วันนี้คนมีรถยนต์มีทางเลือกมากยิ่งขึ้นในการทำประกันภัย นอกจากประกันภัยภาคบังคับหรือที่เรียกว่า พ.ร.บ. แล้ว ยังมีประกันภาคสมัครใจที่มีอยู่หลายชั้น แต่ละชั้นให้ความคุ้มครองแตกต่างกัน เลือกได้ตามใจคุณ อย่างประกันชั้น 2 ที่ได้รับความนิยมรองลงมาจากประกันชั้น 1 กับประกันชั้น 2+ ใครที่มีรถยนต์อยากต่อประกัน เลือกไม่ถูกว่าจะทำประกันชั้นไหน มาทำความเข้าใจกับประกันรถยนต์ชั้น 2 กันก่อน
ปัจจุบันประกันชั้น 2 มีหลายราคาให้คุณเลือก ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย เช่น
ประเภทของรถ อย่างรถเก๋ง 4 ประตู รถกระบะตอนครึ่ง ราคาเริ่มต้นแตกต่างกัน โดยมีงบ 5,000 บาทก็สามารถซื้อประกันได้ เพราะส่วนใหญ่ ประกันรถยนต์ชั้น 2 ราคาเริ่มต้นที่หลักพัน ยกตัวอย่าง
จะเห็นว่าทุนประกันมากหรือน้อยขึ้นอยู่กับเบี้ยประกันที่เลือกจ่ายด้วย ดังนั้นหากมีงบมากการเลือกซื้อประกันรายปีที่ราคาสูงก็มาพร้อมทุนประกันที่คุ้มค่ากว่า
เมื่อพูดถึงในแง่ของความคุ้มค่าประกันชั้น 2 มักจะนำมาเปรียบเทียบกับประกันรถชั้น 2+ ที่คุ้มค่ามากกว่า โดยเฉพาะในด้านของความคุ้มครอง เพราะในส่วนของการทำประกันชั้น 2 ให้ความคุ้มครองเฉพาะคู่กรณี ในขณะที่ประกันชั้น 2+ ให้ความคุ้มครองทั้งเจ้าของรถและคู่กรณี นี่เป็นเหตุผลว่าทำไมคนมีรถยนต์เลือกที่จะจ่ายแพงกว่าเพื่อทำประกันชั้น 2+ มากกว่าประกันชั้น 2 เพราะหากเกิดเหตุไม่คาดคิดไม่คาดฝัน อย่างอุบัติเหตุบนท้องถนนรถชนแล้ว ก็ไม่ต้องกังวลในเรื่องค่าใช้จ่ายที่จะต้องซ่อมรถ หรือค่ารักษาพยาบาลเพราะประกันจ่ายให้ทั้งคู่กรณี และเจ้าของรถที่ซื้อประกัน โดยปัจจุบันนี้ราคาเริ่มต้นเบี้ยประกันอยู่ที่หลักหมื่นต่อปี เฉลี่ยทุนประกัน 400,000-500,000 บาท
อุบัติเหตุบนท้องถนนเกิดขึ้นได้ทุกเวลา คนมีรถยนต์จึงต้องให้ความสำคัญในการทำประกันรถยนต์ วันนี้นอกจากประกันรถยนต์ชั้น 2 ที่ให้ความคุ้มครองเพียงคู่กรณีแล้ว ยังกรมธรรม์รูปแบบอื่น ๆ ที่ให้ความคุ้มครองครอบคลุมทั้งเจ้าของรถและฝ่ายคู่กรณีอย่างประกันชั้น 2+ หรือ ประกันภัยรถยนต์ชั้น 1 สำหรับคนมีรถยนต์ที่ยังชั่งใจ มีความลังเลสามารถเปรียบเทียบแผนกรมธรรม์รวมถึงเบี้ยประกันที่ต้องจ่ายด้วยตัวเองผ่านระบบออนไลน์ได้แล้ววันนี้ที่เว็บไซต์ของ Insurverse พร้อมทั้งสามารถคำนวณเบี้ยประกันได้ด้วย สะดวกสบาย ได้รับความคุ้มครองทันทีหลังซื้อประกัน เช็กเบี้ยประกันรถได้ที่นี่!
check_circleคัดลอกลิงก์เรียบร้อย
เมื่อเปิดดูตารางกรมธรรม์ประกันภัยรถยนต์ของตนเอง หลายคนอาจเคยสะดุดตากับคำว่า “ร.ย.03” ในหมวดความคุ้มครองเพิ่มเติม และเกิดคำถามว่า รย.03 คือ อะไร มีความสำคัญอย่างไรต่อผู้ขับขี่ หรือบางคนอาจกำลังสับสนระหว่างรหัสในเอกสารประกันภัยกับรหัสประเภทรถของกรมการขนส่งทางบก บทความนี้จะมาไขคำตอบให้ชัดเจน เพื่อให้คุณเข้าใจสิทธิประโยชน์และใช้ความคุ้มครองได้อย่างเต็มเม็ดเต็มหน่วย รย.03 คืออะไร ในตารางกรมธรรม์ประกันภัยรถยนต์? ในแวดวงประกันภัย ร.ย.03 (หรือ รย.03) คือ รหัสมาตรฐานที่สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) กำหนดให้เป็น “เอกสารแนบท้ายสัญญาประกันภัยรถยนต์ว่าด้วยการประกันตัวผู้ขับขี่ (Driver’s Bail Bond)” ความคุ้มครองนี้มีขึ้นเพื่อช่วยเหลือผู้เอาประกันภัยหรือผู้ขับขี่ที่ได้รับความยินยอมจากผู้เอาประกันภัย ในกรณีที่ขับรถเกิดอุบัติเหตุเฉี่ยวชนจนเป็นเหตุให้คู่กรณีได้รับบาดเจ็บสาหัส หรือถึงแก่ชีวิต ซึ่งพนักงานสอบสวน (ตำรวจ) จะต้องดำเนินคดีอาญาในข้อหาขับรถโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต โดยบริษัทประกันภัยจะทำหน้าที่นำหลักทรัพย์หรือหนังสือรับรองไปวางเป็นหลักประกันในการขอประกันตัวผู้ขับขี่ออกมาสู้คดีในชั้นพนักงานสอบสวน พนักงานอัยการ หรือชั้นศาล สาระสำคัญของเอกสารแนบท้าย ร.ย.03: คุ้มครองการประกันตัวผู้ขับขี่อย่างไร เงื่อนไขและขอบเขตความคุ้มครองของ ร.ย.03 มีรายละเอียดสำคัญที่ผู้ขับขี่ควรรู้ดังนี้: เปรียบเทียบเอกสารแนบท้าย ร.ย.01, ร.ย.02 และ ร.ย.03 แตกต่างกันอย่างไร? เอกสารแนบท้ายมาตรฐาน คปภ. ที่พบได้บ่อยในกรมธรรม์ภาคสมัครใจ ได้แก่: อย่าจำสับสน! ร.ย.03 (ประกันภัย)… Continue reading รย.03 คืออะไร เจาะลึกเอกสารแนบท้ายประกันภัยรถยนต์ คุ้มครองประกันตัวผู้ขับขี่อย่างไร
ประกันวินาศภัย คือ การทำสัญญาประกันภัยรูปแบบหนึ่ง เพื่อชดเชยความเสียหายที่เกิดขึ้นกับทรัพย์สิน ซึ่งสามารถประเมินค่าเป็นตัวเงินได้ (โดยไม่รวมถึงการประกันชีวิต) หลักการทำงานคือ ผู้เอาประกันภัย ตกลงจ่ายเงินค่า เบี้ยประกัน ให้กับ ผู้รับประกันภัย (บริษัทประกัน) และหากเกิดเหตุไม่คาดฝันที่ทำให้ทรัพย์สินเสียหายตามที่ระบุไว้ใน กรมธรรม์ ทางบริษัทประกันจะทำการจ่าย ค่าสินไหมทดแทน เพื่อเยียวยาความเสียหายนั้นๆ ให้กลับมามีสภาพใกล้เคียงกับก่อนเกิดเหตุมากที่สุด การทำประกันวินาศภัยจึงเป็นเครื่องมือสำคัญในการบริหารความเสี่ยงทางเศรษฐกิจ เพื่อให้คุณอุ่นใจว่าทรัพย์สินที่มีค่าจะได้รับ ความคุ้มครอง อย่างเต็มที่ ประกันวินาศภัย มีกี่ประเภท อะไรบ้าง? หลายคนอาจสงสัยว่า ประกันวินาศภัย มีอะไรบ้าง ตามหลักเกณฑ์ทั่วไปแล้ว เราสามารถแบ่ง ประกันวินาศภัย 4 ประเภท หลักๆ ได้ดังต่อไปนี้: 1.ประกันอัคคีภัย (Fire Insurance) ประกันอัคคีภัย เป็นรูปแบบการคุ้มครองทรัพย์สินประเภทสิ่งปลูกสร้าง อาคาร บ้านเรือน รวมถึงทรัพย์สินที่อยู่ภายในอาคาร จากเหตุไฟไหม้ ฟ้าผ่า หรือภัยระเบิด นอกจากนี้ยังสามารถซื้อความคุ้มครองภัยธรรมชาติเพิ่มเติมได้ (เช่น น้ำท่วม ลมพายุ) สำหรับใครที่มีที่อยู่อาศัยเป็นของตนเอง การเลือกทำ ประกันบ้านและคอนโด ถือเป็นการลงทุนที่คุ้มค่า… Continue reading ประกันวินาศภัย คืออะไร? สิ่งสำคัญที่ช่วยปกป้องทรัพย์สินของคุณ
เวลาที่เรากำลังจะเลือกซื้อประกันรถยนต์ หลายคนมักจะเจอคำศัพท์ประกันภัยที่ชวนสับสน หนึ่งในนั้นคือคำว่า “Deductible” หรือ ค่าเสียหายส่วนแรก ซึ่งเป็นตัวแปรสำคัญที่ทำให้ค่าเบี้ยประกันรายปีของเราถูกลงได้อย่างมาก บทความนี้จะพาทุกคนไปทำความเข้าใจว่า Deductible คืออะไร ต้องจ่ายตอนไหน และต่างจากค่า Excess อย่างไร เพื่อให้คุณเลือกแผนกรมธรรม์ได้คุ้มค่าที่สุด Key Takeaways ความหมายของ ค่า Deductible (ค่าเสียหายส่วนแรกแบบสมัครใจ) ค่า Deductible (อ่านว่า ดีดักทิเบิล) หรือที่เรียกเป็นภาษาไทยว่า ค่าเสียหายส่วนแรกแบบสมัครใจ คือ จำนวนเงินแรกที่คุณตกลงกับบริษัทประกันภัยว่าจะรับผิดชอบจ่ายเองในแต่ละครั้งที่มีการเคลมประกัน โดยมีเงื่อนไขว่าอุบัติเหตุครั้งนั้น คุณเป็น “ฝ่ายผิด” หรือ “ไม่มีคู่กรณี” การระบุค่า Deductible ไว้ในกรมธรรม์ ถือเป็นกลยุทธ์ที่ช่วยให้ผู้เอาประกันประหยัดเงินค่าเบี้ยประกันรายปีได้มาก เพราะบริษัทประกันจะนำจำนวนเงิน Deductible ที่คุณเลือก ไปเป็นส่วนลดค่าเบี้ยประกันตอนซื้อนั่นเอง นอกจากการทำประกันภาคสมัครใจแล้ว ผู้ขับขี่ต้องไม่ลืมต่ออายุพ.ร.บ. รถยนต์ ซึ่งเป็นประกันภัยภาคบังคับ เพื่อรับความคุ้มครองค่ารักษาพยาบาลเบื้องต้นตามกฎหมายด้วย Deductible กับ Excess แตกต่างกันอย่างไร? เพื่อให้ทุกคนเข้าใจและไม่สับสนเวลาเคลมประกัน เราขอสรุปความแตกต่างของค่าเสียหายส่วนแรกทั้ง 2 แบบ… Continue reading Deductible คืออะไร? สิ่งที่คนมีรถต้องรู้ก่อนซื้อประกัน