อย่างที่ทราบกันดีว่ากฎหมายไทยกำหนดให้รถทุกคันที่ใช้ขับขี่บนท้องถนนต้องทำ พ.ร.บ. คุ้มครองในกรณีที่เกิดอุบัติเหตุ เป็นลักษณะของประกันอุบัติเหตุภาคบังคับที่รถทุกคันต้องมี ไม่เว้นแม้แต่รถจักรยานยนต์ หากไม่มีการต่อ พ.ร.บ.ถือว่ามีโทษตามกฎหมายปรับสูงสุดไม่เกิน 10,000 บาท และต้องเสียค่าปรับย้อนหลังเดือนละ 1% ทุกเดือน อีกทั้งหากปล่อยให้พ.ร.บ ขาดเกิน 2 ปี มีสิทธิ์ที่จะถูกระงับทะเบียนรถได้เลย
วันนี้เราจึงอยากจะชวนทุกคนที่ใช้รถจักรยานยนต์ไปเช็กและต่อ พ.ร.บ.กัน พร้อมกับอัปเดตอัตราค่าธรรมเนียมต่อ พ.ร.บ.รถจักรยานยนต์ราคาเท่าไหร่ จะไปซื้อหรือต่อที่ไหน หากขาดต่อมาเกิน 1 ปีแล้วต้องทำอย่างไร ตามไปหาคำตอบพร้อมกันได้เลย
การต่อ พ.ร.บ. รถจักรยานยนต์มีค่าธรรมเนียมซึ่งราคาก็จะไม่เท่ากันขึ้นอยู่กับชนิดและประเภทของรถ ส่วนสถานที่ในการซื้อ พ.ร.บ. รถจักรยานยนต์นั้นสามารถทำได้หลายที่ขึ้นอยู่กับความสะดวก เช่น กรมการขนส่งทางบกทั่วประเทศ เคาน์เตอร์เซอร์วิส ไปรษณีย์ไทย ตัวแทนหรือโบรกเกอร์ประกันภัย ซึ่งก็มีทั้งแบบ walk-in และทางออนไลน์ สะดวกสบายมาก ๆ ส่วนความคุ้มครองที่จะได้รับจาก พ.ร.บ. รถ ก็จะเป็นเงินชดเชยกรณีบาดเจ็บ พิการ หรือสูญเสียชีวิตจากอุบัติเหตุ รวมไปถึงค่าสินไหมทดแทนเมื่อต้องเข้ารักษาในสถานพยาบาล
ค่าธรรมเนียมในการต่อ พ.ร.บ.รถจักรยานยนต์ ราคาจะแตกต่างกันไปตามแต่ละชนิดและประเภทของรถ ซึ่งสามารถแบ่งออกเป็น 4 กลุ่ม ดังนี้
หาก พ.ร.บ. รถจักรยานยนต์หมดอายุแล้วขาดต่อมาเกิน 1 ปี จะต้องเสียค่าปรับภาษีรถจักรยานยนต์ย้อนหลังเดือนละ 1% ในทุก ๆ เดือน ซึ่งตามปกติแล้วเราจะต้องต่อ พ.ร.บ. พร้อมกับเสียภาษีอยู่แล้ว โดยภาษีรถจักรยานยนต์ส่วนบุคคลทุกรุ่นทุกประเภท คันละ 100 บาท ก็คือเสียค่าปรับเดือนละ 1 บาท โดยใน 1 เดือนแรกหรือ 30 วันหลัง พ.ร.บ. หมดอายุจะยังไม่เสียค่าปรับ ดังนั้นหากปล่อยให้ พ.ร.บ.ขาดนาน เมื่อต้องการต่อ พ.ร.บ.รถจักรยานยนต์ราคาค่าปรับก็จะทบมากขึ้นตามจำนวนเดือน หาก พ.ร.บ. หมดอายุหรือขาดต่อมากเกินกว่า 2 ปีขึ้นไป ทะเบียนรถจักรยานยนต์จะถูกระงับ จำเป็นจะต้องไปยื่นขอจดทะเบียนรถใหม่อีกรอบก่อนที่จะไปยื่นขอต่อ พ.ร.บ.
ทั้งหมดนี้ก็เป็นข้อมูลอัปเดตปี 2567 เกี่ยวกับ พ.ร.บ.รถจักรยานยนต์ราคาและค่าปรับกรณีที่ขาดต่อพ.ร.บ. ถ้าไม่อยากถูกปรับรีบเช็ก หากใกล้หมดอายุต้องรีบไปดำเนินการโดยด่วน เพื่อความคุ้มครองและสิทธิประโยชน์ที่คุณเองพึงจะได้รับ โดยสามารถเลือกซื้อ พ.ร.บ. และประกันรถยนต์กับ insurverse ได้เลยตอนนี้ เช็กเบี้ย พ.ร.บ. ได้ที่นี่!
check_circleคัดลอกลิงก์เรียบร้อย
สำหรับผู้ที่ใช้งานรถกระบะเพื่อการค้า การเกษตร หรือการขนส่งสินค้าในชีวิตประจำวัน หากเปิดดูสมุดคู่มือจดทะเบียนรถจะพบรหัสระบุประเภทรถว่า รย.3 ซึ่งถือเป็นหนึ่งในประเภทยานพาหนะที่มีการใช้งานแพร่หลายมากที่สุดในประเทศไทย แต่หลายคนอาจยังไม่ทราบว่า รย.3 คือ รถประเภทไหน มีเงื่อนไขการเสียภาษี การทำ พ.ร.บ. และการเลือกประกันภัยที่แตกต่างจากรถยนต์นั่งส่วนบุคคลอย่างไรบ้าง บทความนี้มีคำตอบครบถ้วน รย.3 คืออะไร ตามกฎหมายของกรมการขนส่งทางบก? รย.3 คือ รหัสประเภทรถที่กรมการขนส่งทางบกกำหนดไว้ใน พ.ร.บ. รถยนต์ พ.ศ. 2522 หมายถึง “รถยนต์บรรทุกส่วนบุคคล” ซึ่งหมายถึง รถยนต์ที่สร้างขึ้นหรือดัดแปลงเพื่อใช้ในการบรรทุกสิ่งของหรือสัตว์ โดยมีน้ำหนักรถรวมน้ำหนักบรรทุกไม่เกินที่กฎหมายกำหนด และใช้งานเพื่อกิจการส่วนตัวหรือในธุรกิจส่วนบุคคล มิได้นำไปใช้รับจ้างขนส่งเป็นประจำเหมือนรถบรรทุกตามกฎหมายการขนส่งทางบก เช็กลักษณะรถ รย.3 แตกต่างจากรถ รย.1 อย่างไร? ความแตกต่างสำคัญระหว่างรถ รย.3 และ รย.1 ที่ผู้ใช้รถมักเปรียบเทียบกัน ได้แก่: ป้ายทะเบียน รย.3 สีอะไร มีความหมายว่าอย่างไร? รถประเภท รย.3 จะใช้ ป้ายทะเบียนพื้นสีขาว สะท้อนแสง ตัวอักษรและตัวเลขเป็นสีเขียว (หรือที่หลายคนเรียกติดปากว่า “ป้ายขาวอักษรเขียว”)… Continue reading รย.3 คือรถอะไร รู้จักรถยนต์บรรทุกส่วนบุคคล ป้ายขาวอักษรเขียว ภาษี และ พ.ร.บ.
หากคุณเปิดดูเล่มทะเบียนรถ (สมุดคู่มือจดทะเบียนเล่มสีฟ้า) ตรงหน้ารายการจดทะเบียน ในช่อง “ประเภท” มักจะปรากฏข้อความระบุว่า รย.1 หลายคนอาจสงสัยว่ารหัสนี้ย่อมาจากอะไร มีความหมายอย่างไรต่อการเสียภาษีประจำปี และเกี่ยวข้องกับการเลือกซื้อประกันภัยหรือ พ.ร.บ. อย่างไรบ้าง บทความนี้ได้รวบรวมทุกข้อมูลเกี่ยวกับรถประเภท รย.1 มาสรุปให้เข้าใจง่ายในที่เดียว รย.1 คืออะไร ในสมุดคู่มือจดทะเบียนรถ? รย.1 คือ รหัสประเภทรถที่กรมการขนส่งทางบกกำหนดไว้ตามพระราชบัญญัติรถยนต์ พ.ศ. 2522 หมายถึง “รถยนต์นั่งส่วนบุคคลไม่เกิน 7 คน” ซึ่งเป็นกลุ่มรถยนต์ส่วนบุคคลที่ได้รับความนิยมมากที่สุดบนท้องถนนในประเทศไทย ใช้สำหรับโดยสารส่วนตัวหรือภายในครอบครัว และไม่ได้นำไปใช้รับจ้างในเชิงพาณิชย์ ลักษณะของรถที่จัดอยู่ในกลุ่ม รย.1 มีรถรุ่นใดบ้าง? ยานพาหนะที่จัดอยู่ในกลุ่ม รย.1 มีหลากหลายรูปแบบ ขอเพียงมีจำนวนที่นั่งผู้โดยสารตามมาตรฐานไม่เกิน 7 ที่นั่ง ได้แก่: ป้ายทะเบียนของรถ รย.1 มีลักษณะอย่างไร? จุดสังเกตที่ชัดเจนที่สุดของรถยนต์ประเภท รย.1 จากภายนอก คือ ป้ายทะเบียนพื้นสีขาว สะท้อนแสง ตัวอักษรและตัวเลขเป็นสีดำ (กรณีที่เป็นป้ายประมูลอาจมีลวดลายกราฟิกประจำจังหวัด แต่ตัวอักษรและตัวเลขจะยังคงเป็นสีดำเช่นเดียวกัน) วิธีคำนวณภาษีรถยนต์ประจำปีสำหรับรถประเภท รย.1 การต่อภาษีรถยนต์ประจำปีของรถประเภท… Continue reading รย.1 คือรถอะไร เช็กข้อมูลรถยนต์นั่งส่วนบุคคลไม่เกิน 7 คน เล่มทะเบียน และ พ.ร.บ.
ในยุคที่อาชีพไรเดอร์รับส่งผู้โดยสารผ่านแอปพลิเคชันกำลังเติบโตอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็น Grab, LINE MAN หรือแพลตฟอร์มอื่น ๆ คำถามสำคัญที่คนขับมอเตอร์ไซค์หลายคนสงสัยคือ รย.17 คือ รถประเภทไหน และทำไมกรมการขนส่งทางบกจึงกำหนดให้ไรเดอร์ต้องนำรถไปจดทะเบียนเปลี่ยนประเภทรถ บทความนี้จะพาไปเจาะลึกทุกรายละเอียด ตั้งแต่ความหมาย เงื่อนไข กฎหมาย ไปจนถึงการเตรียมความพร้อมด้านประกันภัย เพื่อให้คุณสามารถวิ่งรับงานได้อย่างถูกต้อง สบายใจ และปลอดภัยสูงสุด รย.17 คืออะไร ตามคำนิยามของกรมการขนส่งทางบก รย.17 คือ รหัสประเภทรถที่กรมการขนส่งทางบกใช้ระบุสำหรับ “รถจักรยานยนต์สาธารณะที่ให้บริการผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์” หรือที่เข้าใจง่าย ๆ คือ รถมอเตอร์ไซค์ส่วนบุคคลที่นำมาให้บริการรับ-ส่งผู้โดยสารผ่านแอปพลิเคชันที่ได้รับการรับรองจากกรมการขนส่งทางบกอย่างถูกต้องตามกฎหมาย เดิมทีรถมอเตอร์ไซค์รับจ้างทั่วไปจะเป็นรถจักรยานยนต์สาธารณะแบบดั้งเดิม (วินมอเตอร์ไซค์ ป้ายเหลือง) แต่เมื่อเทคโนโลยีพัฒนาขึ้นและมีผู้ให้บริการผ่านแอปพลิเคชัน กรมการขนส่งทางบกจึงได้ออกกฎกระทรวงรองรับ เพื่อให้ประชาชนสามารถนำรถจักรยานยนต์ส่วนบุคคลมาขึ้นทะเบียนให้บริการได้อย่างถูกกฎหมาย โดยกำหนดให้อยู่ในหมวด รย.17 นั่นเอง ความแตกต่างระหว่าง รย.12, รย.17 และ รย.18 มีอะไรบ้าง? หลายคนมักสับสนระหว่างรหัสประเภทรถที่มีตัวเลขใกล้เคียงกัน ซึ่งมีความแตกต่างกันอย่างชัดเจนตามกฎหมาย ดังนี้: เงื่อนไขและคุณสมบัติของรถมอเตอร์ไซค์ที่จะจดทะเบียน รย.17 หากต้องการเปลี่ยนประเภทรถเป็น รย.17 รถและผู้ขับขี่ต้องมีคุณสมบัติครบถ้วนตามเกณฑ์ที่กำหนด: ขั้นตอนการดำเนินการจดทะเบียน… Continue reading รย.17 คือรถอะไร สรุปคู่มือจดทะเบียนรถจักรยานยนต์รับจ้างผ่านแอปให้ถูกกฎหมาย