เชื่อว่า พ.ร.บ.รถยนต์ และประกันอุบัติเหตุ เป็นสิ่งที่ทำให้ผู้ขับขี่รู้สึกอุ่นใจยิ่งขึ้นยามใช้รถใช้ถนน เพราะหากเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝันเมื่อไหร่ อย่างน้อยก็อุ่นใจที่ทั้ง พ.ร.บ. และประกันอุบัติเหตุจะทำหน้าที่คุ้มครองความเสียหายที่เกิดขึ้น แต่ทราบหรือไม่ว่าแม้จะมีทั้ง พ.ร.บ. และประกันอุบัติเหตุทำหน้าที่คุ้มครอง แต่ถึงอย่างนั้นกลับมีบางกรณีที่ประกันไม่จ่าย ไม่มอบความคุ้มครอง เพราะฉะนั้นเพื่อการขับขี่อย่างอุ่นใจเสมอ ลองมาดูกันว่า พ.ร.บ.รถ คุ้มครองอะไรบ้าง และประกันอุบัติเหตุไม่คุ้มครองกรณีใดบ้าง
ก่อนจะไปดูว่า พ.ร.บ. และประกันอุบัติเหตุไม่คุ้มครองกรณีใดบ้าง ลองมาดูความแตกต่างของทั้งสองอย่างนี้ โดย พ.ร.บ. คือประกันภาคบังคับตามกฎหมาย ซึ่งรถทุกคันที่จดทะเบียนกับกรมการขนส่งทางบกจะต้องมี โดย พ.ร.บ. มีอายุ 1 ปี หากถามว่า พ.ร.บ.รถ คุ้มครองอะไรบ้าง ต้องบอกว่าคุ้มครองเฉพาะตัวบุคคล คุ้มครองค่ารักษาพยาบาล เงินชดเชยกรณีทุพพลภาพ และเสียชีวิต แต่ไม่คุ้มครองความเสียหายของรถ ในขณะที่ประกันอุบัติเหตุคือประกันภาคสมัครใจ ไม่ถูกบังคับตามกฎหมาย แต่หากใครมีประกันประเภทนี้ นอกจากความคุ้มครองตัวบุคคลแล้ว ยังคุ้มครองตัวรถ ดังนั้น ประกันอุบัติเหตุจะมีค่าซ่อมรถเพิ่มเติมอีกด้วย
แม้ พ.ร.บ. และประกันอุบัติเหตุจะทำหน้าที่คุ้มครองคนใช้รถใช้ถนนเหมือนกัน แต่มีบางกรณีที่ไม่คุ้มครอง ได้แก่
1. การขับขี่นอกราชอาณาจักร เรียกง่าย ๆ คือการนำรถไปใช้ในต่างประเทศที่ไม่ใช่ประเทศไทยนั่นเอง
2. การนำรถไปใช้ในทางที่ผิดกฎหมาย เช่น การลักลอบขนส่งยาเสพติด ลักลอบขนส่งสิ่งผิดกฎหมาย การนำรถเป็นพาหนะในการปล้นทรัพย์ เป็นต้น
3. การนำรถไปใช้ในการแข่งขันความเร็ว ซึ่งแน่นอนว่ากรณีนี้หาก รถ เกิด อุบัติเหตุ ทั้ง พ.ร.บ. และประกันอุบัติเหตุจะไม่คุ้มครองเช่นกัน
4. ความเสียหายอันเกิดจากการถูกกรรโชก รีดทรัพย์ หรือถูกยักยอก ทั้งนี้ เจ้าของรถสามารถแจ้งความดำเนินคดีไว้ได้ เพราะบางครั้งผู้ร้ายอาจนำรถไปขับเฉี่ยวชนกับรถคันอื่น
จะเห็นว่าทั้ง พ.ร.บ. และประกันอุบัติเหตุ จะไม่คุ้มครองในบางกรณี ซึ่งส่วนใหญ่เกิดจากการนำรถไปใช้ในทางที่ผิด เช่น ใช้ในการแข่งขัน ใช้ในการขนส่งสิ่งผิดกฎหมาย แต่หากกรณีใช้รถตามปกติ ไม่ผิดกฎหมายใด ๆ แน่นอนว่ารถจะได้รับความคุ้มครองอย่างครบถ้วน และหากคุณกำลังมองหาประกันรถยนต์และ พ.ร.บ. ฉบับใหม่ ไว้รองรับกรณี รถ เกิด อุบัติเหตุ อย่าลืมนึกถึง Insurverse ประกันออนไลน์เจ้าแรกของไทย ประกันที่ชัวร์ที่สุด คุ้มครองคุณได้แบบชัวร์ ๆ มีให้เลือกทั้งประกันอุบัติเหตุ รวมถึงการต่อ พ.ร.บ. รถยนต์ส่วนบุคคล ไม่ว่าจะเป็นรถยนต์ รถกระบะ หรือรถตู้ ซื้อง่ายผ่านออนไลน์ แถมยังมีเจ้าหน้าที่แนะนำเพื่อให้คุณได้เป็นเจ้าของกรมธรรม์ที่ตอบโจทย์ความต้องการที่สุด เช็กเบี้ยได้ที่นี่!
check_circleคัดลอกลิงก์เรียบร้อย
การต่อภาษีรถยนต์ประจำปี ถือเป็นหน้าที่ตามกฎหมายของผู้ครอบครองรถยนต์และรถจักรยานยนต์ทุกคน แต่ด้วยภารกิจที่รัดตัว หลายคนอาจเผลอลืมวันหมดอายุจนทำให้ภาษีรถยนต์ขาด และเกิดความกังวลว่า ค่าปรับภาษีรถยนต์ คิดอย่างไร? ขาดกี่วันจึงจะเริ่มโดนปรับ? และหากขาดต่อภาษีเกิน 1 ปีหรือ 3 ปีจะมีผลเสียอย่างไรบ้าง บทความนี้จะพาคุณไปเจาะลึกอัตราค่าปรับตามกฎหมายของกรมการขนส่งทางบก วิธีคำนวณค่าปรับแบบเข้าใจง่าย เอกสารที่ต้องใช้ และขั้นตอนการต่อภาษีรถยนต์ย้อนหลังพร้อมต่อ พ.ร.บ. รถยนต์ออนไลน์ เพื่อให้รถของคุณกลับมาถูกต้องตามกฎหมายและขับขี่ได้อย่างสบายใจ 100% ค่าปรับภาษีรถยนต์ คิดอย่างไร? สรุปอัตราค่าปรับตามกฎหมายกรมการขนส่งทางบก ตามพระราชบัญญัติรถยนต์ พ.ศ. 2522 กรมการขนส่งทางบกได้กำหนดอัตราค่าปรับสำหรับผู้ที่ชำระภาษีรถยนต์ประจำปีล่าช้ากว่ากำหนดไว้อย่างชัดเจน อัตราค่าปรับร้อยละ 1 ต่อเดือน (เศษของเดือนคิดเป็น 1 เดือน) หากคุณไม่ได้ชำระภาษีรถยนต์ภายในเวลาที่กำหนด คุณจะต้องเสียค่าปรับในอัตรา “ร้อยละ 1 ต่อเดือน” ของยอดภาษีประจำปีที่ต้องชำระ โดยนับตั้งแต่วันที่ครบกำหนดจนถึงวันที่มาชำระเงิน และหากมีเศษของเดือนแม้เพียง 1 วัน กฎหมายจะปัดเศษนับเป็น 1 เดือนเต็มทันที ตัวอย่างการคำนวณค่าปรับภาษีรถยนต์ขาดต่อ 3 เดือน, 6 เดือน และ 1 ปี… Continue reading ค่าปรับภาษีรถยนต์ ขาดต่อคิดอย่างไร? สรุปอัตราค่าปรับ วิธีคำนวณ และขั้นตอนต่อภาษีย้อนหลัง
สำหรับเจ้าของรถจักรยานยนต์ที่ใช้งานรถคู่ใจมาหลายปี เมื่อถึงกำหนดเวลาต่อภาษีประจำปี (ต่อทะเบียนรถ) หลายคนอาจสงสัยว่า รถจักรยานยนต์ที่มีอายุครบกี่ปีต้องนำไปตรวจสภาพรถก่อนเสียภาษีประจำปี? ต้องตรวจที่ไหน? มีค่าใช้จ่ายเท่าไร? และสามารถตรวจสภาพแล้วต่อภาษีออนไลน์ได้หรือไม่ บทความนี้จะสรุปเกณฑ์กฎหมายการตรวจสภาพรถจักรยานยนต์จากกรมการขนส่งทางบก รายการตรวจเช็กมาตรฐานของสถานตรวจสภาพรถเอกชน (ตรอ.) พร้อมขั้นตอนการเตรียมเอกสารและต่อ พ.ร.บ. ออนไลน์ (ซึ่งมีขั้นตอนที่สะดวกสบายไม่แพ้การต่อ พ.ร.บ. รถยนต์ เพื่อให้คุณดำเนินการต่อภาษีรถได้อย่างสะดวกรวดเร็วและถูกต้อง 100% รถจักรยานยนต์อายุครบกี่ปี ต้องนำไปตรวจสภาพรถ (ตรอ.) ก่อนเสียภาษี? เกณฑ์กฎหมาย: รถจักรยานยนต์ที่มีอายุการใช้งานครบ 5 ปีขึ้นไป ตามกฎหมายของกรมการขนส่งทางบก รถจักรยานยนต์ที่มีอายุการใช้งานครบ 5 ปีขึ้นไป (นับตั้งแต่วันที่จดทะเบียนครั้งแรก) จะต้องนำรถเข้าตรวจสภาพ ณ สถานตรวจสภาพรถเอกชน (ตรอ.) หรือสำนักงานขนส่ง เพื่อรับใบรับรองการตรวจสภาพรถ ก่อนจึงจะสามารถชำระภาษีรถประจำปีได้ วิธีนับอายุรถจักรยานยนต์จากเล่มทะเบียนรถ (นับจากวันจดทะเบียนครั้งแรก) การนับอายุรถให้นับจาก “วันจดทะเบียนครั้งแรก” ที่ระบุในใบคู่มือจดทะเบียนรถ (เล่มเขียว) จนถึงวันสิ้นอายุภาษีประจำปีรอบปัจจุบัน เช่น จดทะเบียนวันที่ 10 กันยายน 2564 เมื่อถึงรอบต่อภาษีวันที่ 10 กันยายน 2569… Continue reading รถจักรยานยนต์ที่มีอายุครบกี่ปีต้องนำไปตรวจสภาพรถก่อนเสียภาษีประจำปี?
พ.ร.บ. รถจักรยานยนต์ หรือประกันภัยภาคบังคับตาม พ.ร.บ. คุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ คือเอกสารสำคัญที่สุดที่ผู้ครอบครองรถจักรยานยนต์ทุกคนต้องจัดทำเป็นประจำทุกปี เพื่อให้ได้รับความคุ้มครองค่ารักษาพยาบาลเมื่อเกิดอุบัติเหตุ และใช้เป็นหลักฐานจำเป็นในการต่อภาษีรถประจำปี ซึ่งมีความสำคัญและเป็นไฟลท์บังคับตามกฎหมายเช่นเดียวกับการทำ พ.ร.บ. รถยนต์ สำหรับคนที่กำลังเตรียมตัวต่อ พ.ร.บ. มอเตอร์ไซค์ และสงสัยว่า ต่อพรบรถจักรยานยนต์ ใช้อะไรบ้าง? ค่าเบี้ย พ.ร.บ. มอเตอร์ไซค์ ราคาเท่าไรตามขนาด ซีซี? และสามารถต่อ พ.ร.บ. ออนไลน์ได้ทันทีหรือไม่ บทความนี้สรุปทุกข้อมูลให้ครบถ้วนในที่เดียว เช็กลิสต์เอกสารที่ต้องใช้ในการต่อ พ.ร.บ. รถจักรยานยนต์ การต่อ พ.ร.บ. รถจักรยานยนต์ในปัจจุบันสะดวกรวดเร็วมาก โดยเฉพาะการต่อออนไลน์ ใช้เอกสารเพียงไม่กี่อย่าง 1.ใบคู่มือจดทะเบียนรถ (เล่มเขียว) หรือสำเนาหน้าทะเบียนรถ ใช้สำหรับดูข้อมูลสำคัญของรถ ได้แก่ หมายเลขทะเบียนรถ จังหวัดที่จดทะเบียน หมายเลขตัวถัง และขนาดเครื่องยนต์ (CC) 2. บัตรประจำตัวประชาชนของเจ้าของรถ ใช้ระบุชื่อ-นามสกุล และเลขประจำตัวประชาชน 13 หลักของผู้เอาประกันภัย 3. ข้อมูลขนาดเครื่องยนต์ (CC) และเลขตัวถังรถ เพื่อใช้คำนวณอัตราเบี้ยประกันภัย… Continue reading ต่อพรบรถจักรยานยนต์ ใช้อะไรบ้าง? เช็กเอกสาร ราคา พ.ร.บ. ตามซีซี และวิธีต่อออนไลน์