กำลังจะขับรถตามปกติ แต่ดันเห็นรถมีรอยขีดข่วน ชวนให้หงุดหงิดใจทำไมรถรักถึงเป็นรอย อยากเคลมสีรอบคัน ทำยังไงถึงจะไม่เสียค่า Excess เรามาแชร์เทคนิคให้คุณดูกัน
คือค่าเสียหายส่วนแรกภาคบังคับ ที่ไม่ว่าจะทำประกันชั้นไหนก็ต้องจ่ายก่อน ซึ่งแตกต่างจาก Deductible ซึ่งเป็นค่าเสียหายส่วนแรกที่ตกลงทำในกรมธรรม์ ส่วนค่า Excess คือค่าความเสียหายเมื่อระบุคู่กรณีไม่ได้
โดยปกติแล้วการที่รถมีรอยขีดข่วนเล็กน้อย หลายคนมองว่าไม่คุ้มที่จะต้องเอารถเข้าอู่แล้วรอนาน บางคนมีความจำเป็นต้องใช้รถ จึงรอให้มีรอยขีดข่วนรอบรถก่อนจึงตัดสินใจน้ำรถไปเคลมสีรอบคันทีเดียว วิธีนี้ช่วยให้ประหยัดเวลาในการซ่อมก็จริง แต่จะเสียค่า Excess เยอะมาก ๆ เช่นกัน เนื่องจากระบุไม่ได้ว่ารอยขีดข่วนมาจากแหล่งไหนบ้าง ถือว่าเป็นการประหยัดเวลาแต่ไม่ค่อยประหยัดงบเท่าไหร่
แล้วต้องทำอย่างไรให้ไม่ต้องจ่ายค่า Excess ในการเคลมสีรอบคันสำหรับรถยนต์ที่ทำประกันรถยนต์ชั้น 1
หากสามารถระบุคู่กรณีได้คุณไม่ต้องเสียค่า Excess แต่ต้องมีหลักฐานประกอบด้วยที่สามารถระบุคู่กรณีได้ แล้วคุณจะรอเคลมสีรอบคันทีเดียวโดยไม่เสียค่า Excess ได้
หากคุณทำประกันรถยนต์ชั้น 1 ไว้ และบริษัทรู้ว่าคุณเป็นผู้ทำ จะไม่ต้องเสียค่า Excess เช่นกัน
หากคุณบอกว่าไม่ทราบ จะถูกคิดค่า Excess ในทันที
แม้จะมีประกันรถยนต์ชั้น 1 ก็ตาม แต่การเลี่ยงค่า Excess เป็นไปได้ยาก สิ่งเดียวที่จะเลี่ยงได้คือการระบุคู่กรณีให้ได้ หรือขับรถอย่างมีสติอยู่ตลอด ไม่ประมาทในการชน เพื่อเลี่ยงไม่ให้เกิดรอยข่วนจะดีที่สุด ไม่มีใครอยากให้เกิดอุบัติเหตุ แต่เมื่อเกิดขึ้น เราต้องรู้วิธีรับมือกับมัน มั่นใจมำประกันรถยนต์ชั้น 1 ที่เคลมสีได้ง่ายและไม่ยุ่งยาก เลือกทำประกันรถยนต์ที่ insurverse ที่นี่พร้อมให้บริการทำประกันรถยนต์ผ่านช่องทางออนไลน์ตลอด 24 ชม. พร้อมเบี้ยประกันที่ถูก เคลมได้ง่ายและไว เรื่องเคลมสีรอบคันก็ทำได้ ไม่ต้องจ่ายค่า Excess เมื่อคุณทำตามเงื่อนไข ให้คุณอุ่นใจในการขับขี่ พร้อมส่วนลดเบี้ยประกันอีกเพียบ คิดถึงประกันรถยนต์ คิดถึง insurverse
check_circleคัดลอกลิงก์เรียบร้อย
เปิดมาตรการปรับดอกเบี้ยรถใหม่ 2567 ทุกธนาคาร จากการกำกับใช้โดยภาครัฐ มีอะไรบ้างที่ปรับลด และต่างจากอัตราดอกเบี้ยคงที่อย่างไร มาหาคำตอบกัน
เมื่อคุณตัดสินใจทำประกันภัยรถยนต์ สิ่งสำคัญที่สุดที่คุณจะได้รับกลับมาเป็นหลักฐานยืนยันความคุ้มครองก็คือ “กรมธรรม์รถยนต์” ซึ่งหลายคนอาจคุ้นเคยกับกระดาษหน้าตารางที่มีข้อความและตัวเลขระบุไว้อย่างหนาแน่นจนไม่แน่ใจว่าจะต้องอ่านตรงไหน หรือมีข้อมูลสำคัญอะไรที่ต้องตรวจเช็กบ้าง ความจริงแล้ว กรมธรรม์รถยนต์คือเอกสารทางกฎหมายที่มีผลผูกพันระหว่างผู้เอาประกันภัยกับบริษัทประกัน การทำความเข้าใจวิธีอ่านหน้าตารางกรมธรรม์จะช่วยให้คุณรักษาสิทธิประโยชน์ได้อย่างครบถ้วนเมื่อเกิดอุบัติเหตุ บทความนี้จะสรุปทุกจุดสำคัญที่คุณต้องรู้ให้เข้าใจง่ายในที่เดียว ทำความเข้าใจกรมธรรม์รถยนต์ สัญญาคุ้มครองความปลอดภัยของคนมีรถ กรมธรรม์รถยนต์ คือเอกสารสัญญาประกันภัยที่ระบุข้อตกลง สิทธิประโยชน์ เงื่อนไข และขอบเขตความคุ้มครองที่บริษัทประกันจะมอบให้แก่ผู้เอาประกันภัย เพื่อชดใช้ค่าสินไหมทดแทนเมื่อเกิดความเสียหายต่อชีวิต ร่างกาย และทรัพย์สินตามเงื่อนไขที่ตกลงกันไว้ โดยแบ่งออกเป็น 2 ประเภทหลัก ได้แก่ กรมธรรม์ประกันภัยภาคบังคับ หรือพ.ร.บ. รถยนต์ ที่กฎหมายกำหนดให้รถทุกคันต้องมี และกรมธรรม์ประกันภัยภาคสมัครใจ หรือประกันรถยนต์ (เช่น ชั้น 1, 2+, 3+, 3) ที่ผู้ขับขี่เลือกซื้อเพิ่มเติมเพื่อความอุ่นใจ 5 จุดสำคัญบนหน้าตารางกรมธรรม์รถยนต์ที่ต้องตรวจเช็กให้ถูกต้อง เมื่อได้รับกรมธรรม์มาแล้ว ไม่ว่าจะเป็นฉบับกระดาษหรือไฟล์ดิจิทัล ให้ตรวจสอบ 5 จุดสำคัญต่อไปนี้ทันที ข้อมูลผู้เอาประกันภัยและรายละเอียดตัวรถยนต์ ตรวจสอบชื่อ-นามสกุล ที่อยู่ หมายเลขบัตรประชาชน ทะเบียนรถยนต์ ยี่ห้อ รุ่น ปีที่ผลิต รวมถึงหมายเลขตัวถัง (VIN) ว่าตรงกับเล่มทะเบียนรถจริงหรือไม่ หากมีจุดใดสะกดผิดต้องรีบแจ้งบริษัทประกันแก้ไขทันที… Continue reading กรมธรรม์รถยนต์คืออะไร สรุปวิธีอ่าน เช็กง่ายได้ด้วยตัวเอง
ประกันรถยนต์ 3+ คุ้มครองอะไรบ้าง ให้ความคุ้มครองมากกว่าที่คิด ครอบคลุมทั้งรถเราและคู่กรณี ในราคาเบา ๆ เหมาะสำหรับคนใช้รถทุกวันที่อยากอุ่นใจแต่ไม่อยากจ่ายแพง