ประกันภัยรถยนต์ คือหนึ่งในเกราะป้องกันที่ช่วยคุ้มครองตัวรถได้เป็นอย่างดีเมื่อเกิดอุบัติ หรือสิ่งไม่คาดฝันขึ้นกับตัวรถแบบไม่ได้เตรียมใจ แต่หลายคนก็อาจจะยังเกิดความสงสัยในเรื่องของเงื่อนไข โดยเฉพาะกับประกันชั้น 1 ที่มักจะคุ้นชินกับว่าคุ้มครองในทุกกรณีเมื่อเกิดความเสียหายขึ้นกับรถ แต่ถ้าเป็นเคสถอยรถชนเสา ประกันชั้น 1 จะคุ้มครองด้วยหรือเปล่า และมีอะไรบ้างที่ต้องรู้ในกรณีนี้ เราจะมาอธิบายให้ได้เข้าใจกัน
การถอยรถชนเสา ต้องเคลมแบบไม่มีคู่กรณีเท่านั้น แต่หลายอาจจะสงสัยว่าการเคลมแบบไม่มีคู่กรณี มันคืออะไร การเคลมแบบไม่มีคู่กรณี ก็คือการเกิดอุบัติเหตุเฉี่ยวชนที่ไม่ได้เกิดขึ้นกับรถคันอื่น แต่เป็นการเฉี่ยวชนกับสัตว์ ต้นไม้ เสาไฟฟ้า ประตูรั้วบ้าน ถอยรถชนเสา หรือแม้แต่การโดนชนแล้วหนี ก็เป็นกรณีพิเศษที่ถูกนับว่าเป็นการชนแบบไม่มีคู่กรณีเช่นกัน ซึ่งการเฉี่ยวชนแบบไม่มีคู่กรณีนี้ จะได้รับความคุ้มครองก็ต่อเมื่อทำประกันชั้น 1 เพียงเท่านั้น และเมื่อเกิดเหตุการณ์ขึ้น ก็ควรจะแจ้งทางบริษัทประกันทันที ไม่ควรปล่อยไว้นานจนลืมรายละเอียดเหตุการณ์ทั้งหมด
ใครที่ไม่รู้ว่าถอยรถชนเสา จะเคลมประกันชั้น 1 ได้อย่างไรบ้าง เราจะมาอธิบายถึงขั้นตอนในการดำเนินการให้อย่างละเอียด และเข้าใจไปพร้อม ๆ กัน ตามด้านล่างนี้
อันดับแรกที่ต้องทำเมื่อถอยรถชนเสา จนเกิดความเสียหายแก่ตัวรถ คือการแจ้งบริษัทประกันในทันที หรืออาจจะข้ามคืนแล้วค่อยแจ้งก็สามารถทำได้เช่นกัน แต่ไม่ควรปล่อยระยะเวลาไว้นานจนเกินไปแล้วค่อยแจ้ง เพราะเมื่อเราโทรติดต่อเจ้าหน้าที่ เราจำเป็นจะต้องเล่าถึงรายละเอียดต่าง ๆ เพื่อใช้ประกอบการเคลมประกัน หากปล่อยระยะเวลาทิ้งไว้นานเกินไป ก็อาจจะจำวัน เวลา และเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นไม่ได้นั่นเอง
อย่างที่เราได้บอกไปแล้วว่า ไม่ควรจะปล่อยให้ระยะเวลาผ่านไปหลายวัน เพราะเจ้าหน้าที่ที่เราติดต่อไป จะต้องสอบถามถึงวัน เวลา สถานที่ รวมไปถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอย่างละเอียด เพื่อนำข้อมูลไว้ใช้ประกอบการเคลมประกันเบื้องต้น จึงควรเล่าให้ละเอียดครบถ้วน เพื่อเป็นประโยชน์ต่อการเคลมประกันมากที่สุด
อุบัติเหตุถอยรถชนเสา เคลมประกันชั้น 1 จะมีขั้นตอนที่ยุ่งยากกว่าการชนแบบมีคู่กรณีอยู่นิดหน่อย ซึ่งเราจะต้องเป็นคนเตรียมเอกสารเพื่อใช้ในการดำเนินเรื่อง ดังนี้ (กรณีที่ยังไม่ได้เป็นกรมธรรม์แบบออนไลน์)
เมื่อเราทำการติดต่อบริษัทประกัน พร้อมกับแจ้งเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทั้งหมดไปแล้ว รวมไปถึงการเตรียมเอกสารสำคัญไว้ล่วงหน้าอย่างครบถ้วน บริษัทประกันจะส่งเจ้าหน้าที่ประกันภัยมาเพื่อดูสภาพรถจริง เพื่อถ่ายรูปเก็บหลักฐานจากการเกิดเหตุขึ้น และตรวจประเมินสภาพรถว่าเป็นไปตามที่เจ้าของรถแจ้งมาหรือไม่ หลังจากนั้นจะทำการออกใบเคลมประกันให้ เพื่อนำรถไปส่งเข้าศูนย์ซ่อมตัวถังต่อไป
ประกันชั้น 1 เพียงเท่านั้นที่รับเคลมแบบไม่มีคู่กรณี ประกันชั้นอื่นจะไม่ให้ความคุ้มครองใด ๆ เมื่อเกิดการเฉี่ยวชนแบบไม่มีคู่กรณีเกิดขึ้น ใครที่ยังมีประสบการณ์ในการขับรถมาไม่นานมาก หรืออาจจะอยากได้ความคุ้มครองแบบครบจบจริง ๆ ประกันชั้น 1 จึงเป็นประกันภัยรถยนต์ที่ตอบโจทย์มากที่สุดในการดูแลรถของเรา
สำหรับคนที่ยังสงสัยว่าอุบัติเหตุแบบไหนบ้างที่เข้าข่ายไม่มีคู่กรณี และอยากจะรู้ถึงรายละเอียดให้ชัดเจน เราจะมาอธิบายตัวอย่างการชนแบบไม่มีคู่กรณีให้ได้เข้าใจมากขึ้นกัน
ตัวอย่างแรกที่พบเจอได้บ่อยที่สุดในการเคลมประกันชั้น 1 ก็คือการชนสิ่งกีดขวางต่าง ๆ ซึ่งมักจะเกิดขึ้นจากการถอยรถเป็นหลัก หรือไม่ก็มักจะเกิดกับการขับเฉี่ยวชนในช่วงกลางคืน ที่มีแสงสว่างไม่เพียงพอ และเกิดอุบัติเหตุได้ง่าย เช่น
อีกหนึ่งเคสที่นับว่าเป็นการชนแบบไม่มีคู่กรณี ก็คือการถูกชนแล้วหนี ที่ทำให้รถเราเกิดความเสียหายตั้งแต่รอยครูดเล็กน้อย ไปจนไฟท้ายแตก รถมีรอยบุบ หรือกระจกตกแตกก็ตาม แต่คู่กรณีกลับไม่จอดเคลียร์ แต่เลือกขับหนีไปเลย บวกกับรถเราเองก็ไม่ได้มีกล้องหน้าบันทึกเหตุการณ์ หรือป้ายทะเบียนของรถคันที่ก่อเหตุ กรณีนี้ก็จะนับเป็นการชนแบบไม่มีคู่กรณีเช่นกัน
อีกหนึ่งเรื่องที่หลายคนอาจจะไม่รู้ในการเคลมประกันชั้น 1 ก็คืออุบัติเหตุจากภัยธรรมชาติที่เกิดขึ้นกับตัวรถจนเกิดความเสียหาย ก็สามารถเคลมแบบไม่มีคู่กรณีได้เช่นกัน ตัวอย่างเช่น
หาหมีการแจ้งถึงรายละเอียดเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอย่างชัดเจนว่าเป็นสถานที่ไหน แล้วถอยชนเสาตรงบริเวณไหน จะไม่ต้องเสียค่า Excess เพิ่มเติมแต่อย่างใด แต่หากแจ้งว่าไม่รู้ว่าถอยชนตอนไหน สถานที่ใด อาจจะต้องมีการเสียค่า Excess เพิ่มเติม
สำหรับคนที่ถอยรถชนเสา แต่มีประกันชั้น 1 น่าจะเข้าใจถึงความแตกต่าง และเงื่อนไขในการเคลมประกันประเภทนี้กันมากขึ้นแล้วใช่ไหม จะเห็นได้ว่าขั้นตอน และเงื่อนไขในการยื่นเคลมนั้นไม่ได้ยากอย่างที่คิด เพียงแค่แจ้งรายละเอียดเหตุการณ์ และเตรียมเอกสารให้ครบถ้วนเท่านั้นเอง เพราะประกันชั้น 1 เป็นประกันที่ให้ความคุ้มครองครอบคลุม และตอบโจทย์คนใช้งานรถมากที่สุดแล้ว แต่ถึงอย่างไรก็ควบขับขี่อย่างระมัดระวัง เพื่อป้องกันการเกิดอุบัติเหตุจะเป็นเรื่องดีที่สุด
check_circleคัดลอกลิงก์เรียบร้อย
เมื่อเปิดดูตารางกรมธรรม์ประกันภัยรถยนต์ของตนเอง หลายคนอาจเคยสะดุดตากับคำว่า “ร.ย.03” ในหมวดความคุ้มครองเพิ่มเติม และเกิดคำถามว่า รย.03 คือ อะไร มีความสำคัญอย่างไรต่อผู้ขับขี่ หรือบางคนอาจกำลังสับสนระหว่างรหัสในเอกสารประกันภัยกับรหัสประเภทรถของกรมการขนส่งทางบก บทความนี้จะมาไขคำตอบให้ชัดเจน เพื่อให้คุณเข้าใจสิทธิประโยชน์และใช้ความคุ้มครองได้อย่างเต็มเม็ดเต็มหน่วย รย.03 คืออะไร ในตารางกรมธรรม์ประกันภัยรถยนต์? ในแวดวงประกันภัย ร.ย.03 (หรือ รย.03) คือ รหัสมาตรฐานที่สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) กำหนดให้เป็น “เอกสารแนบท้ายสัญญาประกันภัยรถยนต์ว่าด้วยการประกันตัวผู้ขับขี่ (Driver’s Bail Bond)” ความคุ้มครองนี้มีขึ้นเพื่อช่วยเหลือผู้เอาประกันภัยหรือผู้ขับขี่ที่ได้รับความยินยอมจากผู้เอาประกันภัย ในกรณีที่ขับรถเกิดอุบัติเหตุเฉี่ยวชนจนเป็นเหตุให้คู่กรณีได้รับบาดเจ็บสาหัส หรือถึงแก่ชีวิต ซึ่งพนักงานสอบสวน (ตำรวจ) จะต้องดำเนินคดีอาญาในข้อหาขับรถโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต โดยบริษัทประกันภัยจะทำหน้าที่นำหลักทรัพย์หรือหนังสือรับรองไปวางเป็นหลักประกันในการขอประกันตัวผู้ขับขี่ออกมาสู้คดีในชั้นพนักงานสอบสวน พนักงานอัยการ หรือชั้นศาล สาระสำคัญของเอกสารแนบท้าย ร.ย.03: คุ้มครองการประกันตัวผู้ขับขี่อย่างไร เงื่อนไขและขอบเขตความคุ้มครองของ ร.ย.03 มีรายละเอียดสำคัญที่ผู้ขับขี่ควรรู้ดังนี้: เปรียบเทียบเอกสารแนบท้าย ร.ย.01, ร.ย.02 และ ร.ย.03 แตกต่างกันอย่างไร? เอกสารแนบท้ายมาตรฐาน คปภ. ที่พบได้บ่อยในกรมธรรม์ภาคสมัครใจ ได้แก่: อย่าจำสับสน! ร.ย.03 (ประกันภัย)… Continue reading รย.03 คืออะไร เจาะลึกเอกสารแนบท้ายประกันภัยรถยนต์ คุ้มครองประกันตัวผู้ขับขี่อย่างไร
ประกันวินาศภัย คือ การทำสัญญาประกันภัยรูปแบบหนึ่ง เพื่อชดเชยความเสียหายที่เกิดขึ้นกับทรัพย์สิน ซึ่งสามารถประเมินค่าเป็นตัวเงินได้ (โดยไม่รวมถึงการประกันชีวิต) หลักการทำงานคือ ผู้เอาประกันภัย ตกลงจ่ายเงินค่า เบี้ยประกัน ให้กับ ผู้รับประกันภัย (บริษัทประกัน) และหากเกิดเหตุไม่คาดฝันที่ทำให้ทรัพย์สินเสียหายตามที่ระบุไว้ใน กรมธรรม์ ทางบริษัทประกันจะทำการจ่าย ค่าสินไหมทดแทน เพื่อเยียวยาความเสียหายนั้นๆ ให้กลับมามีสภาพใกล้เคียงกับก่อนเกิดเหตุมากที่สุด การทำประกันวินาศภัยจึงเป็นเครื่องมือสำคัญในการบริหารความเสี่ยงทางเศรษฐกิจ เพื่อให้คุณอุ่นใจว่าทรัพย์สินที่มีค่าจะได้รับ ความคุ้มครอง อย่างเต็มที่ ประกันวินาศภัย มีกี่ประเภท อะไรบ้าง? หลายคนอาจสงสัยว่า ประกันวินาศภัย มีอะไรบ้าง ตามหลักเกณฑ์ทั่วไปแล้ว เราสามารถแบ่ง ประกันวินาศภัย 4 ประเภท หลักๆ ได้ดังต่อไปนี้: 1.ประกันอัคคีภัย (Fire Insurance) ประกันอัคคีภัย เป็นรูปแบบการคุ้มครองทรัพย์สินประเภทสิ่งปลูกสร้าง อาคาร บ้านเรือน รวมถึงทรัพย์สินที่อยู่ภายในอาคาร จากเหตุไฟไหม้ ฟ้าผ่า หรือภัยระเบิด นอกจากนี้ยังสามารถซื้อความคุ้มครองภัยธรรมชาติเพิ่มเติมได้ (เช่น น้ำท่วม ลมพายุ) สำหรับใครที่มีที่อยู่อาศัยเป็นของตนเอง การเลือกทำ ประกันบ้านและคอนโด ถือเป็นการลงทุนที่คุ้มค่า… Continue reading ประกันวินาศภัย คืออะไร? สิ่งสำคัญที่ช่วยปกป้องทรัพย์สินของคุณ
เวลาที่เรากำลังจะเลือกซื้อประกันรถยนต์ หลายคนมักจะเจอคำศัพท์ประกันภัยที่ชวนสับสน หนึ่งในนั้นคือคำว่า “Deductible” หรือ ค่าเสียหายส่วนแรก ซึ่งเป็นตัวแปรสำคัญที่ทำให้ค่าเบี้ยประกันรายปีของเราถูกลงได้อย่างมาก บทความนี้จะพาทุกคนไปทำความเข้าใจว่า Deductible คืออะไร ต้องจ่ายตอนไหน และต่างจากค่า Excess อย่างไร เพื่อให้คุณเลือกแผนกรมธรรม์ได้คุ้มค่าที่สุด Key Takeaways ความหมายของ ค่า Deductible (ค่าเสียหายส่วนแรกแบบสมัครใจ) ค่า Deductible (อ่านว่า ดีดักทิเบิล) หรือที่เรียกเป็นภาษาไทยว่า ค่าเสียหายส่วนแรกแบบสมัครใจ คือ จำนวนเงินแรกที่คุณตกลงกับบริษัทประกันภัยว่าจะรับผิดชอบจ่ายเองในแต่ละครั้งที่มีการเคลมประกัน โดยมีเงื่อนไขว่าอุบัติเหตุครั้งนั้น คุณเป็น “ฝ่ายผิด” หรือ “ไม่มีคู่กรณี” การระบุค่า Deductible ไว้ในกรมธรรม์ ถือเป็นกลยุทธ์ที่ช่วยให้ผู้เอาประกันประหยัดเงินค่าเบี้ยประกันรายปีได้มาก เพราะบริษัทประกันจะนำจำนวนเงิน Deductible ที่คุณเลือก ไปเป็นส่วนลดค่าเบี้ยประกันตอนซื้อนั่นเอง นอกจากการทำประกันภาคสมัครใจแล้ว ผู้ขับขี่ต้องไม่ลืมต่ออายุพ.ร.บ. รถยนต์ ซึ่งเป็นประกันภัยภาคบังคับ เพื่อรับความคุ้มครองค่ารักษาพยาบาลเบื้องต้นตามกฎหมายด้วย Deductible กับ Excess แตกต่างกันอย่างไร? เพื่อให้ทุกคนเข้าใจและไม่สับสนเวลาเคลมประกัน เราขอสรุปความแตกต่างของค่าเสียหายส่วนแรกทั้ง 2 แบบ… Continue reading Deductible คืออะไร? สิ่งที่คนมีรถต้องรู้ก่อนซื้อประกัน