หากพูดถึงการเคลมที่ครอบคลุมมากที่สุดในบรรดาประกันรถยนต์ทั้งหมด ก็ต้องยกให้ประกันชั้น 1 ที่มีการคุ้มครองในหลายเงื่อนไขอย่างมาก ซึ่งใครที่มีประกันชั้น 1 ในมือก็สามารถไว้วางใจได้เลยว่าหากเกิดเหตุใดขึ้นก็จะได้รับการช่วยเหลืออย่างแน่นอน
เชื่อว่าหลายคนคงทราบกันว่าการเคลมประกันคืออะไร ภาพที่เห็นบ่อยคือการโทรติดต่อประกันเมื่อเกิดเหตุชนกันของรถยนต์เป็นส่วนมาก แต่หารู้ไม่ว่าในประกันชั้น 1 ยังมีเงื่อนไขที่ครอบคลุมไปถึงความเสียหายของรถที่เกิดขึ้นโดยไม่มีคู่กรณีหรือที่เรียกว่าการเคลมแห้ง โดยสามารถแบ่งได้เป็น 3 รูปแบบ
เป็นความเสียหายที่เกิดจากการขับรถชนอย่างอื่นที่ไม่ใช่รถคันอื่นนั่นเอง อาจเกิดจากความประมาท หรือสถานการณ์ที่บีบบังคับ เช่น การหักหลบสิ่งกีดขวาง หรือสิ่งที่มีชีวิต เป็นต้น ซึ่งอุบัติเหตุในรูปแบบนี้ ได้แก่ การขับรถชนฟุตบาท สิ่งปลูกสร้าง เกาะกลางถนน และอื่น ๆ ที่ทำให้เกิดความเสียหายกับตัวรถ
ไม่ว่าจะเป็นการถูกชนแล้วหนี หรือหาคู่กรณีมายืนยันกับทางประกันไม่ได้ และรถของเราได้รับความเสียหาย ไม่ว่าจะเป็น ไฟท้ายรถแตกหรือพัง ฝากระโปรงบุบ หรือความเสียหายภายในตัวเครื่องอื่น ๆ ก็สามารถเคลมประกันแบบไม่มีคู่กรณีได้
อุบัติเหตุเกิดจากสถานการณ์ที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ หรือคาดการณ์ได้ยาก เช่น ภัยพิบัติทางธรรมชาติ ไม่ว่าจะเป็น น้ำท่วม กิ่งไม้หักเนื่องจากลมแรง หินกระเด็นใส่รถจนเกิดความเสียหายกับตัวรถขึ้นมา
เมื่อเกิดอุบัติเหตุขึ้นมา ผู้ชับขี่อาจจะไม่รู้ว่าจะต้องทำอย่างไรก่อนดี? หรือจะเสียค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมไหม? วันนี้เราจะมาบอกขั้นตอนในการเคลมประกันด้วยตัวเองง่าย ๆ
เมื่อเกิดเหตุแล้ว สิ่งแรกที่ต้องทำคือตั้งสติแล้วโทรแจ้งเคลมได้ที่เบอร์ 02-842-9899 หรือเมนูเคลมทางเว็บไซต์ insurverse ตลอด 24 ชั่วโมง
ให้ข้อมูลเกี่ยวกับตัวรถ ได้แก่ เอกสารกรมธรรม์ ใบเคลม ใบขับขี่ บัตรประชาชน เล่มทะเบียนรถ รวมทั้งข้อมูลเกี่ยวกับอุบัติเหตุ สถานที่ วันเวลา และภาพถ่ายความเสียหายที่เกิดขึ้น
หลังจากให้เอกสารและแจ้งข้อมูลกับเจ้าหน้าที่เรียบร้อยแล้ว จะต้องรอเจ้าหน้าที่ประเมินความเสียหาย จากนั้นเจ้าหน้าที่จะนัดหมายและออกใบเคลมรถ
หลังจากได้รับใบเคลมแล้วให้นำรถเข้าศูนย์หรืออู่ซ่อมตามที่ระบุไว้ในเงื่อนไขประกันของคุณ โดยไม่จำเป็นต้องเสียค่าใช้จ่ายอื่นใดเพิ่มเติม
หากคุณมีประกันชั้น 1 อยู่ในมือแล้วก็ไม่มีความจำเป็นต้องกังวลเรื่องค่าใช้จ่ายใด ๆ เมื่อเผชิญหน้ากับอุบัติเหตุ และหากใครที่กำลังมองหาประกันชั้น 1 ที่ทั้งราคาถูก ซื้อเองได้ง่าย ไม่ผ่านตัวแทน สามารถเลือกซื้อและปรับแต่งประกันให้ตรงใจคุณที่สุดได้ที่ประกันออนไลน์ insurverse ตลอด 24 ชั่วโมง
check_circleคัดลอกลิงก์เรียบร้อย
เปิดมาตรการปรับดอกเบี้ยรถใหม่ 2567 ทุกธนาคาร จากการกำกับใช้โดยภาครัฐ มีอะไรบ้างที่ปรับลด และต่างจากอัตราดอกเบี้ยคงที่อย่างไร มาหาคำตอบกัน
เมื่อคุณตัดสินใจทำประกันภัยรถยนต์ สิ่งสำคัญที่สุดที่คุณจะได้รับกลับมาเป็นหลักฐานยืนยันความคุ้มครองก็คือ “กรมธรรม์รถยนต์” ซึ่งหลายคนอาจคุ้นเคยกับกระดาษหน้าตารางที่มีข้อความและตัวเลขระบุไว้อย่างหนาแน่นจนไม่แน่ใจว่าจะต้องอ่านตรงไหน หรือมีข้อมูลสำคัญอะไรที่ต้องตรวจเช็กบ้าง ความจริงแล้ว กรมธรรม์รถยนต์คือเอกสารทางกฎหมายที่มีผลผูกพันระหว่างผู้เอาประกันภัยกับบริษัทประกัน การทำความเข้าใจวิธีอ่านหน้าตารางกรมธรรม์จะช่วยให้คุณรักษาสิทธิประโยชน์ได้อย่างครบถ้วนเมื่อเกิดอุบัติเหตุ บทความนี้จะสรุปทุกจุดสำคัญที่คุณต้องรู้ให้เข้าใจง่ายในที่เดียว ทำความเข้าใจกรมธรรม์รถยนต์ สัญญาคุ้มครองความปลอดภัยของคนมีรถ กรมธรรม์รถยนต์ คือเอกสารสัญญาประกันภัยที่ระบุข้อตกลง สิทธิประโยชน์ เงื่อนไข และขอบเขตความคุ้มครองที่บริษัทประกันจะมอบให้แก่ผู้เอาประกันภัย เพื่อชดใช้ค่าสินไหมทดแทนเมื่อเกิดความเสียหายต่อชีวิต ร่างกาย และทรัพย์สินตามเงื่อนไขที่ตกลงกันไว้ โดยแบ่งออกเป็น 2 ประเภทหลัก ได้แก่ กรมธรรม์ประกันภัยภาคบังคับ หรือพ.ร.บ. รถยนต์ ที่กฎหมายกำหนดให้รถทุกคันต้องมี และกรมธรรม์ประกันภัยภาคสมัครใจ หรือประกันรถยนต์ (เช่น ชั้น 1, 2+, 3+, 3) ที่ผู้ขับขี่เลือกซื้อเพิ่มเติมเพื่อความอุ่นใจ 5 จุดสำคัญบนหน้าตารางกรมธรรม์รถยนต์ที่ต้องตรวจเช็กให้ถูกต้อง เมื่อได้รับกรมธรรม์มาแล้ว ไม่ว่าจะเป็นฉบับกระดาษหรือไฟล์ดิจิทัล ให้ตรวจสอบ 5 จุดสำคัญต่อไปนี้ทันที ข้อมูลผู้เอาประกันภัยและรายละเอียดตัวรถยนต์ ตรวจสอบชื่อ-นามสกุล ที่อยู่ หมายเลขบัตรประชาชน ทะเบียนรถยนต์ ยี่ห้อ รุ่น ปีที่ผลิต รวมถึงหมายเลขตัวถัง (VIN) ว่าตรงกับเล่มทะเบียนรถจริงหรือไม่ หากมีจุดใดสะกดผิดต้องรีบแจ้งบริษัทประกันแก้ไขทันที… Continue reading กรมธรรม์รถยนต์คืออะไร สรุปวิธีอ่าน เช็กง่ายได้ด้วยตัวเอง
ประกันรถยนต์ 3+ คุ้มครองอะไรบ้าง ให้ความคุ้มครองมากกว่าที่คิด ครอบคลุมทั้งรถเราและคู่กรณี ในราคาเบา ๆ เหมาะสำหรับคนใช้รถทุกวันที่อยากอุ่นใจแต่ไม่อยากจ่ายแพง