอายุตั้งแต่ 7 ปีขึ้นไปตามที่ระบุไว้ในสมุดคู่มือจดทะเบียนรถจะต้องนำรถยนต์เข้ารับการตรวจสภาพ ณ สถานตรวจสภาพรถยนต์เอกชนหรือ ตรอ. พร้อมนำเอกสารหลักฐานการตรวจสภาพรถยนต์และสมุดคู่มือจดทะเบียนรถยนต์ไปยื่นเพื่อ ต่อ พ.ร.บ. รถยนต์ และภาษีรถยนต์ในลำดับต่อไป
การคำนวณภาษีรถยนต์ต่อไปนี้จะเป็นการคำนวณภาษีจากรถยนต์ที่มีป้ายทะเบียนขาวดำหรือรถยนต์นั่งส่วนบุคคลไม่เกิน 7 ที่นั่ง เช่น รถเก๋ง รถกระบะ 4 ประตู โดยจะมีการคำนวณตามขนาดของเครื่อง (cc) ดังนี้
ยกตัวอย่างวิธีการคำนวณ ภาษี รถยนต์ ใหม่ อายุการใช้งานไม่เกิน 5 ปี
รถเก๋งเล็กขนาดเครื่องยนต์ 1,200 cc จะมีวิธีการคำนวณภาษีแบ่งเป็น 2 ช่วง
หมายความว่า รถเก๋งเล็กขนาด 1,200 cc เสียภาษีทั้งสิ้น 300 + 900 = 1,200 บาท
รถกระบะ 4 ประตู ขนาดเครื่องยนต์ 3,000 cc จะมีวิธีการคำนวณภาษีแบ่งเป็น 3 ช่วง
หมายความว่า รถกระบะ 4 ประตู ขนาด 3,000 cc เสียภาษีทั้งสิ้น 300 + 1,800 + 4,800 = 6,900 บาท
รถยนต์อายุตั้งแต่ 6 ปี ขึ้นไปจะมีส่วนลดทางภาษี ดังนี้
รถเก๋งขนาดเล็กเครื่องยนต์ 1,200 cc เมื่อเข้าสู่ปีที่ 6 ถึงปีที่ 10 จะเสียภาษี 1,080 บาท, 960 บาท, 840 บาท, 720 บาท และ 600 บาท ตามลำดับตั้งแต่ปีที่ 6 ถึงปีที่ 10
รถกระบะ 4 ประตู เครื่องยนต์ 3,000 cc เมื่อเข้าสู่ปีที่ 6 ถึงปีที่ 10 จะเสียภาษี 6,210 บาท, 5,520 บาท, 4,830 บาท, 4,140 บาท และ 3,450 บาท ตามลำดับตั้งแต่ปีที่ 6 ถึงปีที่ 10
นอกจากนี้เจ้าของรถทุกท่านยังสามารถต่อทะเบียนล่วงหน้าได้สูงสุด 90 วัน และสามารถเช็กภาษีออนไลน์ผ่านทางเว็บไซต์ของกรมการขนส่งทางบกได้อีกด้วย สำหรับใครที่มีความสงสัยเกี่ยวกับการต่อภาษีรถยนต์ พ.ร.บ.รถ คุ้มครองอะไรบ้าง สามารถสอบถามได้ที่เว็บไซต์ Insurverse หนึ่งในผู้แทนจำหน่ายประกันรถยนต์และ พ.ร.บ. ออนไลน์ในเครือทิพยประกันภัย และนอกจากท่านจะได้ทราบว่า พ.ร.บ.รถ คุ้มครองอะไรบ้าง แล้วยังสามารถ เช็กราคา พ.ร.บ. ได้ทันทีที่นี่!
check_circleคัดลอกลิงก์เรียบร้อย
หากคุณกำลังสงสัยว่า ตรอ ย่อมาจากอะไร? คำตอบที่ถูกต้องคือ ตรอ. ย่อมาจากคำว่า “สถานตรวจสภาพรถเอกชน” ซึ่งเป็นหน่วยงานหรือสถานประกอบการที่ได้รับใบอนุญาตจากกรมการขนส่งทางบก ให้ทำหน้าที่ตรวจสอบความพร้อมและสภาพของรถยนต์และรถจักรยานยนต์ที่มีอายุการใช้งานถึงเกณฑ์ที่กฎหมายกำหนด เพื่อให้มั่นใจว่ารถคันดังกล่าวมีความปลอดภัยในการใช้งานบนท้องถนน และไม่สร้างมลพิษทางอากาศเกินมาตรฐาน ก่อนที่เจ้าของรถจะนำผลการตรวจไปใช้เป็นหลักฐานในการต่อภาษีรถยนต์ประจำปี ตรอ. (สถานตรวจสภาพรถเอกชน) มีหน้าที่ทำอะไรบ้าง? สถานตรวจสภาพรถเอกชน (ตรอ.) มีหน้าที่หลักในการตรวจเช็กระบบความปลอดภัยของรถ ได้แก่ ระบบเบรก, การทดสอบศูนย์ล้อ, ความสว่างและทิศทางของโคมไฟหน้า, การวัดก๊าซคาร์บอนมอนอกไซด์และก๊าซไฮโดรคาร์บอน (สำหรับรถเครื่องยนต์เบนซิน), การวัดควันดำ (สำหรับรถเครื่องยนต์ดีเซล) รวมไปถึงระดับเสียงของท่อไอเสีย เมื่อตรวจสภาพผ่านเรียบร้อยแล้ว คุณจะได้รับ “ใบรับรองการตรวจสภาพรถ” เพื่อนำไปใช้ต่อภาษี และซื้อพ.ร.บ. รถยนต์ ซึ่งเป็นประกันภัยภาคบังคับที่กฎหมายกำหนดให้รถทุกคันต้องมี เพื่อคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ รถอายุเท่าไหร่ ถึงต้องนำไปตรวจสภาพที่ ตรอ. ไม่ใช่รถทุกคันที่ต้องเข้าตรวจสภาพ แต่กฎหมายตามพระราชบัญญัติรถยนต์ กำหนดเงื่อนไขอายุการใช้งานของรถที่ต้องเข้าตรวจ ตรอ. ไว้ดังนี้: สำหรับรถยนต์ (อายุเกิน 7 ปี) สำหรับรถจักรยานยนต์ (อายุเกิน 5 ปี) เตรียมตัวก่อนไป ตรอ. ต้องใช้เอกสารอะไรบ้าง? เพื่อความรวดเร็วในการเข้ารับบริการ… Continue reading ตรอ ย่อมาจากอะไร? เรื่องที่คนมีรถต้องรู้ก่อนต่อภาษี
รถยนต์ส่วนบุคคล (ไม่เกิน 7 ที่นั่ง) ต้องตรวจสภาพเมื่อมีอายุการใช้งานครบ 7 ปีขึ้นไป โดยนับจากวันที่จดทะเบียนครั้งแรก ส่วนรถจักรยานยนต์ต้องตรวจเมื่ออายุครบ 5 ปีขึ้นไป จึงจะสามารถนำใบรับรองจากสถานตรวจสภาพรถเอกชน (ตรอ.) ไปใช้เป็นหลักฐานในการต่อภาษีรถยนต์ประจำปีได้ หากไม่ทำการตรวจสภาพ จะไม่สามารถต่อภาษีและเสี่ยงต่อการถูกปรับตามกฎหมาย สรุปชัดๆ รถแต่ละประเภทกี่ปีต้องตรวจสภาพ (ตรอ.) เพื่อให้ผู้ใช้รถเตรียมตัวได้อย่างถูกต้อง กรมการขนส่งทางบกได้กำหนดอายุการใช้งานของรถแต่ละประเภทที่ต้องเข้ารับการตรวจสภาพไว้ดังนี้ครับ รถยนต์ส่วนบุคคล (ไม่เกิน 7 ที่นั่ง และเกิน 7 ที่นั่ง) ต้องเข้ารับการตรวจสภาพเมื่ออายุการใช้งานครบ 7 ปีขึ้นไป (เช่น รถที่จดทะเบียนในปี 2559 จะต้องเริ่มตรวจสภาพในปี 2566 เป็นต้นไป) รถบรรทุกส่วนบุคคล ต้องเข้ารับการตรวจสภาพเมื่ออายุการใช้งานครบ 7 ปีขึ้นไป เช่นเดียวกับรถยนต์ส่วนบุคคล รถจักรยานยนต์ ต้องเข้ารับการตรวจสภาพเมื่ออายุการใช้งานครบ 5 ปีขึ้นไป สามารถตรวจสภาพรถ (ตรอ.) ล่วงหน้าได้กี่เดือน? เจ้าของรถสามารถนำรถไปตรวจสภาพล่วงหน้าได้ ไม่เกิน 3 เดือน (90 วัน)… Continue reading รถยนต์กี่ปีต้องตรวจสภาพ? สรุปข้อมูลอัปเดตล่าสุดก่อนต่อภาษี
หากคุณกำลังเตรียมต่อทะเบียนรถกระบะ สิ่งที่ต้องเตรียมไม่ใช่แค่ค่าภาษีประจำปี แต่ยังรวมถึงค่า พ.ร.บ. ที่กฎหมายกำหนดให้รถทุกคันต้องมีด้วย หลายคนจึงมักค้นหาว่า ต่อพ.ร.บ.+ภาษี รถกระบะ ราคาเท่าไหร่ เพื่อวางแผนค่าใช้จ่ายล่วงหน้า นอกเหนือจากค่าประกันรถยนต์ Key takeway พ.ร.บ. รถกระบะ คืออะไร? พ.ร.บ. รถกระบะ หรือ พระราชบัญญัติคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ เป็นประกันภาคบังคับที่เจ้าของรถทุกคันต้องจัดทำตามกฎหมาย ไม่ว่าจะเป็นรถกระบะส่วนบุคคล รถกระบะ 2 ประตู หรือรถกระบะ 4 ประตู หน้าที่หลักของ พ.ร.บ. รถยนต์ คือให้ความคุ้มครองเบื้องต้นแก่ผู้ประสบภัยจากอุบัติเหตุทางรถยนต์ เช่น ค่ารักษาพยาบาล ค่าชดเชยกรณีบาดเจ็บ ทุพพลภาพ หรือเสียชีวิต โดยไม่จำเป็นต้องรอพิสูจน์ว่าใครเป็นฝ่ายผิด ทั้งยังเป็นเอกสารสำคัญที่ต้องใช้ในการต่อภาษีรถประจำปีอีกด้วย พ.ร.บ. รถกระบะ ราคาเท่าไหร่ ? ต่อพ.ร.บ.+ภาษี รถกระบะ ต้องรู้ราคา รถกระบะจะกำหนดตามประเภทรถ โดยมีอัตรามาตรฐานตามที่กฎหมายกำหนด อย่างไรก็ตาม ผู้ให้บริการบางรายอาจมีราคาโปรโมชันหรือส่วนลด ทำให้ผู้บริโภคสามารถประหยัดค่าใช้จ่ายได้มากขึ้น ต่อ พ.ร.บ. รถยนต์ กระบะ… Continue reading ต่อพ.ร.บ.+ภาษี รถกระบะ ราคา เช็กง่าย ต่อออนไลน์ได้ทันที