เชื่อว่าในเวลานี้คงไม่มีใครที่ไม่ทำประกันรถยนต์ ไม่ว่าจะด้วยความต้องการที่จะเพิ่มความปลอดภัยและมั่นคงให้กับการใช้รถใช้ถนน หรือเป็นการลดความเสี่ยง หรือควบคุมค่าใช้จ่ายที่อาจเกิดขึ้นจากอุบัติเหตุ หรือภัยธรรมชาติต่าง ๆ ที่เราเองก็คาดเดาได้ยากว่าจะเกิดขึ้นตอนไหน แต่เชื่อเถอะว่าทุกอย่างมีโอกาสเกิดขึ้นได้เสมอ การวางแผนรับมือไว้ก่อนโดยการทำประกันรถยนต์ให้รถคู่ใจของคุณจึงเป็นทางออกที่ดีที่สุด
อย่างที่รู้กันว่าประกันรถยนต์มีหลากหลายประเภทให้เลือกใช้ตามความต้องการและความเหมาะสมในการใช้รถของเราเอง หลายคนอาจจะเกิดความสงสัยว่าแล้วเราจะต้องเลือกซื้อประกันแบบไหน หรือ ประกันแต่ละชั้นมีความแตกต่างกันอย่างไร วันนี้เรามีคำตอบมาให้คุณ เพื่อการตัดสินใจในการซื้อประกันที่ตรงใจที่สุด
ประกันรถยนต์ชั้น 1 ขึ้นชื่อว่าเป็นประกันที่คุ้มค่าที่สุด ด้วยความคุ้มครองที่ครอบคลุมทั้งผู้ขับขี่และคู่กรณี ไม่ว่าจะเป็นอุบัติเหตุ ภัยธรรมชาติ รถสูญหาย ไฟไหม้ หรือการถูกโจรกรรมก็ให้การคุ้มครองอย่างเต็มที่ แม้ว่าจะมีเบี้ยประกันที่สูง แต่ความคุ้มค่าแต่จัดเต็มเช่นเดียวกัน ไม่ต้องกังวลเรื่องค่าใช้จ่ายที่อาจจะเพิ่มมากขึ้นจากการซ่อมบำรุง ค่าชดเชย หรือค่ารักษาพยาบาลทั้งผู้ขับขี่และคู่กรณี เพราะประกันชั้น 1 มีการคุ้มครองให้ทั้งหมด
ในส่วนของประกันที่ครอบคลุมเช่นนี้ก็จะเหมาะกับรถใหม่ป้ายแดงที่เพิ่งออกมาใหม่ หรือรถที่มีอายุการใช้งานไม่เกิน 7 ปี เป็นประกันที่เหมาะกับผู้เป็นมือใหม่หัดขับที่มีความเสี่ยงต่อการขับเฉี่ยวชนได้ง่าย นอกจากนี้ยังรวมถึงผู้ที่ขับรถเร็ว ขับรถเป็นประจำ หรือรถที่ต้องขับในระยะทางที่ไกล
หากใครที่ต้องการประกันที่เบี้ยประกันราคาเบาลงอีกสักนิด ประกันชั้น 2 ก็ถือเป็นหนึ่งตัวเลือกที่สามารถช่วยคุณประหยัดค่าใช้จ่ายลงได้ จะให้ความคุ้มครองในกรณีรถสูญหายหรือไฟไหม้ แต่ในกรณีที่ไม่มีคู่กรณี ผู้ขับขี่จะไม่ได้รับความคุ้มครอง และจะทำการคุ้มครองชีวิตร่างกาย การบาดเจ็บและทรัพย์สินเฉพาะคู่กรณีเท่านั้น
ภายใต้เงื่อนไขต่าง ๆ ในประกันชั้นนี้ จึงเหมาะกับคนที่ค่อนข้างชำนาญในการขับพอสมควรแล้ว หรือคนที่ขับรถในเส้นทางที่มีความชำนาญและคุ้นเคยแล้วนั่นเอง ด้วยเงื่อนไขที่มีความจำกัด จึงต้องใช้ความระมัดระวังมากขึ้น
ประกันชั้น 3 มีเบี้ยที่ถูก จับต้องได้ โดยจะให้ความคุ้มครองต่อความเสียหายทรัพย์สิน ชีวิต ร่างกายของบุคคลภายนอก หรือคู่กรณีเท่านั้น แต่ไม่คุ้มครองรถ ไม่คุ้มครองทรัพย์สินของผู้ขับขี่ เช่น กรณีรถไฟไหม้ โจรกรรม หรือเสียหายจากภัยพิบัติธรรมชาติ
เนื่องจากเป็นประกันที่มีราคาถูกและการคุ้มครองที่ไม่ได้ครอบคลุมมาก จึงเหมาะกับผู้ที่มีความมั่นใจในการขับขี่และมีประสบการณ์ในท้องถนน มีความชำนาญในเส้นทางที่ใช้เดินทางเป็นอย่างดี หรือใช้รถที่มีอายุมากกว่า 7 ปี
การทำประกันรถยนต์นั้นจะต้องคำนึงถึงงบประมาณ ความเหมาะสมต่อการใช้งานของตัวเราเองด้วย เนื่องจากแต่ละบุคคลมีการใช้รถที่แตกต่างกัน ทั้งในการความชำนาญ หรือระยะทาง ดังนั้นเราจึงต้องพิจารณาถึงปัจจัยต่าง ๆ ก่อนตัดสินใจซื้อประกัน
และหากใครที่กำลังมองหาประกันรถยนต์ที่ตรงใจ ประกันรถยนต์ออนไลน์พร้อมบริการ 24 ชั่วโมง เป็นตัวเลือกที่ดีที่จะช่วยให้การใช้รถใช้ถนนของคุณปลอดภัยมากยิ่งขึ้น
check_circleคัดลอกลิงก์เรียบร้อย
เวลาที่เรากำลังจะเลือกซื้อประกันรถยนต์ หลายคนมักจะเจอคำศัพท์ประกันภัยที่ชวนสับสน หนึ่งในนั้นคือคำว่า “Deductible” หรือ ค่าเสียหายส่วนแรก ซึ่งเป็นตัวแปรสำคัญที่ทำให้ค่าเบี้ยประกันรายปีของเราถูกลงได้อย่างมาก บทความนี้จะพาทุกคนไปทำความเข้าใจว่า Deductible คืออะไร ต้องจ่ายตอนไหน และต่างจากค่า Excess อย่างไร เพื่อให้คุณเลือกแผนกรมธรรม์ได้คุ้มค่าที่สุด Key Takeaways ความหมายของ ค่า Deductible (ค่าเสียหายส่วนแรกแบบสมัครใจ) ค่า Deductible (อ่านว่า ดีดักทิเบิล) หรือที่เรียกเป็นภาษาไทยว่า ค่าเสียหายส่วนแรกแบบสมัครใจ คือ จำนวนเงินแรกที่คุณตกลงกับบริษัทประกันภัยว่าจะรับผิดชอบจ่ายเองในแต่ละครั้งที่มีการเคลมประกัน โดยมีเงื่อนไขว่าอุบัติเหตุครั้งนั้น คุณเป็น “ฝ่ายผิด” หรือ “ไม่มีคู่กรณี” การระบุค่า Deductible ไว้ในกรมธรรม์ ถือเป็นกลยุทธ์ที่ช่วยให้ผู้เอาประกันประหยัดเงินค่าเบี้ยประกันรายปีได้มาก เพราะบริษัทประกันจะนำจำนวนเงิน Deductible ที่คุณเลือก ไปเป็นส่วนลดค่าเบี้ยประกันตอนซื้อนั่นเอง นอกจากการทำประกันภาคสมัครใจแล้ว ผู้ขับขี่ต้องไม่ลืมต่ออายุพ.ร.บ. รถยนต์ ซึ่งเป็นประกันภัยภาคบังคับ เพื่อรับความคุ้มครองค่ารักษาพยาบาลเบื้องต้นตามกฎหมายด้วย Deductible กับ Excess แตกต่างกันอย่างไร? เพื่อให้ทุกคนเข้าใจและไม่สับสนเวลาเคลมประกัน เราขอสรุปความแตกต่างของค่าเสียหายส่วนแรกทั้ง 2 แบบ… Continue reading Deductible คืออะไร? สิ่งที่คนมีรถต้องรู้ก่อนซื้อประกัน
ค่า excess กับ deductible ต่างกันอย่างไร เวลาเลือกซื้อประกันรถยนต์ ผลต่อการเคลมหรือค่าใช้จ่ายอย่างไร แม้ทั้งสองอย่างจะเป็น "ค่าเสียหายส่วนแรก" เหมือนกัน แต่มีเงื่อนไขและวัตถุประสงค์ที่แตกต่างกัน การทำความเข้าใจเรื่องนี้จะช่วยให้ซื้อประกันรถยนต์ได้เหมาะกับการใช้งาน ไม่พลาดย้อนหลัง
ประกันรถยนต์ชั้น 1 กับ 2+ เป็นประกันภาคสมัครใจที่ให้ความคุ้มครองใกล้เคียงกัน จนหลายคนลังเลว่าควรเลือกประกันรถยนต์แบบไหนดี โดยเฉพาะรถใหม่หรือรถใช้งานไม่เกิน 10 ปี บทความนี้จะพาเปรียบเทียบความแตกต่างของประกันชั้น 1 กับ 2+ แบบเจาะลึก พร้อมตารางเปรียบเทียบ ทั้งเรื่องความคุ้มครอง ค่าเบี้ย และความเหมาะสมในการใช้งาน พร้อมพิกัดเช็กเบี้ยประกันราคาคุ้มค่าในที่เดียว