สำหรับคนมีรถแล้วนอกจากการชำระภาษีทุกปีอีกสิ่งหนึ่งที่ต้องต่ออายุทุกปีอย่าให้ขาด นั่นคือการ ต่อพ.ร.บ.รถยนต์ เพราะหากรถคันไหนไม่มี พรบ รถยนต์ จะถือว่าผิดกฎหมาย หากตรวจพบมีโทษปรับไม่เกิน 10,000 บาท พ.ร.บ. จึงมีความสำคัญไม่แพ้การต่อภาษีรถยนต์ แต่สำหรับคนที่เพิ่งซื้อรถคันใหม่ด้วยการกู้ไฟแนนซ์จะพบว่าเล่มทะเบียนรถไม่ได้อยู่ติดตัวจนกว่าจะผ่อนค่างวดแล้วเสร็จ แต่จะทำอย่างไรล่ะถึงสามารถต่อ พ.ร.บ. และภาษีรถได้ บทความนี้มีคำตอบ
ก่อนจะไปดูว่าการต่อ พ.ร.บ. รถและการต่อภาษีรถหากไม่มีเล่มจะสามารถต่ออายุได้หรือไม่ อยากให้ลองมาทำความเข้าใจก่อนว่า พ.ร.บ. คืออะไร โดย พ.ร.บ. คือพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ กฎหมายบังคับให้รถที่จดทะเบียนทุกคันต้องทำ พ.ร.บ. หน้าที่ของ พ.ร.บ. คือมอบความคุ้มครองให้กับผู้ใช้รถใช้ถนน ไม่ว่าจะเป็นฝ่ายผิดหรือฝ่ายถูก ซึ่งจะคุ้มครองเฉพาะตัวบุคคล ไม่รวมความเสียหายที่เกิดกับตัวรถ
ความคุ้มครองของ พ.ร.บ. ประกอบด้วยความคุ้มครองค่ารักษาพยาบาลกรณีได้รับบาดเจ็บ โดยจ่ายตามจริงไม่เกินคนละ 30,000 บาท นอกจากนี้ยังมีเงินชดเชยกรณีทุพพลภาพหรือเสียชีวิต โดยความคุ้มครองจะมากถึง 500,000 บาทต่อคน การต่อ พ.ร.บ. แต่ละครั้งจะมีค่าใช้จ่ายประมาณ 600 – 2,000 บาท ขึ้นอยู่กับประเภทรถ จะเห็นว่าการต่อ พ.ร.บ.รถยนต์ราคา ไม่แพงเลยหากเทียบกับความคุ้มครองที่ได้รับ แถมยังใช้รถใช้ถนนได้อย่างอุ่นใจมากขึ้นกว่าเดิม
มากันที่คำถามที่หลายคนสงสัยว่า ต่อภาษีรถยนต์ไม่มีเล่มทะเบียน สามารถทำได้หรือไม่คำตอบคือได้ แม้ว่าหลักฐานในการต่อ พ.ร.บ. และภาษีรถจำเป็นต้องใช้คู่มือจดทะเบียน แต่กรณียังผ่อนค่างวดไม่หมดสามารถใช้สำเนาคู่มือจดทะเบียนแทนได้ โดยสามารถคัดสำเนาได้จากบริษัทไฟแนนซ์หรือกรมการขนส่งทางบก จากนั้นดำเนินการต่อทะเบียนได้อย่างไร้กังวล
💚ทริคดีๆ💚 : คํานวณภาษีรถยนต์ด้วยตัวเองได้ง่ายๆ เพียงไม่กี่คลิก ครอบคลุมรถส่วนบุคคลทุกประเภทไม่ต้องเสียเวลาคำนวณเอง💚
อยากต่อพ.ร.บ.รถยนต์ไม่มีเล่มได้ไหม? ในกรณีที่เล่มทะเบียนรถไม่อยู่กับเรา เช่น รถยนต์ยังผ่อนไม่หมด, รถติดไฟแนนซ์หรือเล่มทะเบียนอาจสูญหายจากสาเหตุอื่นๆ เช่น หาเล่มทะเบียนรถไม่เจอเพราะถูกน้ำท่วมเสียหาย หากมีสำเนาเล่มทะเบียนรถสามารถใช้ข้อมูลจากในสำเนาแทนได้ค่ะหรือหากไม่มีสำเนาก็สามารถซื้อพ.ร.บ.รถยนต์ออนไลน์ได้ ถ้ารู้ข้อมูลรายละเอียดรถ และสามารถนำรถไปต่อภาษีได้เลยค่ะ โดยมีวิธีดังนี้
กรณีรถอยู่ระหว่างการผ่อนหรือติดไฟแนนซ์ : หากรถของคุณยังผ่อนไม่หมดหรือยังติดไฟแนนซ์อยู่ การต่อพ.ร.บ.รถยนต์ไม่มีเล่มไม่มีสำเนาจะไม่สามารถทำได้ แนะนำให้เข้าไปติดต่อสถาบันการเงินที่คุณผ่อนชำระรถยนต์ก่อน เพื่อขอสำเนาเล่มทะเบียนรถมา จึงจะดำเนินการต่อพ.ร.บ.ได้ค่ะ ถ้าได้ใบพ.ร.บ.มาแล้วก็นำไปต่อภาษีรถได้เลยค่ะ
สำหรับกรณีที่ไม่มีทั้งเล่มทะเบียนและไม่มีสำเนาทะเบียนรถ หลายคนอาจกังวลว่าต่อพ.ร.บ.รถยนต์ไม่มีเล่มยังต่อภาษีได้ไหม? แล้วต้องทำอย่างไร? ตอบให้สบายใจเลยนะคะว่า สามารถต่อพ.ร.บ.รถยนต์แล้วไปต่อภาษีได้เช่นกันค่ะ ไม่ว่าสาเหตุเกิดจากสูญหายหรือถูกขโมย ให้ดำเนินการดังนี้
กรณีเล่มทะเบียนสูญหายหรือถูกขโมยไปและไม่มีสำเนาเก็บเอาไว้ : การต่อพ.ร.บ.รถยนต์ไม่มีเล่ม ไม่มีสำเนาให้ไปแจ้งความที่สถานีตำรวจก่อนเพื่อลงบันทึกประจำวันและขอใบแจ้งความมา จากนั้นให้นำใบแจ้งความไปติดต่อขอคัดสำเนาเล่มทะเบียนใหม่ที่กรมการขนส่งทางบกได้เลยค่ะ โดยขั้นตอนการยื่นคำร้องที่กรมขนส่งทางบก มีดังนี้ค่ะ
เมื่อเจ้าหน้าที่ดำเนินการเรื่องเอกสารให้เรียบร้อยแล้วจะได้เล่มทะเบียนรถใหม่ เมื่อได้เล่มมาก็สามารถนำไปต่อพ.ร.บ.และนำไปต่อภาษีรถยนต์ได้ค่ะ หากใครต้องการใช้ชีวิตง่ายขึ้น ตามไปดูวิธีต่อภาษีออนไลน์กันค่ะ จะได้ดำเนินการต่อได้สะดวกจากที่ไหนก็ได้ สะดวกและประหยัดเวลามากเลยค่ะ ข้อสำคัญก็คือ การต่อ.พ.ร.บ.ออนไลน์แล้วนำไปต่อภาษีออนไลน์ไม่ต้องใช้เล่มเลยค่ะ เพียงแค่มีรายละเอียดข้อมูลของรถก็สามารถต่อแบบออนไลน์ได้เลย อย่างไรก็ตามหากเล่มทะเบียนสูญหายแนะนำแจ้งความแล้วทำเล่มใหม่เอาไว้ด้วยค่ะ
ต่อพ.ร.บ.รถยนต์ไม่มีเล่มสามารถแก้ไขได้ง่าย แต่ถ้าซื้อ-ขายรถไม่มีเล่มทะเบียนจะมีความเสี่ยงสูง ไม่สามารถนำรถออกมาใช้งานได้และไม่สามารถทำประกันรถยนต์ได้อีกด้วย ทางที่ดีเลือกซื้อรถที่ถูกต้อง มีเล่มทะเบียนครบ จะได้ใช้รถอย่างปลอดภัย สบายใจว่าต่อพ.ร.บ.หรือภาษีหรือประกันรถยนต์ได้ชัวร์ หากเลือกซื้อรถที่มีเล่มเรียบร้อย แล้วต้องการเพิ่มความปลอดภัยให้ชีวิต แนะนำต่อพ.ร.บ.รถยนต์ออนไลน์กับ insurverse ได้เลยค่ะ สะดวก, ง่ายและรวดเร็ว ต่อเสร็จปุ๊ปนำไปต่อภาษีรถยนต์ออนไลน์ได้ทันทีค่ะ!
เมื่อพูดถึงการต่อพ.ร.บ.รถยนต์ไม่มีเล่ม หลายคนมักมีคำถามมากมายเกิดขึ้น insurverse จึงได้รวบรวมคำถามต่างๆ เกี่ยวกับรถยนต์ไม่มีเล่มมาฝากค่ะ
แม้ว่าการต่อพ.ร.บ.รถยนต์ไม่มีเล่มไม่มีสำเนาจะทำได้ แต่การไม่มีแผ่นป้ายทะเบียนรถถือว่าเป็นสิ่งผิดกฎหมาย หากไม่มีป้ายทะเบียนรถจะไม่สามารถนำรถมาใช้บนท้องถนนได้ หากฝ่าฝืนอาจโดนโทษปรับค่ะ ดังนั้นถ้าต้องการให้รถทำพ.ร.บ.ได้และหลีกเลี่ยงโทษปรับต่างๆ ในอนาคต ให้ดำเนินการขั้นตอนต่างๆ ก่อนตามนี้ค่ะรถซื้อใหม่ที่ยังไม่ได้จดทะเบียน : รถใหม่จะไม่มีป้ายทะเบียนรถแต่สามารถทำ พ.ร.บ. ได้ โดยใช้หมายเลขตัวถังแทนเลขทะเบียนหากไม่มีป้ายทะเบียนรถเพราะสูญหาย : หลีกเลี่ยงการทำป้ายขึ้นมาใช้เองเพราะผิดกฎหมาย ให้ทำเรื่องขอทำป้ายทะเบียนใหม่ที่กรมขนส่งได้เลยโดยไม่จำเป็นต้องไปแจ้งความ เมื่อได้แผ่นป้ายทะเบียนรถมาแล้วก็จะสามารถทำ พ.ร.บ.ได้เลยค่ะรถไม่มีป้ายทะเบียนเพราะถูกอายัด : ให้ดำเนินการยื่นถอนอายัดก่อนที่กรมขนส่งค่ะ เมื่อแก้ไขแล้วจึงจะสามารถทำ พ.ร.บ.ได้
ถ้าไม่ใช่เจ้าของรถสามารถต่อ พ.ร.บ.รถได้ไหม? ตอบให้สบายใจเลยว่าสามารถต่อได้แน่นอน โดยมอบอำนาจให้คนที่ไว้ใจทำแทน โดยดำเนินการตามขั้นตอนดังนี้ระบุรายละเอียดในใบมอบอำนาจ เขียนชื่อและข้อมูลคนที่จะรับมอบอำนาจไปดำเนินการต่อพ.ร.บ.แทนเซ็นสำเนาบัตรประชาชนของเจ้าของรถและให้ผู้รับมอบอำนาจเตรียมสำเนาบัตรประชาชนไปด้วย เตรียมเอกสารสำเนาเล่มทะเบียนรถพร้อมลายเซ็นเจ้าของรถเพียงเท่านี้ก็มอบอำนาจให้คนที่ไว้ใจไปต่อพ.ร.บ.รถยนต์ไม่มีเล่มแทนได้แล้วค่ะ
หากมีปัญหาต่อพ.ร.บ.รถยนต์ไม่มีเล่ม อยากทำเล่มใหม่ทำได้ไหม? ให้ดำเนินการแจ้งรถยนต์ไม่มีเล่มที่กรมการขนส่งทางบกค่ะ ซึ่งจะมีขั้นตอนในการต่อทะเบียนรถไม่มีเล่มดังนี้ แจ้งความที่สถานีตำรวจเพื่อลงบันทึกประจำวันว่าเล่มทะเบียนสูญหาย เพื่อรับเอกสารใบแจ้งความสำหรับนำไปต่อทะเบียนรถไม่มีเล่มนำใบแจ้งความไปยื่นคำร้องขอทำเล่มทะเบียนรถใหม่ที่กรมการขนส่งทางบก เตรียมเอกสารประกอบที่จำเป็นต้องใช้ เช่น บัตรประชาชนหรือสำเนาทะเบียนบ้าน ชำระค่าธรรมเนียมการทำเล่มใหม่ที่แผนกทะเบียนกรมขนส่ง ซึ่งเล่มใหม่ที่ได้จะมีตราประทับที่เล่มด้วยว่าออกแทนเล่มที่สูญหาย แค่นี้ก็ได้เล่มใหม่มาค่ะ จบปัญหาต่อพ.ร.บ.รถยนต์ไม่มีเล่ม ไม่มีสำเนาได้แล้ว
การซื้อ-ขายรถยนต์ไม่มีเล่มทะเบียน ต้องระวังรถถูกอายัดหรือติดไฟแนนซ์อยู่ เพราะการซื้อขายรถยนต์ไม่มีเล่มแบบนี้อาจจะถูกยึดคืนวันไหนก็ได้ หากต้องการซื้อ-ขายรถไม่มีเล่มทะเบียนแบบนี้ ต้องติดต่อกับไฟแนนซ์โดยตรง เพื่อดำเนินการซื้อขายรถอย่างถูกต้อง ส่วนรถยนต์ไม่มีเล่มที่ไม่ควรซื้อก็คือ รถที่ถูกขโมยมาหรือรถที่ใช้ก่ออาชญากรรม นอกจากจะไม่สามารถต่อพ.ร.บ.รถยนต์ไม่มีเล่มไม่มีสำเนาได้แล้ว ยังเสี่ยงรับซื้อของโจรอีก หากไม่อยากให้ชีวิตมีปัญหาแนะนำเลือกซื้อรถที่มีเล่มทะเบียนถูกต้อง จะได้ซื้อ-ขายรถไม่มีเล่มทะเบียนแบบมั่นใจ! ไม่ต้องกังวลว่าจะถูกดำเนินคดีในภายหลังค่ะ!
check_circleคัดลอกลิงก์เรียบร้อย
สำหรับผู้ที่ใช้งานรถกระบะเพื่อการค้า การเกษตร หรือการขนส่งสินค้าในชีวิตประจำวัน หากเปิดดูสมุดคู่มือจดทะเบียนรถจะพบรหัสระบุประเภทรถว่า รย.3 ซึ่งถือเป็นหนึ่งในประเภทยานพาหนะที่มีการใช้งานแพร่หลายมากที่สุดในประเทศไทย แต่หลายคนอาจยังไม่ทราบว่า รย.3 คือ รถประเภทไหน มีเงื่อนไขการเสียภาษี การทำ พ.ร.บ. และการเลือกประกันภัยที่แตกต่างจากรถยนต์นั่งส่วนบุคคลอย่างไรบ้าง บทความนี้มีคำตอบครบถ้วน รย.3 คืออะไร ตามกฎหมายของกรมการขนส่งทางบก? รย.3 คือ รหัสประเภทรถที่กรมการขนส่งทางบกกำหนดไว้ใน พ.ร.บ. รถยนต์ พ.ศ. 2522 หมายถึง “รถยนต์บรรทุกส่วนบุคคล” ซึ่งหมายถึง รถยนต์ที่สร้างขึ้นหรือดัดแปลงเพื่อใช้ในการบรรทุกสิ่งของหรือสัตว์ โดยมีน้ำหนักรถรวมน้ำหนักบรรทุกไม่เกินที่กฎหมายกำหนด และใช้งานเพื่อกิจการส่วนตัวหรือในธุรกิจส่วนบุคคล มิได้นำไปใช้รับจ้างขนส่งเป็นประจำเหมือนรถบรรทุกตามกฎหมายการขนส่งทางบก เช็กลักษณะรถ รย.3 แตกต่างจากรถ รย.1 อย่างไร? ความแตกต่างสำคัญระหว่างรถ รย.3 และ รย.1 ที่ผู้ใช้รถมักเปรียบเทียบกัน ได้แก่: ป้ายทะเบียน รย.3 สีอะไร มีความหมายว่าอย่างไร? รถประเภท รย.3 จะใช้ ป้ายทะเบียนพื้นสีขาว สะท้อนแสง ตัวอักษรและตัวเลขเป็นสีเขียว (หรือที่หลายคนเรียกติดปากว่า “ป้ายขาวอักษรเขียว”)… Continue reading รย.3 คือรถอะไร รู้จักรถยนต์บรรทุกส่วนบุคคล ป้ายขาวอักษรเขียว ภาษี และ พ.ร.บ.
หากคุณเปิดดูเล่มทะเบียนรถ (สมุดคู่มือจดทะเบียนเล่มสีฟ้า) ตรงหน้ารายการจดทะเบียน ในช่อง “ประเภท” มักจะปรากฏข้อความระบุว่า รย.1 หลายคนอาจสงสัยว่ารหัสนี้ย่อมาจากอะไร มีความหมายอย่างไรต่อการเสียภาษีประจำปี และเกี่ยวข้องกับการเลือกซื้อประกันภัยหรือ พ.ร.บ. อย่างไรบ้าง บทความนี้ได้รวบรวมทุกข้อมูลเกี่ยวกับรถประเภท รย.1 มาสรุปให้เข้าใจง่ายในที่เดียว รย.1 คืออะไร ในสมุดคู่มือจดทะเบียนรถ? รย.1 คือ รหัสประเภทรถที่กรมการขนส่งทางบกกำหนดไว้ตามพระราชบัญญัติรถยนต์ พ.ศ. 2522 หมายถึง “รถยนต์นั่งส่วนบุคคลไม่เกิน 7 คน” ซึ่งเป็นกลุ่มรถยนต์ส่วนบุคคลที่ได้รับความนิยมมากที่สุดบนท้องถนนในประเทศไทย ใช้สำหรับโดยสารส่วนตัวหรือภายในครอบครัว และไม่ได้นำไปใช้รับจ้างในเชิงพาณิชย์ ลักษณะของรถที่จัดอยู่ในกลุ่ม รย.1 มีรถรุ่นใดบ้าง? ยานพาหนะที่จัดอยู่ในกลุ่ม รย.1 มีหลากหลายรูปแบบ ขอเพียงมีจำนวนที่นั่งผู้โดยสารตามมาตรฐานไม่เกิน 7 ที่นั่ง ได้แก่: ป้ายทะเบียนของรถ รย.1 มีลักษณะอย่างไร? จุดสังเกตที่ชัดเจนที่สุดของรถยนต์ประเภท รย.1 จากภายนอก คือ ป้ายทะเบียนพื้นสีขาว สะท้อนแสง ตัวอักษรและตัวเลขเป็นสีดำ (กรณีที่เป็นป้ายประมูลอาจมีลวดลายกราฟิกประจำจังหวัด แต่ตัวอักษรและตัวเลขจะยังคงเป็นสีดำเช่นเดียวกัน) วิธีคำนวณภาษีรถยนต์ประจำปีสำหรับรถประเภท รย.1 การต่อภาษีรถยนต์ประจำปีของรถประเภท… Continue reading รย.1 คือรถอะไร เช็กข้อมูลรถยนต์นั่งส่วนบุคคลไม่เกิน 7 คน เล่มทะเบียน และ พ.ร.บ.
ในยุคที่อาชีพไรเดอร์รับส่งผู้โดยสารผ่านแอปพลิเคชันกำลังเติบโตอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็น Grab, LINE MAN หรือแพลตฟอร์มอื่น ๆ คำถามสำคัญที่คนขับมอเตอร์ไซค์หลายคนสงสัยคือ รย.17 คือ รถประเภทไหน และทำไมกรมการขนส่งทางบกจึงกำหนดให้ไรเดอร์ต้องนำรถไปจดทะเบียนเปลี่ยนประเภทรถ บทความนี้จะพาไปเจาะลึกทุกรายละเอียด ตั้งแต่ความหมาย เงื่อนไข กฎหมาย ไปจนถึงการเตรียมความพร้อมด้านประกันภัย เพื่อให้คุณสามารถวิ่งรับงานได้อย่างถูกต้อง สบายใจ และปลอดภัยสูงสุด รย.17 คืออะไร ตามคำนิยามของกรมการขนส่งทางบก รย.17 คือ รหัสประเภทรถที่กรมการขนส่งทางบกใช้ระบุสำหรับ “รถจักรยานยนต์สาธารณะที่ให้บริการผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์” หรือที่เข้าใจง่าย ๆ คือ รถมอเตอร์ไซค์ส่วนบุคคลที่นำมาให้บริการรับ-ส่งผู้โดยสารผ่านแอปพลิเคชันที่ได้รับการรับรองจากกรมการขนส่งทางบกอย่างถูกต้องตามกฎหมาย เดิมทีรถมอเตอร์ไซค์รับจ้างทั่วไปจะเป็นรถจักรยานยนต์สาธารณะแบบดั้งเดิม (วินมอเตอร์ไซค์ ป้ายเหลือง) แต่เมื่อเทคโนโลยีพัฒนาขึ้นและมีผู้ให้บริการผ่านแอปพลิเคชัน กรมการขนส่งทางบกจึงได้ออกกฎกระทรวงรองรับ เพื่อให้ประชาชนสามารถนำรถจักรยานยนต์ส่วนบุคคลมาขึ้นทะเบียนให้บริการได้อย่างถูกกฎหมาย โดยกำหนดให้อยู่ในหมวด รย.17 นั่นเอง ความแตกต่างระหว่าง รย.12, รย.17 และ รย.18 มีอะไรบ้าง? หลายคนมักสับสนระหว่างรหัสประเภทรถที่มีตัวเลขใกล้เคียงกัน ซึ่งมีความแตกต่างกันอย่างชัดเจนตามกฎหมาย ดังนี้: เงื่อนไขและคุณสมบัติของรถมอเตอร์ไซค์ที่จะจดทะเบียน รย.17 หากต้องการเปลี่ยนประเภทรถเป็น รย.17 รถและผู้ขับขี่ต้องมีคุณสมบัติครบถ้วนตามเกณฑ์ที่กำหนด: ขั้นตอนการดำเนินการจดทะเบียน… Continue reading รย.17 คือรถอะไร สรุปคู่มือจดทะเบียนรถจักรยานยนต์รับจ้างผ่านแอปให้ถูกกฎหมาย