อย่างที่ทราบกันว่า พ.ร.บ.รถยนต์ มีอายุการใช้งาน 1 ปี และจำเป็นต้องต่อทุกปี เพราะนอกจากจะมีโทษทางกฎหมายแล้ว เราจะไม่ได้รับความคุ้มครองในกรณีที่เกิดอุบัติเหตุบนท้องถนน แล้วมีผู้ที่ได้รับบาดเจ็บไม่ว่าจะเล็กน้อย หรือรุนแรงจนถึงขั้นเสียชีวิตก็ตาม ดังนั้น ไม่ว่าอย่างไรก็ห้ามอย่าลืมต่อ พ.ร.บ.รถยนต์ โดยเด็ดขาด
การทำ พ.ร.บ.รถยนต์ นอกจากจะให้ความคุ้มครองทุกคนที่มีส่วนเกี่ยวข้องบนท้องถนนแล้ว พ.ร.บ.รถยนต์ ก็ยังเปรียบเหมือนเป็นหลักประกันกับทางโรงพยาบาลที่รับการรักษาผู้ประสบอุบัติเหตุทางรถยนต์ว่าจะได้รับค่าใช้จ่ายอย่างแน่นอน
หากไม่มีการต่อ พ.ร.บ.รถยนต์ จะมีความผิดทางกฎหมาย โดยจะมีค่าปรับสูงสุด 10,000 บาท ในกรณีที่เป็นเจ้าของรถ หรือผู้ที่นำรถไม่ได้ต่อ พ.ร.บ. ออกมาใช้ และมีค่าปรับสูงสุด 20,000 หากเป็นทั้งเจ้าของรถ และนำรถไม่ได้ต่อ พ.ร.บ. ออกมาใช้ นอกจากนี้ยังทำให้ไม่สามารถต่อทะเบียนรถยนต์ หรือป้ายภาษีประจำปีได้ และหากเกิดอุบัติเหตุก็จะไม่ได้รับความคุ้มครองในทุกกรณี
รถที่ขาดการต่อ พ.ร.บ. ไม่เกิน 1 ปี สามารถต่อภาษีโดยไม่เสียค่าปรับเพิ่มเติมในส่วนของ พ.ร.บ. แต่อาจโดนปรับในส่วนของภาษีรถยนต์
รถที่ขาดการต่อ พ.ร.บ. เกิน 2 ปี ต้องตรวจสภาพรถก่อน และต้องไปดำเนินเรื่องที่ขนส่ง โดยทำการต่อทะเบียนรถ และเสียค่าปรับ ซึ่งจะมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมในส่วนของค่าจดทะเบียน ค่าต่อภาษี รวมไปถึงค่าเช็กสภาพด้วย
รถที่ขาดการต่อ พ.ร.บ. เกิน 3 ปี จะถูกระงับทะเบียน และหากต้องการใช้รถอีกครั้ง จะต้องทำการจดทะเบียนรถยนต์ใหม่ พร้อมเสียค่าปรับ และจะมีการเก็บภาษีรถยนต์ย้อนหลัง
สำหรับใครที่กำลังกังวลว่าจะต่อ พ.ร.บ. ไม่ทัน และไม่รู้ว่าจะต่อ พ.ร.บ. ที่ไหนดี? ต้องบอกก่อนว่าในปัจจุบันมีช่องทางในการต่อ พ.ร.บ.รถยนต์ ให้เลือกอย่างหลากหลายตามความสะดวกของแต่ละคน สำหรับเอกสารที่ต้องใช้ในการต่อ พ.ร.บ.รถยนต์ ได้แก่ สำเนาบัตรประชาชน สำเนาทะเบียนบ้าน และสมุดทะเบียนรถ หรือสำเนาทะเบียนรถ เพียงเท่านี้คุณก็สามารถต่อ พ.ร.บ.รถยนต์ ได้แล้ว
การต่อ พ.ร.บ. ทางออนไลน์ เป็นทางเลือกที่เป็นที่นิยมในปัจจุบันอย่างมาก แค่มีสมาร์ทโฟน แท็บเล็ต หรือคอมพิวเตอร์ ก็สามารถทำได้อย่างง่ายดาย ทุกที่ ทุกเวลา ซึ่งจะใช้เวลากรอกข้อมูลต่าง ๆ ให้ครบถ้วนโดยใช้เวลาไม่นาน และรอรับ พ.ร.บ.รถยนต์ได้เลย
check_circleคัดลอกลิงก์เรียบร้อย
สำหรับผู้ที่ใช้งานรถกระบะเพื่อการค้า การเกษตร หรือการขนส่งสินค้าในชีวิตประจำวัน หากเปิดดูสมุดคู่มือจดทะเบียนรถจะพบรหัสระบุประเภทรถว่า รย.3 ซึ่งถือเป็นหนึ่งในประเภทยานพาหนะที่มีการใช้งานแพร่หลายมากที่สุดในประเทศไทย แต่หลายคนอาจยังไม่ทราบว่า รย.3 คือ รถประเภทไหน มีเงื่อนไขการเสียภาษี การทำ พ.ร.บ. และการเลือกประกันภัยที่แตกต่างจากรถยนต์นั่งส่วนบุคคลอย่างไรบ้าง บทความนี้มีคำตอบครบถ้วน รย.3 คืออะไร ตามกฎหมายของกรมการขนส่งทางบก? รย.3 คือ รหัสประเภทรถที่กรมการขนส่งทางบกกำหนดไว้ใน พ.ร.บ. รถยนต์ พ.ศ. 2522 หมายถึง “รถยนต์บรรทุกส่วนบุคคล” ซึ่งหมายถึง รถยนต์ที่สร้างขึ้นหรือดัดแปลงเพื่อใช้ในการบรรทุกสิ่งของหรือสัตว์ โดยมีน้ำหนักรถรวมน้ำหนักบรรทุกไม่เกินที่กฎหมายกำหนด และใช้งานเพื่อกิจการส่วนตัวหรือในธุรกิจส่วนบุคคล มิได้นำไปใช้รับจ้างขนส่งเป็นประจำเหมือนรถบรรทุกตามกฎหมายการขนส่งทางบก เช็กลักษณะรถ รย.3 แตกต่างจากรถ รย.1 อย่างไร? ความแตกต่างสำคัญระหว่างรถ รย.3 และ รย.1 ที่ผู้ใช้รถมักเปรียบเทียบกัน ได้แก่: ป้ายทะเบียน รย.3 สีอะไร มีความหมายว่าอย่างไร? รถประเภท รย.3 จะใช้ ป้ายทะเบียนพื้นสีขาว สะท้อนแสง ตัวอักษรและตัวเลขเป็นสีเขียว (หรือที่หลายคนเรียกติดปากว่า “ป้ายขาวอักษรเขียว”)… Continue reading รย.3 คือรถอะไร รู้จักรถยนต์บรรทุกส่วนบุคคล ป้ายขาวอักษรเขียว ภาษี และ พ.ร.บ.
หากคุณเปิดดูเล่มทะเบียนรถ (สมุดคู่มือจดทะเบียนเล่มสีฟ้า) ตรงหน้ารายการจดทะเบียน ในช่อง “ประเภท” มักจะปรากฏข้อความระบุว่า รย.1 หลายคนอาจสงสัยว่ารหัสนี้ย่อมาจากอะไร มีความหมายอย่างไรต่อการเสียภาษีประจำปี และเกี่ยวข้องกับการเลือกซื้อประกันภัยหรือ พ.ร.บ. อย่างไรบ้าง บทความนี้ได้รวบรวมทุกข้อมูลเกี่ยวกับรถประเภท รย.1 มาสรุปให้เข้าใจง่ายในที่เดียว รย.1 คืออะไร ในสมุดคู่มือจดทะเบียนรถ? รย.1 คือ รหัสประเภทรถที่กรมการขนส่งทางบกกำหนดไว้ตามพระราชบัญญัติรถยนต์ พ.ศ. 2522 หมายถึง “รถยนต์นั่งส่วนบุคคลไม่เกิน 7 คน” ซึ่งเป็นกลุ่มรถยนต์ส่วนบุคคลที่ได้รับความนิยมมากที่สุดบนท้องถนนในประเทศไทย ใช้สำหรับโดยสารส่วนตัวหรือภายในครอบครัว และไม่ได้นำไปใช้รับจ้างในเชิงพาณิชย์ ลักษณะของรถที่จัดอยู่ในกลุ่ม รย.1 มีรถรุ่นใดบ้าง? ยานพาหนะที่จัดอยู่ในกลุ่ม รย.1 มีหลากหลายรูปแบบ ขอเพียงมีจำนวนที่นั่งผู้โดยสารตามมาตรฐานไม่เกิน 7 ที่นั่ง ได้แก่: ป้ายทะเบียนของรถ รย.1 มีลักษณะอย่างไร? จุดสังเกตที่ชัดเจนที่สุดของรถยนต์ประเภท รย.1 จากภายนอก คือ ป้ายทะเบียนพื้นสีขาว สะท้อนแสง ตัวอักษรและตัวเลขเป็นสีดำ (กรณีที่เป็นป้ายประมูลอาจมีลวดลายกราฟิกประจำจังหวัด แต่ตัวอักษรและตัวเลขจะยังคงเป็นสีดำเช่นเดียวกัน) วิธีคำนวณภาษีรถยนต์ประจำปีสำหรับรถประเภท รย.1 การต่อภาษีรถยนต์ประจำปีของรถประเภท… Continue reading รย.1 คือรถอะไร เช็กข้อมูลรถยนต์นั่งส่วนบุคคลไม่เกิน 7 คน เล่มทะเบียน และ พ.ร.บ.
ในยุคที่อาชีพไรเดอร์รับส่งผู้โดยสารผ่านแอปพลิเคชันกำลังเติบโตอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็น Grab, LINE MAN หรือแพลตฟอร์มอื่น ๆ คำถามสำคัญที่คนขับมอเตอร์ไซค์หลายคนสงสัยคือ รย.17 คือ รถประเภทไหน และทำไมกรมการขนส่งทางบกจึงกำหนดให้ไรเดอร์ต้องนำรถไปจดทะเบียนเปลี่ยนประเภทรถ บทความนี้จะพาไปเจาะลึกทุกรายละเอียด ตั้งแต่ความหมาย เงื่อนไข กฎหมาย ไปจนถึงการเตรียมความพร้อมด้านประกันภัย เพื่อให้คุณสามารถวิ่งรับงานได้อย่างถูกต้อง สบายใจ และปลอดภัยสูงสุด รย.17 คืออะไร ตามคำนิยามของกรมการขนส่งทางบก รย.17 คือ รหัสประเภทรถที่กรมการขนส่งทางบกใช้ระบุสำหรับ “รถจักรยานยนต์สาธารณะที่ให้บริการผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์” หรือที่เข้าใจง่าย ๆ คือ รถมอเตอร์ไซค์ส่วนบุคคลที่นำมาให้บริการรับ-ส่งผู้โดยสารผ่านแอปพลิเคชันที่ได้รับการรับรองจากกรมการขนส่งทางบกอย่างถูกต้องตามกฎหมาย เดิมทีรถมอเตอร์ไซค์รับจ้างทั่วไปจะเป็นรถจักรยานยนต์สาธารณะแบบดั้งเดิม (วินมอเตอร์ไซค์ ป้ายเหลือง) แต่เมื่อเทคโนโลยีพัฒนาขึ้นและมีผู้ให้บริการผ่านแอปพลิเคชัน กรมการขนส่งทางบกจึงได้ออกกฎกระทรวงรองรับ เพื่อให้ประชาชนสามารถนำรถจักรยานยนต์ส่วนบุคคลมาขึ้นทะเบียนให้บริการได้อย่างถูกกฎหมาย โดยกำหนดให้อยู่ในหมวด รย.17 นั่นเอง ความแตกต่างระหว่าง รย.12, รย.17 และ รย.18 มีอะไรบ้าง? หลายคนมักสับสนระหว่างรหัสประเภทรถที่มีตัวเลขใกล้เคียงกัน ซึ่งมีความแตกต่างกันอย่างชัดเจนตามกฎหมาย ดังนี้: เงื่อนไขและคุณสมบัติของรถมอเตอร์ไซค์ที่จะจดทะเบียน รย.17 หากต้องการเปลี่ยนประเภทรถเป็น รย.17 รถและผู้ขับขี่ต้องมีคุณสมบัติครบถ้วนตามเกณฑ์ที่กำหนด: ขั้นตอนการดำเนินการจดทะเบียน… Continue reading รย.17 คือรถอะไร สรุปคู่มือจดทะเบียนรถจักรยานยนต์รับจ้างผ่านแอปให้ถูกกฎหมาย