ขึ้นชื่อว่าเหตุไม่คาดฝัน มันก็มักจะเกิดกับเราไม่เลือกเวลา ไม่เลือกสถานที่หรอก ใครจะไปคิดว่าเดินข้างถนนอยู่ดีๆ อาจจะเจอรถพุ่งมาชนได้ เหตุการณ์อะไรแบบนี้มันเกิดขึ้นได้แม้เราจะระมัดระวังตัวแค่ไหนก็ตาม ใครที่กังวลใจว่าวันดีคืนดีมันอาจจะเกิดขึ้นกับตัวเราและสงสัยว่าเราจะเรียกร้องอะไรจากรถที่มาพุ่งชนเราได้บ้าง หากเราต้องเจ็บเนื้อเจ็บตัว นอนรักษาตัวในโรงพยาบาลและเราจะได้รับเงินก้อนชดเชยจากพ.ร.บ.รถยนต์จากรถพุ่งชนเราหรือไม่ วันนี้เรามีคำตอบมาฝากกัน
สำหรับใครที่ยังไม่รู้ว่าพ.ร.บ.รถหรือพ.ร.บ.คุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ คุ้มครองอะไรบ้าง เห็นใครๆ เขาก็ทำกัน วันนี้เราจะมาดูกันว่าสิ่งนี้คุ้มครองอะไรได้บ้าง
จริงๆ แล้วพ.ร.บ.รถยนต์คือประกันรถยนต์ภาคบังคับที่รถทุกคันต้องทำเพื่อเป็นหลักประกันในการมอบความคุ้มครองให้กับผู้ที่ได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต, สูญเสียอวัยวะหรือทุพพลภาพ หากเกิดเหตุไม่คาดฝันบนท้องถนน ซึ่งความคุ้มครองที่ว่านี้จะคุ้มครองผู้ขับขี่ (เจ้าของรถที่ทำพ.ร.บ.), ผู้โดยสารร่วมรวมไปถึงบุคคลอื่นๆ ที่ประสบภัยอุบัติเหตุ โดยวงเงินที่ได้รับความคุ้มครอง ประกอบไปด้วย ค่ารักษาพยาบาล, ค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับการจัดงานศพ, ค่าทดแทนกรณีทุพพลภาพถาวรหรือสูญเสียอวัยวะและยังรวมไปถึงค่าชดเชยรายวันที่จะได้ในช่วงที่รักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาล
จากความคุ้มครองดังกล่าว จะเห็นได้ว่าพ.ร.บ.รถยนต์ออนไลน์ให้ความคุ้มครองบุคคลที่เป็นผู้ประสบภัยจากอุบัติเหตุทางรถยนต์ ดังนั้นการที่คุณเดินอยู่ริมถนนแล้วมีรถพุ่งมาชน การที่รถพุ่งมาชนนั้นเข้าข่ายอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นจากรถยนต์ ผู้ที่ขับขี่จะได้รับเงินชดเชยจากพ.ร.บ.รถออนไลน์ที่ทำไว้ ทำให้คุณจะได้รับเงินชดเชยก้อนใหญ่จากรถยนต์คันนั้น
ซึ่งเงินชดเชยที่ได้ก็คือเงินที่พ.ร.บ.รถจะจ่ายให้ในส่วนของค่ารักษาพยาบาลจากกรณีรถพุ่งมาชน, ค่าทดแทนกรณีทุพพลภาพถาวรหรือเสียชีวิตและยังได้รับเงินชดเชยรายวันในกรณีรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลและถ้าหากรถยนต์คันนั้นมีประกันรถยนต์ภาคสมัครใจที่ทำไว้ คุณก็จะได้รับเงินชดเชยจากประกันนั้นอีกด้วยเช่นกัน ซึ่งก็อยู่ที่ว่ารถที่เป็นคู่กรณีของคุณจะซื้อประกันเพิ่มเติมเอาไว้หรือไม่
ดังนั้นหากเกิดเหตุรถพุ่งมาชนระหว่างที่คุณเดินริมถนน ก็สบายใจได้เลยว่าอย่างน้อยคุณจะได้รับเงินชดเชยจากพ.ร.บ.รถยนต์อย่างแน่นอน
อุบัติเหตุเป็นสิ่งที่ไม่มีใครอยากให้เกิด โดยเฉพาะกับเหตุการณ์ที่รถพุ่งมาชน แต่ถ้าหากเกิดขึ้นก็มั่นใจได้ว่า พ.ร.บ.รถยนต์ออนไลน์ของ insurverse จะดูแลความเสียหายที่เกิดขึ้นนั้นให้ รถคันไหนที่ยังไม่ซื้อประกันพ.ร.บ.รถยนต์หรือยังไม่ต่อพ.ร.บ.รถยนต์ รีบมาทำกับ insurverse ด่วนๆ เลยก่อนที่จะเกิดเหตุไม่คาดฝันทั้งจากรถยนต์ของคุณและบุคคลอื่นที่ใช้ท้องถนนร่วมกัน หลังจากนี้ไม่ว่าคุณจะเดินทางไปไหนก็จะได้เกิดความอุ่นใจ ปลอดภัยมากกว่าเดิม แถมยังไม่ต้องกลัวว่าจะถูกปรับอีกด้วย เพราะการที่รถยนต์ไม่มีพ.ร.บ.รถยนต์ 2567 เนี่ยมันผิดกฎหมายนะ มาซื้อพ.ร.บ.รถยนต์ราคาถูกกับ insurverse เอาไว้ สบายใจไปหลายสเต็ปแน่นอน ที่สำคัญพ.ร.บ.รถยนต์ราคาดีๆ มีที่ insurverse เท่านั้น เพราะเริ่มต้นแค่หลักร้อยแต่ได้รับความคุ้มครองและเงินชดเชยแบบเน้นๆ ก่อนเดินทางครั้งต่อไปขอให้มั่นใจว่ามีพ.ร.บ.รถเก๋งนะ จะได้ปลอดภัยยิ่งขึ้น!
check_circleคัดลอกลิงก์เรียบร้อย
การต่อภาษีรถยนต์ประจำปี ถือเป็นหน้าที่ตามกฎหมายของผู้ครอบครองรถยนต์และรถจักรยานยนต์ทุกคน แต่ด้วยภารกิจที่รัดตัว หลายคนอาจเผลอลืมวันหมดอายุจนทำให้ภาษีรถยนต์ขาด และเกิดความกังวลว่า ค่าปรับภาษีรถยนต์ คิดอย่างไร? ขาดกี่วันจึงจะเริ่มโดนปรับ? และหากขาดต่อภาษีเกิน 1 ปีหรือ 3 ปีจะมีผลเสียอย่างไรบ้าง บทความนี้จะพาคุณไปเจาะลึกอัตราค่าปรับตามกฎหมายของกรมการขนส่งทางบก วิธีคำนวณค่าปรับแบบเข้าใจง่าย เอกสารที่ต้องใช้ และขั้นตอนการต่อภาษีรถยนต์ย้อนหลังพร้อมต่อ พ.ร.บ. รถยนต์ออนไลน์ เพื่อให้รถของคุณกลับมาถูกต้องตามกฎหมายและขับขี่ได้อย่างสบายใจ 100% ค่าปรับภาษีรถยนต์ คิดอย่างไร? สรุปอัตราค่าปรับตามกฎหมายกรมการขนส่งทางบก ตามพระราชบัญญัติรถยนต์ พ.ศ. 2522 กรมการขนส่งทางบกได้กำหนดอัตราค่าปรับสำหรับผู้ที่ชำระภาษีรถยนต์ประจำปีล่าช้ากว่ากำหนดไว้อย่างชัดเจน อัตราค่าปรับร้อยละ 1 ต่อเดือน (เศษของเดือนคิดเป็น 1 เดือน) หากคุณไม่ได้ชำระภาษีรถยนต์ภายในเวลาที่กำหนด คุณจะต้องเสียค่าปรับในอัตรา “ร้อยละ 1 ต่อเดือน” ของยอดภาษีประจำปีที่ต้องชำระ โดยนับตั้งแต่วันที่ครบกำหนดจนถึงวันที่มาชำระเงิน และหากมีเศษของเดือนแม้เพียง 1 วัน กฎหมายจะปัดเศษนับเป็น 1 เดือนเต็มทันที ตัวอย่างการคำนวณค่าปรับภาษีรถยนต์ขาดต่อ 3 เดือน, 6 เดือน และ 1 ปี… Continue reading ค่าปรับภาษีรถยนต์ ขาดต่อคิดอย่างไร? สรุปอัตราค่าปรับ วิธีคำนวณ และขั้นตอนต่อภาษีย้อนหลัง
สำหรับเจ้าของรถจักรยานยนต์ที่ใช้งานรถคู่ใจมาหลายปี เมื่อถึงกำหนดเวลาต่อภาษีประจำปี (ต่อทะเบียนรถ) หลายคนอาจสงสัยว่า รถจักรยานยนต์ที่มีอายุครบกี่ปีต้องนำไปตรวจสภาพรถก่อนเสียภาษีประจำปี? ต้องตรวจที่ไหน? มีค่าใช้จ่ายเท่าไร? และสามารถตรวจสภาพแล้วต่อภาษีออนไลน์ได้หรือไม่ บทความนี้จะสรุปเกณฑ์กฎหมายการตรวจสภาพรถจักรยานยนต์จากกรมการขนส่งทางบก รายการตรวจเช็กมาตรฐานของสถานตรวจสภาพรถเอกชน (ตรอ.) พร้อมขั้นตอนการเตรียมเอกสารและต่อ พ.ร.บ. ออนไลน์ (ซึ่งมีขั้นตอนที่สะดวกสบายไม่แพ้การต่อ พ.ร.บ. รถยนต์ เพื่อให้คุณดำเนินการต่อภาษีรถได้อย่างสะดวกรวดเร็วและถูกต้อง 100% รถจักรยานยนต์อายุครบกี่ปี ต้องนำไปตรวจสภาพรถ (ตรอ.) ก่อนเสียภาษี? เกณฑ์กฎหมาย: รถจักรยานยนต์ที่มีอายุการใช้งานครบ 5 ปีขึ้นไป ตามกฎหมายของกรมการขนส่งทางบก รถจักรยานยนต์ที่มีอายุการใช้งานครบ 5 ปีขึ้นไป (นับตั้งแต่วันที่จดทะเบียนครั้งแรก) จะต้องนำรถเข้าตรวจสภาพ ณ สถานตรวจสภาพรถเอกชน (ตรอ.) หรือสำนักงานขนส่ง เพื่อรับใบรับรองการตรวจสภาพรถ ก่อนจึงจะสามารถชำระภาษีรถประจำปีได้ วิธีนับอายุรถจักรยานยนต์จากเล่มทะเบียนรถ (นับจากวันจดทะเบียนครั้งแรก) การนับอายุรถให้นับจาก “วันจดทะเบียนครั้งแรก” ที่ระบุในใบคู่มือจดทะเบียนรถ (เล่มเขียว) จนถึงวันสิ้นอายุภาษีประจำปีรอบปัจจุบัน เช่น จดทะเบียนวันที่ 10 กันยายน 2564 เมื่อถึงรอบต่อภาษีวันที่ 10 กันยายน 2569… Continue reading รถจักรยานยนต์ที่มีอายุครบกี่ปีต้องนำไปตรวจสภาพรถก่อนเสียภาษีประจำปี?
พ.ร.บ. รถจักรยานยนต์ หรือประกันภัยภาคบังคับตาม พ.ร.บ. คุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ คือเอกสารสำคัญที่สุดที่ผู้ครอบครองรถจักรยานยนต์ทุกคนต้องจัดทำเป็นประจำทุกปี เพื่อให้ได้รับความคุ้มครองค่ารักษาพยาบาลเมื่อเกิดอุบัติเหตุ และใช้เป็นหลักฐานจำเป็นในการต่อภาษีรถประจำปี ซึ่งมีความสำคัญและเป็นไฟลท์บังคับตามกฎหมายเช่นเดียวกับการทำ พ.ร.บ. รถยนต์ สำหรับคนที่กำลังเตรียมตัวต่อ พ.ร.บ. มอเตอร์ไซค์ และสงสัยว่า ต่อพรบรถจักรยานยนต์ ใช้อะไรบ้าง? ค่าเบี้ย พ.ร.บ. มอเตอร์ไซค์ ราคาเท่าไรตามขนาด ซีซี? และสามารถต่อ พ.ร.บ. ออนไลน์ได้ทันทีหรือไม่ บทความนี้สรุปทุกข้อมูลให้ครบถ้วนในที่เดียว เช็กลิสต์เอกสารที่ต้องใช้ในการต่อ พ.ร.บ. รถจักรยานยนต์ การต่อ พ.ร.บ. รถจักรยานยนต์ในปัจจุบันสะดวกรวดเร็วมาก โดยเฉพาะการต่อออนไลน์ ใช้เอกสารเพียงไม่กี่อย่าง 1.ใบคู่มือจดทะเบียนรถ (เล่มเขียว) หรือสำเนาหน้าทะเบียนรถ ใช้สำหรับดูข้อมูลสำคัญของรถ ได้แก่ หมายเลขทะเบียนรถ จังหวัดที่จดทะเบียน หมายเลขตัวถัง และขนาดเครื่องยนต์ (CC) 2. บัตรประจำตัวประชาชนของเจ้าของรถ ใช้ระบุชื่อ-นามสกุล และเลขประจำตัวประชาชน 13 หลักของผู้เอาประกันภัย 3. ข้อมูลขนาดเครื่องยนต์ (CC) และเลขตัวถังรถ เพื่อใช้คำนวณอัตราเบี้ยประกันภัย… Continue reading ต่อพรบรถจักรยานยนต์ ใช้อะไรบ้าง? เช็กเอกสาร ราคา พ.ร.บ. ตามซีซี และวิธีต่อออนไลน์