หากพูดถึงรถที่ได้รับความนิยม มีชื่อเสียงโด่งดัง ที่ไม่ว่าจะเจอบนท้องถนนกี่ครั้งก็ต้องหันมอง คงหนีไม่พ้นรถ BMW ที่ให้ความรู้สึกถึงความร่วมสมัยและแฝงไปด้วยความหรูหรา แม้จะเป็นรถมือสองก็ไม่มีตกรุ่น ราวกับว่ายิ่งเก่ายิ่งดูคลาสสิก และในวันนี้เราจะมาพาทำความรู้จักกับ 5 รถ BMW รุ่นยอดนิยม ที่ทั้งประหยัดน้ำมันและไม่ต้องซ่อมบ่อย ๆ ให้เสียทั้งเงินและเวลา
ราคารถมือสองเริ่มต้น 550,000 บาท ถือว่ายังเป็นรถยนต์ที่ไม่เก่ามากนัก มาพร้อมเครื่องยนต์ดีเซล 4 สูบ DOHC 16 วาล์ว ขนาด 1995 ซีซี ที่ให้แรงม้าสูงสุดถึง 174 แรงม้า อัตราเร่ง 0 – 100 ได้ที่ราว 8 วินาที ความเร็วสูงสุด 228 กิโลเมตร/ชั่วโมง โดยอัตราสิ้นเปลืองเฉลี่ยอยู่ที่ 16 กิโลเมตร/ลิตร
ราคารถมือสองเริ่มต้น 550,000 บาท รถ SUV สำหรับเดินทางทั้งครอบครัว ขนาดค่อนข้างใหญ่นั่งได้สบาย มาพร้อมเครื่องยนต์ Twinpower Turbo ดีเซล 4 สูบ DOHC 16 วาล์ว ขนาด 1,995 ซีซี ให้แรงม้าสูงสุดที่ 150 แรงม้าและยังประหยัดน้ำมัน โดยอัตราสิ้นเปลืองเฉลี่ยอยู่ที่ 21 กิโลเมตร/ลิตร
ราคารถมือสองเริ่มต้น 742,900 บาท ขึ้นชื่อเรื่องดีไซน์ที่เรียบหรู และระบบความปลอดภัยที่คนทั่วโลกให้การยอมรับ มาพร้อมเครื่องยนต์เบนซิน 4 สูบ ขนาด 2.0 ลิตร Twin Power Turbo หัวฉีดตรง Direct Injection มีพละกำลังถึง 184 แรงม้า รองรับน้ำมันเชื้อเพลิงได้ถึง E20 สามารถทำอัตราเร่ง 0 – 100 ได้ที่ราว 8 วินาที โดยอัตราสิ้นเปลืองเฉลี่ยอยู่ที่ 16.9 กิโลเมตร/ลิตร
ราคารถมือสองเริ่มต้น 831,900 บาท รุ่นนี้เป็นรุ่นที่ขายดีที่สุด มีดีไซน์ที่ออกแบบมาให้มีความแข็งแกร่ง ทรงพลัง สวยงาม ระดับ Hi-End มาพร้อมเครื่องยนต์ดีเซลเทอร์โบใน 320d มีพละกำลัง 184 แรงม้า อัตราเร่งจาก 0-100 กิโลเมตร/ชั่วโมง โดยอัตราสิ้นเปลืองเฉลี่ยอยู่ที่ 15.3 กิโลเมตร/ลิตร
ราคารถมือสองเริ่มต้น 950,000 บาท มาพร้อมเครื่องยนต์ดีเซล แบบ 6 สูบแถวเรียง ขนาด 3.0 ลิตร 2,993 ซีซี เทอร์โบ TwinPower ให้กำลังสูงสุด 265 แรงม้า ที่ 4,000 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 620 นิวตันเมตร ที่ 2,000 – 2,500 รอบ/นาที จับคู่กับเกียร์อัตโนมัติ Steptronic 8 จังหวะ โดยอัตราสิ้นเปลืองเฉลี่ยอยู่ที่ 20.8 กิโลเมตร/ลิตร
ใครที่ต้องการรถที่เป็นที่คุณภาพดีในราคาที่ถูกลงมา สามารถเลือกซื้อ BMW ได้ เพราะแม้จะเป็นรถมือสองแต่คุณภาพไม่มีตก ซึ่งวิธีที่จะดูแลรถให้สามารถใช้งานได้อีกนาน ๆ คือ การหมั่นดูแลความสะอาดและตรวจเช็กสภาพรถอยู่เสมอ และที่ขาดไม่ได้คือการทำประกันภัยรถยนต์ โดยเฉพาะหากเป็นรถมือสองที่ยังมีอายุการใช้งานไม่เกิน 5 ปี ประกันรถยนต์ที่ควรทำควรเป็นประกันชั้น 1 เพราะจะช่วยคุ้มครองความเสียหายที่เกิดกับรถยนต์ด้วย
check_circleคัดลอกลิงก์เรียบร้อย
เมื่อเปิดดูตารางกรมธรรม์ประกันภัยรถยนต์ของตนเอง หลายคนอาจเคยสะดุดตากับคำว่า “ร.ย.03” ในหมวดความคุ้มครองเพิ่มเติม และเกิดคำถามว่า รย.03 คือ อะไร มีความสำคัญอย่างไรต่อผู้ขับขี่ หรือบางคนอาจกำลังสับสนระหว่างรหัสในเอกสารประกันภัยกับรหัสประเภทรถของกรมการขนส่งทางบก บทความนี้จะมาไขคำตอบให้ชัดเจน เพื่อให้คุณเข้าใจสิทธิประโยชน์และใช้ความคุ้มครองได้อย่างเต็มเม็ดเต็มหน่วย รย.03 คืออะไร ในตารางกรมธรรม์ประกันภัยรถยนต์? ในแวดวงประกันภัย ร.ย.03 (หรือ รย.03) คือ รหัสมาตรฐานที่สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) กำหนดให้เป็น “เอกสารแนบท้ายสัญญาประกันภัยรถยนต์ว่าด้วยการประกันตัวผู้ขับขี่ (Driver’s Bail Bond)” ความคุ้มครองนี้มีขึ้นเพื่อช่วยเหลือผู้เอาประกันภัยหรือผู้ขับขี่ที่ได้รับความยินยอมจากผู้เอาประกันภัย ในกรณีที่ขับรถเกิดอุบัติเหตุเฉี่ยวชนจนเป็นเหตุให้คู่กรณีได้รับบาดเจ็บสาหัส หรือถึงแก่ชีวิต ซึ่งพนักงานสอบสวน (ตำรวจ) จะต้องดำเนินคดีอาญาในข้อหาขับรถโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต โดยบริษัทประกันภัยจะทำหน้าที่นำหลักทรัพย์หรือหนังสือรับรองไปวางเป็นหลักประกันในการขอประกันตัวผู้ขับขี่ออกมาสู้คดีในชั้นพนักงานสอบสวน พนักงานอัยการ หรือชั้นศาล สาระสำคัญของเอกสารแนบท้าย ร.ย.03: คุ้มครองการประกันตัวผู้ขับขี่อย่างไร เงื่อนไขและขอบเขตความคุ้มครองของ ร.ย.03 มีรายละเอียดสำคัญที่ผู้ขับขี่ควรรู้ดังนี้: เปรียบเทียบเอกสารแนบท้าย ร.ย.01, ร.ย.02 และ ร.ย.03 แตกต่างกันอย่างไร? เอกสารแนบท้ายมาตรฐาน คปภ. ที่พบได้บ่อยในกรมธรรม์ภาคสมัครใจ ได้แก่: อย่าจำสับสน! ร.ย.03 (ประกันภัย)… Continue reading รย.03 คืออะไร เจาะลึกเอกสารแนบท้ายประกันภัยรถยนต์ คุ้มครองประกันตัวผู้ขับขี่อย่างไร
ประกันวินาศภัย คือ การทำสัญญาประกันภัยรูปแบบหนึ่ง เพื่อชดเชยความเสียหายที่เกิดขึ้นกับทรัพย์สิน ซึ่งสามารถประเมินค่าเป็นตัวเงินได้ (โดยไม่รวมถึงการประกันชีวิต) หลักการทำงานคือ ผู้เอาประกันภัย ตกลงจ่ายเงินค่า เบี้ยประกัน ให้กับ ผู้รับประกันภัย (บริษัทประกัน) และหากเกิดเหตุไม่คาดฝันที่ทำให้ทรัพย์สินเสียหายตามที่ระบุไว้ใน กรมธรรม์ ทางบริษัทประกันจะทำการจ่าย ค่าสินไหมทดแทน เพื่อเยียวยาความเสียหายนั้นๆ ให้กลับมามีสภาพใกล้เคียงกับก่อนเกิดเหตุมากที่สุด การทำประกันวินาศภัยจึงเป็นเครื่องมือสำคัญในการบริหารความเสี่ยงทางเศรษฐกิจ เพื่อให้คุณอุ่นใจว่าทรัพย์สินที่มีค่าจะได้รับ ความคุ้มครอง อย่างเต็มที่ ประกันวินาศภัย มีกี่ประเภท อะไรบ้าง? หลายคนอาจสงสัยว่า ประกันวินาศภัย มีอะไรบ้าง ตามหลักเกณฑ์ทั่วไปแล้ว เราสามารถแบ่ง ประกันวินาศภัย 4 ประเภท หลักๆ ได้ดังต่อไปนี้: 1.ประกันอัคคีภัย (Fire Insurance) ประกันอัคคีภัย เป็นรูปแบบการคุ้มครองทรัพย์สินประเภทสิ่งปลูกสร้าง อาคาร บ้านเรือน รวมถึงทรัพย์สินที่อยู่ภายในอาคาร จากเหตุไฟไหม้ ฟ้าผ่า หรือภัยระเบิด นอกจากนี้ยังสามารถซื้อความคุ้มครองภัยธรรมชาติเพิ่มเติมได้ (เช่น น้ำท่วม ลมพายุ) สำหรับใครที่มีที่อยู่อาศัยเป็นของตนเอง การเลือกทำ ประกันบ้านและคอนโด ถือเป็นการลงทุนที่คุ้มค่า… Continue reading ประกันวินาศภัย คืออะไร? สิ่งสำคัญที่ช่วยปกป้องทรัพย์สินของคุณ
เวลาที่เรากำลังจะเลือกซื้อประกันรถยนต์ หลายคนมักจะเจอคำศัพท์ประกันภัยที่ชวนสับสน หนึ่งในนั้นคือคำว่า “Deductible” หรือ ค่าเสียหายส่วนแรก ซึ่งเป็นตัวแปรสำคัญที่ทำให้ค่าเบี้ยประกันรายปีของเราถูกลงได้อย่างมาก บทความนี้จะพาทุกคนไปทำความเข้าใจว่า Deductible คืออะไร ต้องจ่ายตอนไหน และต่างจากค่า Excess อย่างไร เพื่อให้คุณเลือกแผนกรมธรรม์ได้คุ้มค่าที่สุด Key Takeaways ความหมายของ ค่า Deductible (ค่าเสียหายส่วนแรกแบบสมัครใจ) ค่า Deductible (อ่านว่า ดีดักทิเบิล) หรือที่เรียกเป็นภาษาไทยว่า ค่าเสียหายส่วนแรกแบบสมัครใจ คือ จำนวนเงินแรกที่คุณตกลงกับบริษัทประกันภัยว่าจะรับผิดชอบจ่ายเองในแต่ละครั้งที่มีการเคลมประกัน โดยมีเงื่อนไขว่าอุบัติเหตุครั้งนั้น คุณเป็น “ฝ่ายผิด” หรือ “ไม่มีคู่กรณี” การระบุค่า Deductible ไว้ในกรมธรรม์ ถือเป็นกลยุทธ์ที่ช่วยให้ผู้เอาประกันประหยัดเงินค่าเบี้ยประกันรายปีได้มาก เพราะบริษัทประกันจะนำจำนวนเงิน Deductible ที่คุณเลือก ไปเป็นส่วนลดค่าเบี้ยประกันตอนซื้อนั่นเอง นอกจากการทำประกันภาคสมัครใจแล้ว ผู้ขับขี่ต้องไม่ลืมต่ออายุพ.ร.บ. รถยนต์ ซึ่งเป็นประกันภัยภาคบังคับ เพื่อรับความคุ้มครองค่ารักษาพยาบาลเบื้องต้นตามกฎหมายด้วย Deductible กับ Excess แตกต่างกันอย่างไร? เพื่อให้ทุกคนเข้าใจและไม่สับสนเวลาเคลมประกัน เราขอสรุปความแตกต่างของค่าเสียหายส่วนแรกทั้ง 2 แบบ… Continue reading Deductible คืออะไร? สิ่งที่คนมีรถต้องรู้ก่อนซื้อประกัน