ตามกฎหมาย พ.ร.บ. รถยนต์ รถทุกคันต้องมีการทำประกันภัยภาคบังคับ หากเกิดเหตุ พ.ร.บ. ขาด รถชนเสียชีวิต หรือได้รับบาดเจ็บสาหัส จะสามารถรับเงินค่าเสียหายเบื้องต้นได้จากทางไหนบ้าง ส่วนผู้ที่ พ.ร.บ.ขาด รถชนเสียชีวิต ต้องรับผิดชอบโทษทางกฎหมายอย่างไร นอกเหนือจากนั้นรถไม่มี พ.ร.บ. ยังต้องเสียค่าปรับเท่าไหร่ เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุบานปลายโดยเฉพาะกรณีที่รถไม่มี พ.ร.บ. โดนชนเสียชีวิต ควรได้รับรู้สิทธิ์ที่ตนควรรักษาเอาไว้ หรือปฏิบัติตามกฎหมายเรื่องการต่อ พ.ร.บ. อย่างเคร่งครัด ดังข้อมูลทั้งหมดในบทความที่ insurverse เรียบเรียงมาให้
พ.ร.บ. รถยนต์ครอบคลุมความคุ้มครองโดยหลัก 2 ด้าน คือ ค่าเสียหายเบื้องต้น และค่าสินไหมทดแทน ซึ่งการดูแลคุ้มครองจากที่กล่าวมา มีรายละเอียดที่แตกต่างกันออกไปตามกรณี รวมถึงค่าใช้จ่ายที่ดูแลได้สูงสุดไม่เท่ากัน เพื่อเป็นการรักษาสิทธิ์และประโยชน์ของผู้ที่มี พ.ร.บ. รถยนต์ทุกคัน ควรอ่านข้อมูลและจดจำเบื้องต้นไว้อย่างครบถ้วน ดังข้อมูลต่อไปนี้
ค่าเสียหายเบื้องต้น เป็นความคุ้มครองที่จะได้รับทันที โดยไม่ต้องมีการพิสูจน์ว่าฝ่ายใดถูกหรือผิด โดยมีความคุ้มครองขั้นต้น คือ ค่ารักษาพยาบาล (ตามค่าเสียหายจริง) ไม่เกิน 30,000 บาทต่อคน และกรณีเสียชีวิต เสียอวัยวะ หรือทุพพลภาพถาวร ไม่เกิน 35,000 บาทต่อคน แต่หากเกิดเหตุร้ายแรงอย่าง พ.ร.บ. ขาด รถชนเสียชีวิต จะทำให้ไม่สามารถเบิกความคุ้มครองในส่วนนี้ได้
ค่าสินไหมทดแทน จะมีการดูแลชดเชยก็ต่อเมื่อได้รับการพิสูจน์หลักฐานจากที่เกิดเหตุแล้ว ว่าฝ่ายใดเป็นฝ่ายถูกหรือผิด ในกรณีที่มีการตัดสินจากเจ้าหน้าที่ในเหตุการณ์แล้วว่าเป็นฝ่ายถูก จะได้รับค่าสินไหมทดแทนเพื่อดูแลคุ้มครองเพิ่มเติมดังนี้
ในส่วนของค่าสินไหมทดแทน หากเป็นฝ่ายผิดก็จะไม่ได้รับการคุ้มครองใด ๆ ตามลิสต์รายการด้านบนเลย รวมถึงเมื่ออยู่ในสถานการณ์ พ.ร.บ. ขาด รถชนเสียชีวิต ด้วยเช่นกัน แต่ทั้งนี้ทางฝ่ายผู้เสียหายยังสามารถเรียกร้องค่าเสียหาย จากสำนักงานกองทุนทดแทนผู้ประสบภัยจากรถได้ โดยข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับสำนักงานฯ ดังกล่าวสามารถเลื่อนลงไปอ่านข้อมูลเพิ่มเติมกันได้ที่หัวข้อถัดไป
พ.ร.บ. ขาด รถชนเสียชีวิต สามารถเรียกร้องขอความคุ้มครองได้จาก สำนักงานกองทุนทดแทนผู้ประสบภัย ซึ่งทางกองทุนฯ จะมีการสำรองจ่ายค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นจากอุบัติเหตุให้แก่ผู้ที่เป็นฝ่ายถูกก่อน หลังจากนั้นจะมีการเรียกเก็บค่าเสียหายย้อนหลังจากเจ้าของรถยนต์คันที่ไม่มี พ.ร.บ. ทั้งหมด พร้อมกับชาร์จค่าเสียหายเพิ่มเติมอีก 20% ทั้งยังมีค่าปรับเพิ่มเติมอีก 10,000 บาท เพราะรถยนต์ไม่ได้ต่ออายุ พ.ร.บ. ตามที่กฎหมายกำหนด ดังนั้นถ้าหากเกิดเหตุการณ์รถไม่ หรือร้ายแรงตามที่กล่าวมา สามารถติดต่อสำนักงานกองทุนทดแทนผู้ประสบภัยได้เลยทันที
กรณีเป็นฝ่ายผิดหาก พ.ร.บ. ขาด รถชนเสียชีวิต จะต้องถูกทางสำนักงานกองทุนทดแทนผู้ประสบภัย เรียกร้องค่าเสียหายที่จ่ายไปตามจริงทั้งหมด บวกเพิ่มกับชาร์จค่าเสียหายอีก 20% ทั้งยังต้องถูกปรับเพิ่มเติม 10,000 บาทตามที่ได้กล่าวไปด้านบน
กรณีที่เป็นฝ่ายถูก ทางสำนักงานกองทุนทดแทนผู้ประสบภัยจะมีการชำระค่าเสียหาย หรือค่าใช้จ่ายที่กฎหมายครอบคลุมทั้งหมดให้แก่ผู้เสียหาย ถึงแม้ว่าฝ่ายผิดจะไม่มีเงินค่าชดเชยความเสียหายที่เกิดขึ้น คุณจะยังได้รับความคุ้มครองจากกองทุนฯ เช่นเดิม
กรณีประสบอุบัติเหตุแบบไม่มีคู่กรณี ต่อให้ไม่ถึงขั้น พ.ร.บ. ขาด รถชนเสียชีวิต คุณก็จะไม่ได้รับการคุ้มครองใด ๆ อยู่ดีเช่นกัน นอกจากนั้นยังต้องจ่ายค่าเสียหายด้วยตัวเองทั้งหมดอยู่ดี เว้นแต่ว่าจะมีการทำประกันรถยนต์ภาคสมัครใจเสริมเอาไว้ ก็จะได้รับการดูแลตามเงื่อนไขของกรมธรรม์อีกทีหนึ่ง
ได้ทราบข้อมูลการเรียกร้องหากต้องเจอสถานการณ์ พ.ร.บ. ขาด รถชนเสียชีวิต กันไปเรียบร้อยแล้ว ลองมาดูกันว่าถ้า พ.ร.บ. รถยนต์ขาดในแต่ละช่วงเวลา ต้องโดนค่าปรับกันเท่าไหร่บ้าง ซึ่งจะแบ่งออกเป็น 3 ระยะ คือ ขาดไม่เกิน 1 ปี, ขาดไม่เกิน 2 ปี และขาด 3 ปีขึ้นไป
สามารถต่อ พ.ร.บ. ได้ทันที ยังไม่มีค่าปรับเกี่ยวกับ พ.ร.บ. โดยตรง แต่จะมีค่าปรับในเรื่องของการขาดต่อภาษีรถยนต์ ซึ่งปรับประมาณ 1% ของภาษีรถยนต์ต่อเดือน
กรณีที่ขาดไม่เกิน 2 ปี ต้องมีการตรวจสภาพรถยนต์ใหม่อีกครั้ง เพื่อทำการต่อ พ.ร.บ. รถยนต์ด้วยตัวเองที่กรมขนส่ง พร้อมกับเสียค่าปรับสูงสุดไม่เกิน 10,000 บาท และต้องเตรียมเอกสารสมุดทะเบียนรถกับสำเนาบัตรประชาชนเจ้าของรถไปด้วย
กรณีที่ขาดต่อ พ.ร.บ. นาน 3 ปีขึ้นไป มีโอกาสสูงมากที่จะถูกระงับป้ายทะเบียนรถยนต์ ซึ่งต้องเสียทั้งค่าปรับกรณีขาดภาษีรถยนต์อย่างหนัก ค่าปรับ พ.ร.บ. ขาดสูงสุดไม่เกิน 10,000 บาท และต้องมีการส่งป้ายทะเบียนคืนให้กับกรมขนส่ง หากไม่ส่งภายใน 30 วัน จะโดนปรับเพิ่มอีก 1,000 บาท หากจะต่อ พ.ร.บ. ใหม่อีกครั้งในกรณีนี้ ต้องเตรียมเอกสารไปทั้งหมด 3 รายการ คือ ทะเบียนบ้านเจ้าของรถ, สมุดทะเบียนรถ และสำเนาบัตรประชาชน
โทษตามกฎหมายจราจรทางบกหากขาดต่อ พ.ร.บ. รถยนต์ คือ หากถูกเจ้าหน้าที่เรียกตรวจสอบ สามารถโดนค่าปรับสูงสุดไม่เกิน 10,000 บาทเช่นกัน ยิ่งไปกว่านั้นการขาดต่อ พ.ร.บ. รถยนต์ แปลว่าจะต้องขาดต่อภาษีรถยนต์ด้วย ดังนั้นอาจถูกปรับเพิ่มอีก 400-1,000 บาทได้อีกต่างหาก
กรณีขับรถชนคนเสียชีวิตที่ต่อให้มี หรือ พ.ร.บ. ขาด รถชนเสียชีวิต จะต้องเผชิญหน้ากฎหมายขั้นต้นในชุดเดียวกัน คือ การขับรถชนคนเสียชีวิต เป็นความผิดทางอาญา โทษสำหรับผู้ที่ขับรถชนคนเสียชีวิตผิดฐานขับรถโดยประมาทจนเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย มีโทษจำคุกไม่เกิน 10 ปี ปรับ 200,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 291 ยิ่งไปกว่านั้นต้องมีการชดใช้ค่าสินไหมทดแทนทางแพ่งให้กับฝ่ายผู้เสียหาย ซึ่งเป็นกรณีเข้าข่าย ประมาท แต่มิใช่ เจตนา ขับรถชนคู่กรณี
สรุปแล้วหาก พ.ร.บ. ขาด รถชนเสียชีวิต เป็นฝ่ายผิด ต้องรับผิดชอบค่าเสียหายทั้งหมดด้วยตัวเอง พร้อมกับโดนค่าปรับอีกมหาศาล ดังนั้นเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุร้ายแรงจนไม่สามารถรับผิดชอบได้ กฎหมายจึงกำหนดให้เจ้าของรถยนต์ทุกคันต้องมีการต่อ พ.ร.บ. รถยนต์ อยู่ทุกปี เพื่อให้ทุกคนได้รับการคุ้มครองขั้นพื้นฐานด้านการรักษาพยาบาลเบื้องต้นตามสวัสดิการแห่งรัฐ ซึ่งในสมัยนี้ช่องทางการต่อ พ.ร.บ. รถยนต์มีให้เลือกใช้บริการมากมาย โดยง่ายและสะดวกสบายที่สุดต้องยกให้ ต่อผ่านระบบออนไลน์กับ insurverse รวดเร็ว คุ้มค่า นำกรมธรรม์ไปต่อภาษีได้ทันที และยังมีระบบเตือนก่อนวันหมดอายุให้ด้วย
check_circleคัดลอกลิงก์เรียบร้อย
เมื่อเปิดดูตารางกรมธรรม์ประกันภัยรถยนต์ของตนเอง หลายคนอาจเคยสะดุดตากับคำว่า “ร.ย.03” ในหมวดความคุ้มครองเพิ่มเติม และเกิดคำถามว่า รย.03 คือ อะไร มีความสำคัญอย่างไรต่อผู้ขับขี่ หรือบางคนอาจกำลังสับสนระหว่างรหัสในเอกสารประกันภัยกับรหัสประเภทรถของกรมการขนส่งทางบก บทความนี้จะมาไขคำตอบให้ชัดเจน เพื่อให้คุณเข้าใจสิทธิประโยชน์และใช้ความคุ้มครองได้อย่างเต็มเม็ดเต็มหน่วย รย.03 คืออะไร ในตารางกรมธรรม์ประกันภัยรถยนต์? ในแวดวงประกันภัย ร.ย.03 (หรือ รย.03) คือ รหัสมาตรฐานที่สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) กำหนดให้เป็น “เอกสารแนบท้ายสัญญาประกันภัยรถยนต์ว่าด้วยการประกันตัวผู้ขับขี่ (Driver’s Bail Bond)” ความคุ้มครองนี้มีขึ้นเพื่อช่วยเหลือผู้เอาประกันภัยหรือผู้ขับขี่ที่ได้รับความยินยอมจากผู้เอาประกันภัย ในกรณีที่ขับรถเกิดอุบัติเหตุเฉี่ยวชนจนเป็นเหตุให้คู่กรณีได้รับบาดเจ็บสาหัส หรือถึงแก่ชีวิต ซึ่งพนักงานสอบสวน (ตำรวจ) จะต้องดำเนินคดีอาญาในข้อหาขับรถโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต โดยบริษัทประกันภัยจะทำหน้าที่นำหลักทรัพย์หรือหนังสือรับรองไปวางเป็นหลักประกันในการขอประกันตัวผู้ขับขี่ออกมาสู้คดีในชั้นพนักงานสอบสวน พนักงานอัยการ หรือชั้นศาล สาระสำคัญของเอกสารแนบท้าย ร.ย.03: คุ้มครองการประกันตัวผู้ขับขี่อย่างไร เงื่อนไขและขอบเขตความคุ้มครองของ ร.ย.03 มีรายละเอียดสำคัญที่ผู้ขับขี่ควรรู้ดังนี้: เปรียบเทียบเอกสารแนบท้าย ร.ย.01, ร.ย.02 และ ร.ย.03 แตกต่างกันอย่างไร? เอกสารแนบท้ายมาตรฐาน คปภ. ที่พบได้บ่อยในกรมธรรม์ภาคสมัครใจ ได้แก่: อย่าจำสับสน! ร.ย.03 (ประกันภัย)… Continue reading รย.03 คืออะไร เจาะลึกเอกสารแนบท้ายประกันภัยรถยนต์ คุ้มครองประกันตัวผู้ขับขี่อย่างไร
ประกันวินาศภัย คือ การทำสัญญาประกันภัยรูปแบบหนึ่ง เพื่อชดเชยความเสียหายที่เกิดขึ้นกับทรัพย์สิน ซึ่งสามารถประเมินค่าเป็นตัวเงินได้ (โดยไม่รวมถึงการประกันชีวิต) หลักการทำงานคือ ผู้เอาประกันภัย ตกลงจ่ายเงินค่า เบี้ยประกัน ให้กับ ผู้รับประกันภัย (บริษัทประกัน) และหากเกิดเหตุไม่คาดฝันที่ทำให้ทรัพย์สินเสียหายตามที่ระบุไว้ใน กรมธรรม์ ทางบริษัทประกันจะทำการจ่าย ค่าสินไหมทดแทน เพื่อเยียวยาความเสียหายนั้นๆ ให้กลับมามีสภาพใกล้เคียงกับก่อนเกิดเหตุมากที่สุด การทำประกันวินาศภัยจึงเป็นเครื่องมือสำคัญในการบริหารความเสี่ยงทางเศรษฐกิจ เพื่อให้คุณอุ่นใจว่าทรัพย์สินที่มีค่าจะได้รับ ความคุ้มครอง อย่างเต็มที่ ประกันวินาศภัย มีกี่ประเภท อะไรบ้าง? หลายคนอาจสงสัยว่า ประกันวินาศภัย มีอะไรบ้าง ตามหลักเกณฑ์ทั่วไปแล้ว เราสามารถแบ่ง ประกันวินาศภัย 4 ประเภท หลักๆ ได้ดังต่อไปนี้: 1.ประกันอัคคีภัย (Fire Insurance) ประกันอัคคีภัย เป็นรูปแบบการคุ้มครองทรัพย์สินประเภทสิ่งปลูกสร้าง อาคาร บ้านเรือน รวมถึงทรัพย์สินที่อยู่ภายในอาคาร จากเหตุไฟไหม้ ฟ้าผ่า หรือภัยระเบิด นอกจากนี้ยังสามารถซื้อความคุ้มครองภัยธรรมชาติเพิ่มเติมได้ (เช่น น้ำท่วม ลมพายุ) สำหรับใครที่มีที่อยู่อาศัยเป็นของตนเอง การเลือกทำ ประกันบ้านและคอนโด ถือเป็นการลงทุนที่คุ้มค่า… Continue reading ประกันวินาศภัย คืออะไร? สิ่งสำคัญที่ช่วยปกป้องทรัพย์สินของคุณ
เวลาที่เรากำลังจะเลือกซื้อประกันรถยนต์ หลายคนมักจะเจอคำศัพท์ประกันภัยที่ชวนสับสน หนึ่งในนั้นคือคำว่า “Deductible” หรือ ค่าเสียหายส่วนแรก ซึ่งเป็นตัวแปรสำคัญที่ทำให้ค่าเบี้ยประกันรายปีของเราถูกลงได้อย่างมาก บทความนี้จะพาทุกคนไปทำความเข้าใจว่า Deductible คืออะไร ต้องจ่ายตอนไหน และต่างจากค่า Excess อย่างไร เพื่อให้คุณเลือกแผนกรมธรรม์ได้คุ้มค่าที่สุด Key Takeaways ความหมายของ ค่า Deductible (ค่าเสียหายส่วนแรกแบบสมัครใจ) ค่า Deductible (อ่านว่า ดีดักทิเบิล) หรือที่เรียกเป็นภาษาไทยว่า ค่าเสียหายส่วนแรกแบบสมัครใจ คือ จำนวนเงินแรกที่คุณตกลงกับบริษัทประกันภัยว่าจะรับผิดชอบจ่ายเองในแต่ละครั้งที่มีการเคลมประกัน โดยมีเงื่อนไขว่าอุบัติเหตุครั้งนั้น คุณเป็น “ฝ่ายผิด” หรือ “ไม่มีคู่กรณี” การระบุค่า Deductible ไว้ในกรมธรรม์ ถือเป็นกลยุทธ์ที่ช่วยให้ผู้เอาประกันประหยัดเงินค่าเบี้ยประกันรายปีได้มาก เพราะบริษัทประกันจะนำจำนวนเงิน Deductible ที่คุณเลือก ไปเป็นส่วนลดค่าเบี้ยประกันตอนซื้อนั่นเอง นอกจากการทำประกันภาคสมัครใจแล้ว ผู้ขับขี่ต้องไม่ลืมต่ออายุพ.ร.บ. รถยนต์ ซึ่งเป็นประกันภัยภาคบังคับ เพื่อรับความคุ้มครองค่ารักษาพยาบาลเบื้องต้นตามกฎหมายด้วย Deductible กับ Excess แตกต่างกันอย่างไร? เพื่อให้ทุกคนเข้าใจและไม่สับสนเวลาเคลมประกัน เราขอสรุปความแตกต่างของค่าเสียหายส่วนแรกทั้ง 2 แบบ… Continue reading Deductible คืออะไร? สิ่งที่คนมีรถต้องรู้ก่อนซื้อประกัน