การค้ำประกันรถยนต์ คือ การนำบุคคลที่ 3 ที่ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องมาตกลงทำสัญญา ระหว่างเจ้าหนี้กับลูกหนี้ โดยผู้ค้ำประกันให้สัญญาว่าหากลูกหนี้ผิดนัดชำระหรือไม่ชำระหนี้ให้แก้เจ้าหนี้ คนค้ำประกันยินดีที่จะชำระหนี้แทนลูกหนี้จนครบตามจำนวนที่กำหนดไว้ในสัญญา ซึ่งในอดีตสร้างภาระให้ผู้ค้ำประกันจำนวนมาก เพราะลูกหนี้หลายรายเลือกที่จะหนีหนี้
แต่ปัจจุบันมีการแก้กฎหมายการค้ำประกันรถยนต์ กฎหมายใหม่ขึ้น มีผลบังคับใช้เมื่อวันที่ 11 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2558 ซึ่งให้ความเป็นธรรมแก่คนค้ำประกันมากขึ้น ซึ่งจะมีผลอย่างไรบ้างไปดูกัน
ผู้ค้ำประกันรถยนต์ กฎหมายใหม่สามารถจำกัดวงเงินในการชำระหนี้แทนและระยะเวลาในการค้ำประกันให้กับลูกหนี้ได้ ว่าจะชำระแทนได้สูงสุดเท่าใดและระยะเวลาในการค้ำระกันนานเพียงใด ซึ่งข้อมูลดังกล่าวสามารถที่จะระบุลงในสัญญาเพื่อเซ็นเป็นลายลักษณ์อักษรให้เจ้าหนี้และลูกหนี้ได้รับทราบได้
ในการทำสัญญาเงินกู้ต่าง ๆ จะมีในส่วนของดอกเบี้ยที่ลูกหหนี้จะต้องจ่ายควบคู่กับเงินต้นที่ทำสัญญา หากลูกหนี้ผผิดนัดชำระ ทางเจ้านี้มาถามทวงกับคนค้ำประกัน คนค้ำประกันสิทธิ์ชำระเพียงส่วนที่ตนเองรับผิดขอบตามที่ระบุไว้ในสัญญา นอกจากนี้คนค้ำประกันยังสามารถฟ้องเอาส่วนที่จ่ายแทนกับคนที่เป็นหนี้พร้อมดอกเบี้ยและค่าเสียหายอื่น ๆ ได้
ค้ำประกันรถยนต์ กฎหมายใหม่สามารถหลุดพ้นจากการค้ำประกันได้ดังนี้
เมื่อรู้ว่าลูกหนี้ผิดนัดชำระภายในระยะเวลา 60 วัน เพื่อผู้ค้ำประกันจะได้ชำระหนี้แทนเพื่อไม่ให้เกิดดอกเบี้ยในกรณีที่ผิดนัดชำระ หากไม่แจ้งผู้ค้ำประกันไม่ต้องรับผิดชอบ
จากกรณีที่เจ้าหนี้กระทำการใด ๆ ที่เป็นเหตุให้ลดหนี้แก่ลูกหนี้ รวมถึงการเพิ่มข้อกำหนด เงื่อนไขที่เป็นภาระกับผู้ค้ำประกันให้ถือเป็นโมฆะ
ก่อนที่จะตกปากรับคำใครเพื่อที่จะค้ำประกัน ไม่ว่าจะเป็นสัญญาเงินกู้, สัญญาค้ำประกันซื้อขายรถ หรือสัญญาใด ๆ ที่ต้องเอาตนเองเข้าไปเกี่ยวข้องโดยไม่เกิดผลดี ให้คิด วิเคราะห์และพิจารณาอย่างถี่ถ้วน ว่าเหมาะสมหรือไม่ เพราะอาจนำความเดือดร้อนกลับมาสู่ตนเองและครอบครัวได้ แม้ว่าคนที่มาร้องขอจะเป็นญาติสนิทเพียงใดก็ตาม
นอกจากเรื่องการค้ำประกันรถยนต์ที่ควรทราบแล้ว ก็มีเรื่องของประกันรถยนต์ที่หลายคนให้ความใส่ใจเช่นกัน ด้วยความคุ้มครองที่ครอบคลุมจากแผนกรมธรรม์แบบต่าง ๆ เช่น ประกันภัยรถยนต์ชั้น 1 หรือ ประกันภัยรถยนต์ชั้น 2+ โดย Insurverse เป็นหนึ่งในผู้นำด้านประกันรถยนต์ออนไลน์ที่ตอบโจทย์เจ้าของรถได้ทุกความคุ้มครอง เช็กเบี้ยประกันรถยนต์ที่นี่!
check_circleคัดลอกลิงก์เรียบร้อย
เปิดมาตรการปรับดอกเบี้ยรถใหม่ 2567 ทุกธนาคาร จากการกำกับใช้โดยภาครัฐ มีอะไรบ้างที่ปรับลด และต่างจากอัตราดอกเบี้ยคงที่อย่างไร มาหาคำตอบกัน
เมื่อคุณตัดสินใจทำประกันภัยรถยนต์ สิ่งสำคัญที่สุดที่คุณจะได้รับกลับมาเป็นหลักฐานยืนยันความคุ้มครองก็คือ “กรมธรรม์รถยนต์” ซึ่งหลายคนอาจคุ้นเคยกับกระดาษหน้าตารางที่มีข้อความและตัวเลขระบุไว้อย่างหนาแน่นจนไม่แน่ใจว่าจะต้องอ่านตรงไหน หรือมีข้อมูลสำคัญอะไรที่ต้องตรวจเช็กบ้าง ความจริงแล้ว กรมธรรม์รถยนต์คือเอกสารทางกฎหมายที่มีผลผูกพันระหว่างผู้เอาประกันภัยกับบริษัทประกัน การทำความเข้าใจวิธีอ่านหน้าตารางกรมธรรม์จะช่วยให้คุณรักษาสิทธิประโยชน์ได้อย่างครบถ้วนเมื่อเกิดอุบัติเหตุ บทความนี้จะสรุปทุกจุดสำคัญที่คุณต้องรู้ให้เข้าใจง่ายในที่เดียว ทำความเข้าใจกรมธรรม์รถยนต์ สัญญาคุ้มครองความปลอดภัยของคนมีรถ กรมธรรม์รถยนต์ คือเอกสารสัญญาประกันภัยที่ระบุข้อตกลง สิทธิประโยชน์ เงื่อนไข และขอบเขตความคุ้มครองที่บริษัทประกันจะมอบให้แก่ผู้เอาประกันภัย เพื่อชดใช้ค่าสินไหมทดแทนเมื่อเกิดความเสียหายต่อชีวิต ร่างกาย และทรัพย์สินตามเงื่อนไขที่ตกลงกันไว้ โดยแบ่งออกเป็น 2 ประเภทหลัก ได้แก่ กรมธรรม์ประกันภัยภาคบังคับ หรือพ.ร.บ. รถยนต์ ที่กฎหมายกำหนดให้รถทุกคันต้องมี และกรมธรรม์ประกันภัยภาคสมัครใจ หรือประกันรถยนต์ (เช่น ชั้น 1, 2+, 3+, 3) ที่ผู้ขับขี่เลือกซื้อเพิ่มเติมเพื่อความอุ่นใจ 5 จุดสำคัญบนหน้าตารางกรมธรรม์รถยนต์ที่ต้องตรวจเช็กให้ถูกต้อง เมื่อได้รับกรมธรรม์มาแล้ว ไม่ว่าจะเป็นฉบับกระดาษหรือไฟล์ดิจิทัล ให้ตรวจสอบ 5 จุดสำคัญต่อไปนี้ทันที ข้อมูลผู้เอาประกันภัยและรายละเอียดตัวรถยนต์ ตรวจสอบชื่อ-นามสกุล ที่อยู่ หมายเลขบัตรประชาชน ทะเบียนรถยนต์ ยี่ห้อ รุ่น ปีที่ผลิต รวมถึงหมายเลขตัวถัง (VIN) ว่าตรงกับเล่มทะเบียนรถจริงหรือไม่ หากมีจุดใดสะกดผิดต้องรีบแจ้งบริษัทประกันแก้ไขทันที… Continue reading กรมธรรม์รถยนต์คืออะไร สรุปวิธีอ่าน เช็กง่ายได้ด้วยตัวเอง
ประกันรถยนต์ 3+ คุ้มครองอะไรบ้าง ให้ความคุ้มครองมากกว่าที่คิด ครอบคลุมทั้งรถเราและคู่กรณี ในราคาเบา ๆ เหมาะสำหรับคนใช้รถทุกวันที่อยากอุ่นใจแต่ไม่อยากจ่ายแพง