ทุกวันนี้สินค้าและบริการแทบทุกอย่างสามารถซื้อได้ผ่านช่องทางออนไลน์ ไม่เว้นแม้กระทั่งประกันรถยนต์ โดยแทบทุกบริษัทให้คุณเลือกซื้อและต่อประกันได้แบบออนไลน์ เป็นการช่วยอำนวยความสะดวกให้คุณ ทำให้คุณซื้อประกันได้ทุกที่ทุกเวลาที่ต้องการ และเช่นเดียวกับสินค้าอีกหลายประเภทคือไม่จำเป็นต้องมีเงินสดเต็มจำนวนก็ซื้อได้ โดยในวันนี้เราจะมาเจาะลึกการซื้อประกันด้วยวิธีผ่อนเงินสด ซึ่งถือเป็นอีกหนึ่งตัวเลือกที่น่าสนใจ
เราเชื่อว่านี่คือสิ่งที่หลายคนสงสัย หลายคนคงอยากรู้ว่าการซื้อประกันรถยนต์ผ่อนเงินสดคืออะไร เหมือนกับการผ่อนด้วยบัตรเครดิตหรือไม่ ซึ่งคำตอบก็คือไม่เหมือนกันครับ เพราะการผ่อนเงินสดทำได้โดยไม่ต้องใช้บัตรเครดิต เป็นการผ่อนโดยใช้เงินที่มีอยู่ในบัญชีมาแบ่งจ่ายรายเดือนกับบริษัทประกัน ถ้าเทียบง่าย ๆ ก็คล้ายกับการซื้อของด้วยบัตรเดบิทเพราะใช้เงินที่มีในบัญชีอยู่แล้ว เพียงแต่การผ่อนเงินสดช่วยให้คุณแบ่งจ่ายรายเดือนได้ ถือเป็นอีกทางเลือกที่บริษัทประกันอำนวยความสะดวกให้ลูกค้า
ข้อดีอันดับแรกของการซื้อประกันรถยนต์ผ่อนเงินสดคือ ไม่มีบัตรเครดิตก็ซื้อ ได้ และนอกจากนี้เมื่อจ่ายเงินงวดแรกเรียบร้อย ก็จะได้รับความคุ้มครองทันที สำหรับการแบ่งจ่ายจะขึ้นอยู่กับบริษัทประกันว่าให้คุณแบ่งจ่ายได้กี่งวด โดยส่วนใหญ่มักจะมาพร้อมกับโปรโมชั่นผ่อน 0% เช่นผ่อน 0% นานสิบเดือน ซึ่งอีกข้อดีที่ตามมาคือช่วยให้คุณจัดการค่าใช้จ่ายในแต่ละเดือนได้แบบไม่มีปัญหาอะไร และขึ้นอยู่กับบริษัทประกันนั้นๆว่ามีการผ่อนแบบเงินสดหรือไม่ ซึ่งที่อินชัวร์เวิร์ส จะสามารถผ่อนได้กับบัตรเคดิตค่ะ
อย่างไรก็ตาม ไม่มีสิ่งใดที่ดีร้อยเปอร์เซ็นต์ การผ่อนเงินสดก็เช่นกัน แต่ข้อเสียของการผ่อนประเภทนี้จะเกิดขึ้นก็ต่อเมื่อคุณผิดนัดชำระ โดยจะมีค่าปรับตามที่ระบุไว้ในสัญญา รวมถึงความคุ้มครองอาจถูกระงับ และที่สำคัญคือส่งผลเสียต่อประวัติทางการเงินของคุณเช่นเดียวกับการผิดนัดชำระหนี้ประเภทอื่น
การซื้อประกันรถยนต์ผ่อนเงินสดเหมาะกับคนที่ไม่มีบัตรเครดิต ในขณะเดียวกันก็ไม่มีเงินสดเต็มจำนวนพอที่จะซื้อประกันรถยนต์ชั้น 1 ได้ แต่ก็ยังต้องการได้รับความคุ้มครองอย่างเต็มที่ นอกจากนี้ยังเหมาะกับคนที่มีบัตรเครดิต แต่เมื่อดูแล้วพบว่าบัตรเครดิตไม่ร่วมรายการโปรโมชั่นหรือซื้อแบบผ่อนเงินสดแล้วได้โที่คุ้มกว่า ซึ่งหนึ่งสิ่งที่ต้องวางแผนคือเงินสดที่จะเตรียมไว้ในบัญชีอย่างสม่ำเสมอเพื่อผ่อนจ่ายในแต่ละเดือน
คุณคงรู้แล้วว่าการซื้อประกันด้วยวิธีผ่อนเงินสดเหมาะกับตัวเองหรือไม่ ซึ่งไม่ว่าวิธีนี้จะเหมาะกับคุณหรือไม่ หากคุณกำลังมองหาประกันที่ใช่ พร้อมตอบโจทย์ทุกความต้องการของคุณ มีแผนประกันให้ปรับแต่งได้ตามใจ เราขอแนะนำให้เลือกซื้อประกันรถยนต์กับ อินชัวร์เวิร์ส จะประกันภาคบังคับหรือภาคสมัครใจก็มีให้เลือก รวมถึงมีตัวเลือกเสริมความคุ้มครองที่ปรับแต่งได้ ไม่ว่าจะเป็นการเพิ่มค่าชดเชยกรณีทรัพย์สินในรถเสียหายหรือค่าชดเชยกรณีต้องรักษาตัวเนื่องจากอุบัติเหตุ เราก็มีแผนประกันที่ใช่รอไว้พร้อมสำหรับคุณ เช็กเบี้ยประกันรถยนต์ที่นี่! สามารถผ่อนด้วยบัตรเคดิตได้ค่ะ!
check_circleคัดลอกลิงก์เรียบร้อย
เวลาที่เรากำลังจะเลือกซื้อประกันรถยนต์ หลายคนมักจะเจอคำศัพท์ประกันภัยที่ชวนสับสน หนึ่งในนั้นคือคำว่า “Deductible” หรือ ค่าเสียหายส่วนแรก ซึ่งเป็นตัวแปรสำคัญที่ทำให้ค่าเบี้ยประกันรายปีของเราถูกลงได้อย่างมาก บทความนี้จะพาทุกคนไปทำความเข้าใจว่า Deductible คืออะไร ต้องจ่ายตอนไหน และต่างจากค่า Excess อย่างไร เพื่อให้คุณเลือกแผนกรมธรรม์ได้คุ้มค่าที่สุด Key Takeaways ความหมายของ ค่า Deductible (ค่าเสียหายส่วนแรกแบบสมัครใจ) ค่า Deductible (อ่านว่า ดีดักทิเบิล) หรือที่เรียกเป็นภาษาไทยว่า ค่าเสียหายส่วนแรกแบบสมัครใจ คือ จำนวนเงินแรกที่คุณตกลงกับบริษัทประกันภัยว่าจะรับผิดชอบจ่ายเองในแต่ละครั้งที่มีการเคลมประกัน โดยมีเงื่อนไขว่าอุบัติเหตุครั้งนั้น คุณเป็น “ฝ่ายผิด” หรือ “ไม่มีคู่กรณี” การระบุค่า Deductible ไว้ในกรมธรรม์ ถือเป็นกลยุทธ์ที่ช่วยให้ผู้เอาประกันประหยัดเงินค่าเบี้ยประกันรายปีได้มาก เพราะบริษัทประกันจะนำจำนวนเงิน Deductible ที่คุณเลือก ไปเป็นส่วนลดค่าเบี้ยประกันตอนซื้อนั่นเอง นอกจากการทำประกันภาคสมัครใจแล้ว ผู้ขับขี่ต้องไม่ลืมต่ออายุพ.ร.บ. รถยนต์ ซึ่งเป็นประกันภัยภาคบังคับ เพื่อรับความคุ้มครองค่ารักษาพยาบาลเบื้องต้นตามกฎหมายด้วย Deductible กับ Excess แตกต่างกันอย่างไร? เพื่อให้ทุกคนเข้าใจและไม่สับสนเวลาเคลมประกัน เราขอสรุปความแตกต่างของค่าเสียหายส่วนแรกทั้ง 2 แบบ… Continue reading Deductible คืออะไร? สิ่งที่คนมีรถต้องรู้ก่อนซื้อประกัน
ค่า excess กับ deductible ต่างกันอย่างไร เวลาเลือกซื้อประกันรถยนต์ ผลต่อการเคลมหรือค่าใช้จ่ายอย่างไร แม้ทั้งสองอย่างจะเป็น "ค่าเสียหายส่วนแรก" เหมือนกัน แต่มีเงื่อนไขและวัตถุประสงค์ที่แตกต่างกัน การทำความเข้าใจเรื่องนี้จะช่วยให้ซื้อประกันรถยนต์ได้เหมาะกับการใช้งาน ไม่พลาดย้อนหลัง
ประกันรถยนต์ชั้น 1 กับ 2+ เป็นประกันภาคสมัครใจที่ให้ความคุ้มครองใกล้เคียงกัน จนหลายคนลังเลว่าควรเลือกประกันรถยนต์แบบไหนดี โดยเฉพาะรถใหม่หรือรถใช้งานไม่เกิน 10 ปี บทความนี้จะพาเปรียบเทียบความแตกต่างของประกันชั้น 1 กับ 2+ แบบเจาะลึก พร้อมตารางเปรียบเทียบ ทั้งเรื่องความคุ้มครอง ค่าเบี้ย และความเหมาะสมในการใช้งาน พร้อมพิกัดเช็กเบี้ยประกันราคาคุ้มค่าในที่เดียว