การดูแลสภาพของยางรถยนต์ เป็นสิ่งสำคัญในการขับขี่ เพราะคงไม่อยากมีใครให้เกิดเหตุยางรถระเบิดขึ้นขณะขับขี่แน่นอน เพราะอาจนำไปสู่อุบัติเหตุที่ร้ายแรงต่อชีวิตและทรัพย์สินขึ้นได้ แต่จะทำอย่างไรดีเพื่อให้ทุกการขับขี่ปลอดภัย ไม่ต้องกังวลกับเหตุการณ์ที่ไม่คาดคิด เราจึงได้นำเทคนิคมาฝาก เพื่อให้รู้ว่าอาการยางระเบิดเกิดจากอะไรและจะหาวิธีป้องกันได้อย่างไร
1. ยางที่ใช้หมดอายุการใช้งาน เช่น มีสภาพบวม, ฉีกขาด, ดอกยางหมดสภาพและเนื้อยางมีรอยแตก เป็นต้น
2. ใช้ความเร็วในการขับขี่รถเกินที่กำหนด ทำให้ประสิทธิภาพยางเสื่อมไว
3. รถบรรทุกน้ำหนักมากเกินกำหนด
4. สูบลมยางไม่สมดุลหรือไม่ถูกต้อง
5. ยางมีความร้อนสูงจัด เนื่องมาจากอาการเบรกติดที่ล้อใดล้อหนึ่งและอาจทำให้เกิดไฟลุกได้
6. เปลี่ยนยางใหม่ แต่ยังคงใช้จุ๊บปิดเติมลมอันเก่าอยู่
7. เลือกใช้ยางไม่ถูกประเภท เช่น นำยางรถเก๋งมาใช้กับรถกระบะ เป็นต้น
8. แก้มยางได้รับการเสียดสีกับขอบถนน
วิธีการสังเกตเมื่อใกล้จะเกิดอาการยางระเบิดนั้น การขับขี่จะรู้สึกถึงอาการสั่นแปลกๆ ของพวงมาลัยและเราจะเริ่มบังคับรถได้ยากขึ้น โดยเฉพาะเมื่อไหร่ที่เราต้องการเลี้ยว จะเห็นอาการชัดเจนยิ่งขึ้น เมื่อมีอาการแบบนี้ต้องระวัง
เพราะนั่นอาจไม่ใช่ปัญหาที่ช่วงล่าง, ศูนย์ล้อหรือการถ่วงล้อแต่อย่างใด แต่มันคืออาการที่จะบอกเราว่า ยางรถยนต์เริ่มมีอาการบวมและพร้อมจะระเบิดแล้วนั่นเอง เมื่อเกิดเหตุการณ์แบบนี้ ให้ค่อยๆ ชะลอความเร็วลง หาที่จอดรถข้างทางและรีบตรวจสอบสภาพของยางในทันที โดยส่วนมากจะพบว่ายางรถจะมีอาการร้อนจัดและเริ่มบวมขึ้น
เมื่อยางระเบิดขณะขับรถควรทำอย่างไร ให้จับพวงมาลัยท่ามาตรฐานด้วยมือทั้งสองข้างอย่างมั่นคง แล้วค่อยๆ ถอนคันเร่งลง แล้วสังเกตรอบข้างว่ามีรถบริเวณใกล้เคียงหรือไม่ ให้เปิดไฟฉุกเฉินเพื่อขอทาง จากนั้นจึงค่อยๆ แตะเบรกเบาๆ อย่าเบรกแรงหรือกะทันหันเกินไปเป็นอันขาด เพราะจะทำให้รถหมุนหรือเสียหลักได้และห้ามเหยียบคลัตช์เพราะจะทำให้รถควบคุมได้ยากขึ้นจนทำให้เสียหลักพุ่งชนสิ่งกีดขวางข้างทางได้ อีกทั้งห้ามดึงเบรกมือเพื่อหยุดรถ เพราะอาจทำให้รถหมุนจนเกินควบคุม
หากสามารถลดความเร็วของรถจนอยู่ในระยะที่ปลอดภัยแล้ว ให้รีบพยายามเข้าชิดข้างทางให้มากที่สุด เมื่อความเร็วลดลงจนสามารถหยุดรถได้แล้ว ให้ลดเกียร์ลงเรื่อยๆ และบังคับรถจอดที่ข้างทางอย่างปลอดภัย ทีนี้ก็ติดต่อช่างเพื่อหาวิธีเปลี่ยนยางรถได้เลย
เมื่อรู้สาเหตุของการเกิดยางรถระเบิดแล้ว ก็ควรเลือกใช้ยางรถที่มีคุณภาพและตรวจเช็กความพร้อมของยางรถทุกครั้งก่อนเดินทาง เพื่อป้องกันการเกิดอุบัติเหตุและเพื่อความอุ่นใจ ทั้งนี้ควรทำประกันรถยนต์ภาคสมัครใจเอาไว้เพิ่มเติม เผื่อมีเหตุไม่คาดคิดประกันรถยนต์ออนไลน์ก็จะดูแลคุ้มครองอย่างเต็ม ที่สำคัญถูกมากเกินความคุ้มครอง ซื้อง่าย ได้กรมธรรม์ทันที เช็กเบี้ยรู้ราคาทันที ดูแผนประกันภัยรถยนต์ของ insurverse ได้ที่นี่
check_circleคัดลอกลิงก์เรียบร้อย
เมื่อเปิดดูตารางกรมธรรม์ประกันภัยรถยนต์ของตนเอง หลายคนอาจเคยสะดุดตากับคำว่า “ร.ย.03” ในหมวดความคุ้มครองเพิ่มเติม และเกิดคำถามว่า รย.03 คือ อะไร มีความสำคัญอย่างไรต่อผู้ขับขี่ หรือบางคนอาจกำลังสับสนระหว่างรหัสในเอกสารประกันภัยกับรหัสประเภทรถของกรมการขนส่งทางบก บทความนี้จะมาไขคำตอบให้ชัดเจน เพื่อให้คุณเข้าใจสิทธิประโยชน์และใช้ความคุ้มครองได้อย่างเต็มเม็ดเต็มหน่วย รย.03 คืออะไร ในตารางกรมธรรม์ประกันภัยรถยนต์? ในแวดวงประกันภัย ร.ย.03 (หรือ รย.03) คือ รหัสมาตรฐานที่สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) กำหนดให้เป็น “เอกสารแนบท้ายสัญญาประกันภัยรถยนต์ว่าด้วยการประกันตัวผู้ขับขี่ (Driver’s Bail Bond)” ความคุ้มครองนี้มีขึ้นเพื่อช่วยเหลือผู้เอาประกันภัยหรือผู้ขับขี่ที่ได้รับความยินยอมจากผู้เอาประกันภัย ในกรณีที่ขับรถเกิดอุบัติเหตุเฉี่ยวชนจนเป็นเหตุให้คู่กรณีได้รับบาดเจ็บสาหัส หรือถึงแก่ชีวิต ซึ่งพนักงานสอบสวน (ตำรวจ) จะต้องดำเนินคดีอาญาในข้อหาขับรถโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต โดยบริษัทประกันภัยจะทำหน้าที่นำหลักทรัพย์หรือหนังสือรับรองไปวางเป็นหลักประกันในการขอประกันตัวผู้ขับขี่ออกมาสู้คดีในชั้นพนักงานสอบสวน พนักงานอัยการ หรือชั้นศาล สาระสำคัญของเอกสารแนบท้าย ร.ย.03: คุ้มครองการประกันตัวผู้ขับขี่อย่างไร เงื่อนไขและขอบเขตความคุ้มครองของ ร.ย.03 มีรายละเอียดสำคัญที่ผู้ขับขี่ควรรู้ดังนี้: เปรียบเทียบเอกสารแนบท้าย ร.ย.01, ร.ย.02 และ ร.ย.03 แตกต่างกันอย่างไร? เอกสารแนบท้ายมาตรฐาน คปภ. ที่พบได้บ่อยในกรมธรรม์ภาคสมัครใจ ได้แก่: อย่าจำสับสน! ร.ย.03 (ประกันภัย)… Continue reading รย.03 คืออะไร เจาะลึกเอกสารแนบท้ายประกันภัยรถยนต์ คุ้มครองประกันตัวผู้ขับขี่อย่างไร
ประกันวินาศภัย คือ การทำสัญญาประกันภัยรูปแบบหนึ่ง เพื่อชดเชยความเสียหายที่เกิดขึ้นกับทรัพย์สิน ซึ่งสามารถประเมินค่าเป็นตัวเงินได้ (โดยไม่รวมถึงการประกันชีวิต) หลักการทำงานคือ ผู้เอาประกันภัย ตกลงจ่ายเงินค่า เบี้ยประกัน ให้กับ ผู้รับประกันภัย (บริษัทประกัน) และหากเกิดเหตุไม่คาดฝันที่ทำให้ทรัพย์สินเสียหายตามที่ระบุไว้ใน กรมธรรม์ ทางบริษัทประกันจะทำการจ่าย ค่าสินไหมทดแทน เพื่อเยียวยาความเสียหายนั้นๆ ให้กลับมามีสภาพใกล้เคียงกับก่อนเกิดเหตุมากที่สุด การทำประกันวินาศภัยจึงเป็นเครื่องมือสำคัญในการบริหารความเสี่ยงทางเศรษฐกิจ เพื่อให้คุณอุ่นใจว่าทรัพย์สินที่มีค่าจะได้รับ ความคุ้มครอง อย่างเต็มที่ ประกันวินาศภัย มีกี่ประเภท อะไรบ้าง? หลายคนอาจสงสัยว่า ประกันวินาศภัย มีอะไรบ้าง ตามหลักเกณฑ์ทั่วไปแล้ว เราสามารถแบ่ง ประกันวินาศภัย 4 ประเภท หลักๆ ได้ดังต่อไปนี้: 1.ประกันอัคคีภัย (Fire Insurance) ประกันอัคคีภัย เป็นรูปแบบการคุ้มครองทรัพย์สินประเภทสิ่งปลูกสร้าง อาคาร บ้านเรือน รวมถึงทรัพย์สินที่อยู่ภายในอาคาร จากเหตุไฟไหม้ ฟ้าผ่า หรือภัยระเบิด นอกจากนี้ยังสามารถซื้อความคุ้มครองภัยธรรมชาติเพิ่มเติมได้ (เช่น น้ำท่วม ลมพายุ) สำหรับใครที่มีที่อยู่อาศัยเป็นของตนเอง การเลือกทำ ประกันบ้านและคอนโด ถือเป็นการลงทุนที่คุ้มค่า… Continue reading ประกันวินาศภัย คืออะไร? สิ่งสำคัญที่ช่วยปกป้องทรัพย์สินของคุณ
เวลาที่เรากำลังจะเลือกซื้อประกันรถยนต์ หลายคนมักจะเจอคำศัพท์ประกันภัยที่ชวนสับสน หนึ่งในนั้นคือคำว่า “Deductible” หรือ ค่าเสียหายส่วนแรก ซึ่งเป็นตัวแปรสำคัญที่ทำให้ค่าเบี้ยประกันรายปีของเราถูกลงได้อย่างมาก บทความนี้จะพาทุกคนไปทำความเข้าใจว่า Deductible คืออะไร ต้องจ่ายตอนไหน และต่างจากค่า Excess อย่างไร เพื่อให้คุณเลือกแผนกรมธรรม์ได้คุ้มค่าที่สุด Key Takeaways ความหมายของ ค่า Deductible (ค่าเสียหายส่วนแรกแบบสมัครใจ) ค่า Deductible (อ่านว่า ดีดักทิเบิล) หรือที่เรียกเป็นภาษาไทยว่า ค่าเสียหายส่วนแรกแบบสมัครใจ คือ จำนวนเงินแรกที่คุณตกลงกับบริษัทประกันภัยว่าจะรับผิดชอบจ่ายเองในแต่ละครั้งที่มีการเคลมประกัน โดยมีเงื่อนไขว่าอุบัติเหตุครั้งนั้น คุณเป็น “ฝ่ายผิด” หรือ “ไม่มีคู่กรณี” การระบุค่า Deductible ไว้ในกรมธรรม์ ถือเป็นกลยุทธ์ที่ช่วยให้ผู้เอาประกันประหยัดเงินค่าเบี้ยประกันรายปีได้มาก เพราะบริษัทประกันจะนำจำนวนเงิน Deductible ที่คุณเลือก ไปเป็นส่วนลดค่าเบี้ยประกันตอนซื้อนั่นเอง นอกจากการทำประกันภาคสมัครใจแล้ว ผู้ขับขี่ต้องไม่ลืมต่ออายุพ.ร.บ. รถยนต์ ซึ่งเป็นประกันภัยภาคบังคับ เพื่อรับความคุ้มครองค่ารักษาพยาบาลเบื้องต้นตามกฎหมายด้วย Deductible กับ Excess แตกต่างกันอย่างไร? เพื่อให้ทุกคนเข้าใจและไม่สับสนเวลาเคลมประกัน เราขอสรุปความแตกต่างของค่าเสียหายส่วนแรกทั้ง 2 แบบ… Continue reading Deductible คืออะไร? สิ่งที่คนมีรถต้องรู้ก่อนซื้อประกัน