นอกจากการต่อ พ.ร.บ.รถยนต์แล้ว ผู้ขับขี่ไม่ว่าจะหน้าใหม่หรือเก่าต่างก็ต้องต่อภาษีรถยนต์ มิเช่นนั้นแล้วจะต้องโทษปรับในอัตราร้อยละ 1 ของภาษีรถยนต์ต่อเดือน และต้องเสียค่าปรับย้อนหลัง ด้วยเหตุนี้หลายคนจึงเลือกต่อภาษีรถยนต์ล่วงหน้ากันลืมนั่นเอง ส่วนขั้นตอนการต่อมีอะไรบ้างนั้นมาดูกันเลย
การต่อภาษีรถยนต์ล่วงหน้า สามารถต่อได้ก่อนวันที่จะหมดอายุ 90 วัน หรือ 3 เดือน ช่องทางการต่อไม่จำเป็นต้องเดินทางไปถึงกรมขนส่งทางบก เพราะมีสถานที่หลายแห่งรับทำเรื่อง เช่น เคาน์เตอร์เซอร์วิสของร้านค้าสะดวกซื้อ, ที่ทำการไปรษณีย์ หรือแม้แต่ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์
หากต่อภาษีรถยนต์ตามช่องทางออฟไลน์ ให้คุณเตรียมเอกสารเหล่านี้ให้พร้อม ซึ่งประกอบไปด้วย
1.บัตรประชาชนของเจ้าของรถตัวจริง
2.สมุดคู่มือจดทะเบียนรถตัวจริง หรือสำเนาก็ได้
3.พ.ร.บ.รถยนต์
4.ในกรณีที่ใช้งานรถยนต์มานานกว่า 7 ปีขึ้นไป ให้นำใบรับรองตรวจสภาพรถจาก ตรอ. ไปด้วย
และล่าสุดกรมการขนส่งทางบกได้พัฒนาเว็บไซต์ที่มีชื่อว่า https://eservice.dlt.go.th/esvapp/login.jsf ให้คุณต่อภาษีรถยนต์ล่วงหน้าได้ โดยมีขั้นตอนดังนี้
ราคาต่อภาษีรถยนต์ล่วงหน้า ขึ้นอยู่กับประเภทของรถยนต์ เครื่องยนต์ และอายุการใช้งานของรถยนต์ ในกรณีที่คุณขับรถเก๋ง รถกระบะ หรือที่เรียกว่ารถโดยสารที่นั่งส่วนบุคคลไม่เกิน 7 ที่นั่ง ป้ายทะเบียนพื้นขาว ตัวอักษรสีดำ จะคำนวณฐานภาษีจากขนาดของเครื่องยนต์ ดังนี้
ตัวอย่างเช่น นาย A ขับรถเก๋ง เครื่องยนต์ขนาด 700 CC ที่มีอายุการใช้งาน 2 ปี จะเสียภาษีเท่ากับ
1. คำนวณจากฐาน 1 – 600 CC แรก จะได้ว่า 600 * 0.5 = 300 บาท
2. คำนวณจากฐาน 600 – 1800 CC จะได้ว่า 100*1.5 = 150 บาท
หมายความว่าในกรณีของนาย A จะต้องเสียภาษีเท่ากับ 450 บาทนั่นเอง
หากสังเกตว่าภาษีรถยนต์ใกล้หมดอายุแล้ว อย่าลืมไปทำเรื่องต่อภาษี ตั้งแต่เนิ่น ๆ จะได้ไม่โดนโทษปรับ รวมทั้งไม่ถูกระงับป้ายทะเบียน แต่ถ้าพ.ร.บ.รถยนต์ หมดอายุไปแล้วก็จะต่อภาษีรถยนต์ไม่ได้ ดังนั้นคุณสามารถซื้อ พ.ร.บ.รถยนต์ ที่สะดวกรวดเร็วในราคาประหยัดจากเว็บไซต์ insurverse ได้ทุกที่ทุกเวลา เช็กเบี้ย พ.ร.บ. ได้ที่นี่!
check_circleคัดลอกลิงก์เรียบร้อย
สำหรับผู้ที่ใช้งานรถกระบะเพื่อการค้า การเกษตร หรือการขนส่งสินค้าในชีวิตประจำวัน หากเปิดดูสมุดคู่มือจดทะเบียนรถจะพบรหัสระบุประเภทรถว่า รย.3 ซึ่งถือเป็นหนึ่งในประเภทยานพาหนะที่มีการใช้งานแพร่หลายมากที่สุดในประเทศไทย แต่หลายคนอาจยังไม่ทราบว่า รย.3 คือ รถประเภทไหน มีเงื่อนไขการเสียภาษี การทำ พ.ร.บ. และการเลือกประกันภัยที่แตกต่างจากรถยนต์นั่งส่วนบุคคลอย่างไรบ้าง บทความนี้มีคำตอบครบถ้วน รย.3 คืออะไร ตามกฎหมายของกรมการขนส่งทางบก? รย.3 คือ รหัสประเภทรถที่กรมการขนส่งทางบกกำหนดไว้ใน พ.ร.บ. รถยนต์ พ.ศ. 2522 หมายถึง “รถยนต์บรรทุกส่วนบุคคล” ซึ่งหมายถึง รถยนต์ที่สร้างขึ้นหรือดัดแปลงเพื่อใช้ในการบรรทุกสิ่งของหรือสัตว์ โดยมีน้ำหนักรถรวมน้ำหนักบรรทุกไม่เกินที่กฎหมายกำหนด และใช้งานเพื่อกิจการส่วนตัวหรือในธุรกิจส่วนบุคคล มิได้นำไปใช้รับจ้างขนส่งเป็นประจำเหมือนรถบรรทุกตามกฎหมายการขนส่งทางบก เช็กลักษณะรถ รย.3 แตกต่างจากรถ รย.1 อย่างไร? ความแตกต่างสำคัญระหว่างรถ รย.3 และ รย.1 ที่ผู้ใช้รถมักเปรียบเทียบกัน ได้แก่: ป้ายทะเบียน รย.3 สีอะไร มีความหมายว่าอย่างไร? รถประเภท รย.3 จะใช้ ป้ายทะเบียนพื้นสีขาว สะท้อนแสง ตัวอักษรและตัวเลขเป็นสีเขียว (หรือที่หลายคนเรียกติดปากว่า “ป้ายขาวอักษรเขียว”)… Continue reading รย.3 คือรถอะไร รู้จักรถยนต์บรรทุกส่วนบุคคล ป้ายขาวอักษรเขียว ภาษี และ พ.ร.บ.
หากคุณเปิดดูเล่มทะเบียนรถ (สมุดคู่มือจดทะเบียนเล่มสีฟ้า) ตรงหน้ารายการจดทะเบียน ในช่อง “ประเภท” มักจะปรากฏข้อความระบุว่า รย.1 หลายคนอาจสงสัยว่ารหัสนี้ย่อมาจากอะไร มีความหมายอย่างไรต่อการเสียภาษีประจำปี และเกี่ยวข้องกับการเลือกซื้อประกันภัยหรือ พ.ร.บ. อย่างไรบ้าง บทความนี้ได้รวบรวมทุกข้อมูลเกี่ยวกับรถประเภท รย.1 มาสรุปให้เข้าใจง่ายในที่เดียว รย.1 คืออะไร ในสมุดคู่มือจดทะเบียนรถ? รย.1 คือ รหัสประเภทรถที่กรมการขนส่งทางบกกำหนดไว้ตามพระราชบัญญัติรถยนต์ พ.ศ. 2522 หมายถึง “รถยนต์นั่งส่วนบุคคลไม่เกิน 7 คน” ซึ่งเป็นกลุ่มรถยนต์ส่วนบุคคลที่ได้รับความนิยมมากที่สุดบนท้องถนนในประเทศไทย ใช้สำหรับโดยสารส่วนตัวหรือภายในครอบครัว และไม่ได้นำไปใช้รับจ้างในเชิงพาณิชย์ ลักษณะของรถที่จัดอยู่ในกลุ่ม รย.1 มีรถรุ่นใดบ้าง? ยานพาหนะที่จัดอยู่ในกลุ่ม รย.1 มีหลากหลายรูปแบบ ขอเพียงมีจำนวนที่นั่งผู้โดยสารตามมาตรฐานไม่เกิน 7 ที่นั่ง ได้แก่: ป้ายทะเบียนของรถ รย.1 มีลักษณะอย่างไร? จุดสังเกตที่ชัดเจนที่สุดของรถยนต์ประเภท รย.1 จากภายนอก คือ ป้ายทะเบียนพื้นสีขาว สะท้อนแสง ตัวอักษรและตัวเลขเป็นสีดำ (กรณีที่เป็นป้ายประมูลอาจมีลวดลายกราฟิกประจำจังหวัด แต่ตัวอักษรและตัวเลขจะยังคงเป็นสีดำเช่นเดียวกัน) วิธีคำนวณภาษีรถยนต์ประจำปีสำหรับรถประเภท รย.1 การต่อภาษีรถยนต์ประจำปีของรถประเภท… Continue reading รย.1 คือรถอะไร เช็กข้อมูลรถยนต์นั่งส่วนบุคคลไม่เกิน 7 คน เล่มทะเบียน และ พ.ร.บ.
ในยุคที่อาชีพไรเดอร์รับส่งผู้โดยสารผ่านแอปพลิเคชันกำลังเติบโตอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็น Grab, LINE MAN หรือแพลตฟอร์มอื่น ๆ คำถามสำคัญที่คนขับมอเตอร์ไซค์หลายคนสงสัยคือ รย.17 คือ รถประเภทไหน และทำไมกรมการขนส่งทางบกจึงกำหนดให้ไรเดอร์ต้องนำรถไปจดทะเบียนเปลี่ยนประเภทรถ บทความนี้จะพาไปเจาะลึกทุกรายละเอียด ตั้งแต่ความหมาย เงื่อนไข กฎหมาย ไปจนถึงการเตรียมความพร้อมด้านประกันภัย เพื่อให้คุณสามารถวิ่งรับงานได้อย่างถูกต้อง สบายใจ และปลอดภัยสูงสุด รย.17 คืออะไร ตามคำนิยามของกรมการขนส่งทางบก รย.17 คือ รหัสประเภทรถที่กรมการขนส่งทางบกใช้ระบุสำหรับ “รถจักรยานยนต์สาธารณะที่ให้บริการผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์” หรือที่เข้าใจง่าย ๆ คือ รถมอเตอร์ไซค์ส่วนบุคคลที่นำมาให้บริการรับ-ส่งผู้โดยสารผ่านแอปพลิเคชันที่ได้รับการรับรองจากกรมการขนส่งทางบกอย่างถูกต้องตามกฎหมาย เดิมทีรถมอเตอร์ไซค์รับจ้างทั่วไปจะเป็นรถจักรยานยนต์สาธารณะแบบดั้งเดิม (วินมอเตอร์ไซค์ ป้ายเหลือง) แต่เมื่อเทคโนโลยีพัฒนาขึ้นและมีผู้ให้บริการผ่านแอปพลิเคชัน กรมการขนส่งทางบกจึงได้ออกกฎกระทรวงรองรับ เพื่อให้ประชาชนสามารถนำรถจักรยานยนต์ส่วนบุคคลมาขึ้นทะเบียนให้บริการได้อย่างถูกกฎหมาย โดยกำหนดให้อยู่ในหมวด รย.17 นั่นเอง ความแตกต่างระหว่าง รย.12, รย.17 และ รย.18 มีอะไรบ้าง? หลายคนมักสับสนระหว่างรหัสประเภทรถที่มีตัวเลขใกล้เคียงกัน ซึ่งมีความแตกต่างกันอย่างชัดเจนตามกฎหมาย ดังนี้: เงื่อนไขและคุณสมบัติของรถมอเตอร์ไซค์ที่จะจดทะเบียน รย.17 หากต้องการเปลี่ยนประเภทรถเป็น รย.17 รถและผู้ขับขี่ต้องมีคุณสมบัติครบถ้วนตามเกณฑ์ที่กำหนด: ขั้นตอนการดำเนินการจดทะเบียน… Continue reading รย.17 คือรถอะไร สรุปคู่มือจดทะเบียนรถจักรยานยนต์รับจ้างผ่านแอปให้ถูกกฎหมาย