การขับขี่บนท้องถนนมาพร้อมกับความเสี่ยงต่าง ๆ ที่สามารถเกิดขึ้นได้ตลอดเวลา และหากพูดถึงอุบัติเหตุบนท้องถนน แน่นอนว่าไม่ได้หมายถึงการขับรถชนเพียงอย่างเดียว อีกหนึ่งอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นได้บ่อยคือ อุบัติเหตุที่เกิดจากภัยธรรมชาติต่าง ๆ หรือแม้กระทั่งการที่หินกระเด็น หรือตกใส่รถจนได้รับความเสียหาย และไม่ว่าจะเป็นความเสียหายที่เล็กน้อยหรือเสียหายมากจนไม่สามารถขับต่อได้ ก็ต้องการการซ่อมบำรุงกันทั้งนั้น แล้วประกันรถแบบไหนที่ให้ความคุ้มครองความเสียหายเหล่านี้ ?
ต้องบอกว่าไม่มีใครไม่รู้จักประกันชั้น 1 ที่ให้การคุ้มครองแบบครอบคลุมมากที่สุด และสามารถเคลมประกันได้ทุกกรณี ไม่ว่าจะเป็นอุบัติเหตุที่มีคู่กรณีหรือไม่ก็ตาม อุบัติเหตุที่เกิดจากรถชนกัน หรือรถชนสิ่งอื่น ๆ เช่น ฟุตบาท เสาไฟฟ้า เกิดเหตุไฟไหม้ รถสูญหาย หรือเกิดจากภัยธรรมชาติต่าง ๆ เป็นต้น
ครอบคลุมค่าเสียหายของบุคคลทั้งผู้เอาประกันและคู่กรณี และเมื่อเกิดความบาดเจ็บทางร่างกายแม้เพียงเล็กน้อยไปจนถึงบาดเจ็บสาหัสก็สามารถเบิกค่ารักษาพยาบาลได้เช่นกัน
ประกันชั้น 1 จะให้การคุ้มครองต่อคู่กรณี หรือบุคคลภายนอก เมื่อเกิดอุบัติเหตุ ไม่ว่าฝั่งผู้เอาประกันจะเป็นฝ่ายถูกหรือผิดก็ตาม
หากเกิดอุบัติเหตุจนส่งผลให้เกิดความเสียหายกับตัวรถ แม้ว่าจะมีคู่กรณีหรือไม่ก็ตาม ก็จะได้รับความคุ้มครองจากประกัน และสามารถเคลมประกัน ส่งรถซ่อมได้ทั้งแบบซ่อมห้างและซ่อมอู่
สาเหตุที่หลายคนเลือกทำประกันชั้น 1 เพราะสามารถเคลมแบบไร้คู่กรณีได้ และอุบัติเหตุที่พบได้บ่อยคือ กระจกรถโดนหินกระเด็นหรือตกใส่จนได้รับความเสียหาย ซึ่งไม่ว่าความเสียหายดังกล่าวจะมากน้อยเพียงใด ก็สามารถเคลมประกันได้ เนื่องจากอยู่ในเงื่อนไขความคุ้มครองของประกันชั้น 1 นั่นเอง
ในการทำประกันชั้น 1 หรือแม้แต่ประกันชั้นอื่น ๆ ก็จะมีให้คุณเลือกเคลมประกันได้ทั้งแบบซ่อมห้างและซ่อมอู่ ซึ่งแน่นอนว่าหากกระจกรถของคุณได้รับความเสียหาย และต้องเข้าไปเปลี่ยนกระจกหรือเคลมประกันแล้วนั้น ก็สามารถเข้าไปดำเนินการได้ตามรูปแบบที่คุณได้เลือกไว้ได้เลย
การทำประกันชั้น 1 เพื่อเป็นตัวช่วยในการรองรับความเสี่ยงที่จะเกิดขึ้นบนท้องถนน เป็นตัวเลือกที่ดีและคุ้มค่า โดยเฉพาะกับผู้ที่ใช้รถใช้ถนนเป็นประจำ อย่าลืมว่าอุบัติเหตุสามารถเกิดขึ้นได้เสมอ เลือกซื้อประกันรถยนต์ที่ราคาดี และปรับแผนความคุ้มครองได้อย่างตรงใจ เพื่อความปลอดภัยของตัวคุณและรถคู่ใจของคุณเอง
check_circleคัดลอกลิงก์เรียบร้อย
เมื่อเปิดดูตารางกรมธรรม์ประกันภัยรถยนต์ของตนเอง หลายคนอาจเคยสะดุดตากับคำว่า “ร.ย.03” ในหมวดความคุ้มครองเพิ่มเติม และเกิดคำถามว่า รย.03 คือ อะไร มีความสำคัญอย่างไรต่อผู้ขับขี่ หรือบางคนอาจกำลังสับสนระหว่างรหัสในเอกสารประกันภัยกับรหัสประเภทรถของกรมการขนส่งทางบก บทความนี้จะมาไขคำตอบให้ชัดเจน เพื่อให้คุณเข้าใจสิทธิประโยชน์และใช้ความคุ้มครองได้อย่างเต็มเม็ดเต็มหน่วย รย.03 คืออะไร ในตารางกรมธรรม์ประกันภัยรถยนต์? ในแวดวงประกันภัย ร.ย.03 (หรือ รย.03) คือ รหัสมาตรฐานที่สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) กำหนดให้เป็น “เอกสารแนบท้ายสัญญาประกันภัยรถยนต์ว่าด้วยการประกันตัวผู้ขับขี่ (Driver’s Bail Bond)” ความคุ้มครองนี้มีขึ้นเพื่อช่วยเหลือผู้เอาประกันภัยหรือผู้ขับขี่ที่ได้รับความยินยอมจากผู้เอาประกันภัย ในกรณีที่ขับรถเกิดอุบัติเหตุเฉี่ยวชนจนเป็นเหตุให้คู่กรณีได้รับบาดเจ็บสาหัส หรือถึงแก่ชีวิต ซึ่งพนักงานสอบสวน (ตำรวจ) จะต้องดำเนินคดีอาญาในข้อหาขับรถโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต โดยบริษัทประกันภัยจะทำหน้าที่นำหลักทรัพย์หรือหนังสือรับรองไปวางเป็นหลักประกันในการขอประกันตัวผู้ขับขี่ออกมาสู้คดีในชั้นพนักงานสอบสวน พนักงานอัยการ หรือชั้นศาล สาระสำคัญของเอกสารแนบท้าย ร.ย.03: คุ้มครองการประกันตัวผู้ขับขี่อย่างไร เงื่อนไขและขอบเขตความคุ้มครองของ ร.ย.03 มีรายละเอียดสำคัญที่ผู้ขับขี่ควรรู้ดังนี้: เปรียบเทียบเอกสารแนบท้าย ร.ย.01, ร.ย.02 และ ร.ย.03 แตกต่างกันอย่างไร? เอกสารแนบท้ายมาตรฐาน คปภ. ที่พบได้บ่อยในกรมธรรม์ภาคสมัครใจ ได้แก่: อย่าจำสับสน! ร.ย.03 (ประกันภัย)… Continue reading รย.03 คืออะไร เจาะลึกเอกสารแนบท้ายประกันภัยรถยนต์ คุ้มครองประกันตัวผู้ขับขี่อย่างไร
ประกันวินาศภัย คือ การทำสัญญาประกันภัยรูปแบบหนึ่ง เพื่อชดเชยความเสียหายที่เกิดขึ้นกับทรัพย์สิน ซึ่งสามารถประเมินค่าเป็นตัวเงินได้ (โดยไม่รวมถึงการประกันชีวิต) หลักการทำงานคือ ผู้เอาประกันภัย ตกลงจ่ายเงินค่า เบี้ยประกัน ให้กับ ผู้รับประกันภัย (บริษัทประกัน) และหากเกิดเหตุไม่คาดฝันที่ทำให้ทรัพย์สินเสียหายตามที่ระบุไว้ใน กรมธรรม์ ทางบริษัทประกันจะทำการจ่าย ค่าสินไหมทดแทน เพื่อเยียวยาความเสียหายนั้นๆ ให้กลับมามีสภาพใกล้เคียงกับก่อนเกิดเหตุมากที่สุด การทำประกันวินาศภัยจึงเป็นเครื่องมือสำคัญในการบริหารความเสี่ยงทางเศรษฐกิจ เพื่อให้คุณอุ่นใจว่าทรัพย์สินที่มีค่าจะได้รับ ความคุ้มครอง อย่างเต็มที่ ประกันวินาศภัย มีกี่ประเภท อะไรบ้าง? หลายคนอาจสงสัยว่า ประกันวินาศภัย มีอะไรบ้าง ตามหลักเกณฑ์ทั่วไปแล้ว เราสามารถแบ่ง ประกันวินาศภัย 4 ประเภท หลักๆ ได้ดังต่อไปนี้: 1.ประกันอัคคีภัย (Fire Insurance) ประกันอัคคีภัย เป็นรูปแบบการคุ้มครองทรัพย์สินประเภทสิ่งปลูกสร้าง อาคาร บ้านเรือน รวมถึงทรัพย์สินที่อยู่ภายในอาคาร จากเหตุไฟไหม้ ฟ้าผ่า หรือภัยระเบิด นอกจากนี้ยังสามารถซื้อความคุ้มครองภัยธรรมชาติเพิ่มเติมได้ (เช่น น้ำท่วม ลมพายุ) สำหรับใครที่มีที่อยู่อาศัยเป็นของตนเอง การเลือกทำ ประกันบ้านและคอนโด ถือเป็นการลงทุนที่คุ้มค่า… Continue reading ประกันวินาศภัย คืออะไร? สิ่งสำคัญที่ช่วยปกป้องทรัพย์สินของคุณ
เวลาที่เรากำลังจะเลือกซื้อประกันรถยนต์ หลายคนมักจะเจอคำศัพท์ประกันภัยที่ชวนสับสน หนึ่งในนั้นคือคำว่า “Deductible” หรือ ค่าเสียหายส่วนแรก ซึ่งเป็นตัวแปรสำคัญที่ทำให้ค่าเบี้ยประกันรายปีของเราถูกลงได้อย่างมาก บทความนี้จะพาทุกคนไปทำความเข้าใจว่า Deductible คืออะไร ต้องจ่ายตอนไหน และต่างจากค่า Excess อย่างไร เพื่อให้คุณเลือกแผนกรมธรรม์ได้คุ้มค่าที่สุด Key Takeaways ความหมายของ ค่า Deductible (ค่าเสียหายส่วนแรกแบบสมัครใจ) ค่า Deductible (อ่านว่า ดีดักทิเบิล) หรือที่เรียกเป็นภาษาไทยว่า ค่าเสียหายส่วนแรกแบบสมัครใจ คือ จำนวนเงินแรกที่คุณตกลงกับบริษัทประกันภัยว่าจะรับผิดชอบจ่ายเองในแต่ละครั้งที่มีการเคลมประกัน โดยมีเงื่อนไขว่าอุบัติเหตุครั้งนั้น คุณเป็น “ฝ่ายผิด” หรือ “ไม่มีคู่กรณี” การระบุค่า Deductible ไว้ในกรมธรรม์ ถือเป็นกลยุทธ์ที่ช่วยให้ผู้เอาประกันประหยัดเงินค่าเบี้ยประกันรายปีได้มาก เพราะบริษัทประกันจะนำจำนวนเงิน Deductible ที่คุณเลือก ไปเป็นส่วนลดค่าเบี้ยประกันตอนซื้อนั่นเอง นอกจากการทำประกันภาคสมัครใจแล้ว ผู้ขับขี่ต้องไม่ลืมต่ออายุพ.ร.บ. รถยนต์ ซึ่งเป็นประกันภัยภาคบังคับ เพื่อรับความคุ้มครองค่ารักษาพยาบาลเบื้องต้นตามกฎหมายด้วย Deductible กับ Excess แตกต่างกันอย่างไร? เพื่อให้ทุกคนเข้าใจและไม่สับสนเวลาเคลมประกัน เราขอสรุปความแตกต่างของค่าเสียหายส่วนแรกทั้ง 2 แบบ… Continue reading Deductible คืออะไร? สิ่งที่คนมีรถต้องรู้ก่อนซื้อประกัน