ในการทำประกันรถยนต์ 2+ แน่นอนว่าราคาเบี้ยประกันนั้นถูกกว่าประกันชั้น 1 อย่างแน่นอน แต่อย่างไรก็ตามราคาเบี้ยประกันชั้น 2+ ก็มีราคาที่สูงอยู่สำหรับบางคนที่ต้องมีค่าใช้จ่ายเยอะ ทำให้หลายคนถึงอยากที่จะทำการผ่อนประกันรถยนต์ 2+ แต่ส่วนใหญ่แล้วการผ่อนประกันรถยนต์โดยตรงกับบริษัทอาจจะไม่มีข้อเสนอนี้ แต่สำหรับคนที่จ่ายผ่านบัตรเครดิตคุณสามารถผ่อนจ่ายค่าประกันรถยนต์ผ่านบัตรเครดิตของคุณได้ และมีบัตรเครดิตมากมายที่มีข้อเสนอในการผ่อนจ่ายรวมกับบริษัทประกันที่เข้าร่วมรายการ
ถึงแม้ว่าทางบริษัทประกันอาจจะไม่สามารถที่จะเข้าไปผ่อนโดยตรงได้ แต่คุณสามารถผ่อนกับบัตรเครดิตที่เข้าร่วมรายการได้กับบริษัทประกันได้ โดยส่วนมากจะให้คุณผ่อนผ่านบัตรเครดิต 0% นาน 10 เดือน แต่สำหรับบางคนที่มีบัตรเครดิตของสถาบันการเงินที่อาจจะไม่เข้าร่วมรายการผ่อน 0% แต่ก็สามารถทำการผ่อนจ่ายกับบัตรเครดิตโดยตรงได้แต่อาจจะมีดอกเบี้ยในการผ่อนจ่ายตามเงื่อนไขของบัตรเครดิตนั้น ๆ ที่คุณถืออยู่ และยังสามารถระยะเวลาในการผ่อนจ่ายได้อีกด้วย
อย่างไรก็ตามประกันรถยนต์ระดับ 2+ นั้นเป็นชั้นรองจากประกันชั้น 1 ทำให้ความคุ้มครองบางรายการอาจจะไม่มีในประกันชั้น 2+ แต่จะมีความใกล้เคียงกับประกันชั้น 1 มากที่สุด ทาง insurverse ก็มีให้บริการทำประกันชั้น 2+ ที่ให้คุ้มครองที่คุ้มค่าเพื่อดูแลรถของคุณให้อุ่นใจในทุก ๆ เส้นทาง ทำให้วันนี้เราจะมาแนะนำคำคุ้มครองของประกันชั้น 2+ มีรายละเอียดดังนี้
การเลือกประกันรถยนต์ระดับ 2+ ถือเป็นประกันที่ให้ความคุ้มครองลองมาจากประกันชั้น 1 ซึ่งเหมาะกับการรถที่ใหม่ที่มีอายุเกิน 5 ขึ้นไปที่ไม่อยากจ่ายค่าเบี้ยประกันแพง ๆ เพราะรถอาจจะไม่ค่อยได้ใช้งานหนักมากเท่าไหร่ หรือเหมาะสำหรับรถที่มากกว่า 10 ปี ที่ไม่สามารถทำประกันชั้น 1 ได้แล้ว แต่ก็ยังอยากได้รับความต้องการที่สูงที่สุดก็มักจะเลือกทำประกันชั้น 2+ อย่างไรก็ตามก็ขึ้นอยู่กับความต้องการและความเสี่ยงของรถที่คุณใช้ที่คุณสามารถตัดสินใจเองได้
การทำประกันชั้น 2+ สามารถผ่อนได้จริง ๆ ซึ่งสามารถผ่อนผ่านบัตรเครดิตที่เข้าร่วมรายการผ่อน 0% นานสูงสุดถึง 10 เดือนได้เลย โดยสามารถเข้าไปดูเงื่อนไขการผ่อนจ่ายและสถาบันบัตรเครดิตที่เข้ารวมได้ที่หน้าเว็บไซต์ insurverse แต่หากคุณไม่มีบัตรเครดิตอาจจะต้องจ่ายเป็นเงินสดผ่านช่องทางต่าง ๆ ที่คุณสามารถชำระเงินได้ง่ายมาก ๆ ที่รองรับทุกรับการจ่ายเงินอีกด้วย สำหรับใครที่ต้องการทำประกันชั้น 2+ ผ่อน 0% นานสูงสุดถึง 10 เดือน เข้ามาที่ insurverse ได้เลย
check_circleคัดลอกลิงก์เรียบร้อย
เมื่อเปิดดูตารางกรมธรรม์ประกันภัยรถยนต์ของตนเอง หลายคนอาจเคยสะดุดตากับคำว่า “ร.ย.03” ในหมวดความคุ้มครองเพิ่มเติม และเกิดคำถามว่า รย.03 คือ อะไร มีความสำคัญอย่างไรต่อผู้ขับขี่ หรือบางคนอาจกำลังสับสนระหว่างรหัสในเอกสารประกันภัยกับรหัสประเภทรถของกรมการขนส่งทางบก บทความนี้จะมาไขคำตอบให้ชัดเจน เพื่อให้คุณเข้าใจสิทธิประโยชน์และใช้ความคุ้มครองได้อย่างเต็มเม็ดเต็มหน่วย รย.03 คืออะไร ในตารางกรมธรรม์ประกันภัยรถยนต์? ในแวดวงประกันภัย ร.ย.03 (หรือ รย.03) คือ รหัสมาตรฐานที่สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) กำหนดให้เป็น “เอกสารแนบท้ายสัญญาประกันภัยรถยนต์ว่าด้วยการประกันตัวผู้ขับขี่ (Driver’s Bail Bond)” ความคุ้มครองนี้มีขึ้นเพื่อช่วยเหลือผู้เอาประกันภัยหรือผู้ขับขี่ที่ได้รับความยินยอมจากผู้เอาประกันภัย ในกรณีที่ขับรถเกิดอุบัติเหตุเฉี่ยวชนจนเป็นเหตุให้คู่กรณีได้รับบาดเจ็บสาหัส หรือถึงแก่ชีวิต ซึ่งพนักงานสอบสวน (ตำรวจ) จะต้องดำเนินคดีอาญาในข้อหาขับรถโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต โดยบริษัทประกันภัยจะทำหน้าที่นำหลักทรัพย์หรือหนังสือรับรองไปวางเป็นหลักประกันในการขอประกันตัวผู้ขับขี่ออกมาสู้คดีในชั้นพนักงานสอบสวน พนักงานอัยการ หรือชั้นศาล สาระสำคัญของเอกสารแนบท้าย ร.ย.03: คุ้มครองการประกันตัวผู้ขับขี่อย่างไร เงื่อนไขและขอบเขตความคุ้มครองของ ร.ย.03 มีรายละเอียดสำคัญที่ผู้ขับขี่ควรรู้ดังนี้: เปรียบเทียบเอกสารแนบท้าย ร.ย.01, ร.ย.02 และ ร.ย.03 แตกต่างกันอย่างไร? เอกสารแนบท้ายมาตรฐาน คปภ. ที่พบได้บ่อยในกรมธรรม์ภาคสมัครใจ ได้แก่: อย่าจำสับสน! ร.ย.03 (ประกันภัย)… Continue reading รย.03 คืออะไร เจาะลึกเอกสารแนบท้ายประกันภัยรถยนต์ คุ้มครองประกันตัวผู้ขับขี่อย่างไร
ประกันวินาศภัย คือ การทำสัญญาประกันภัยรูปแบบหนึ่ง เพื่อชดเชยความเสียหายที่เกิดขึ้นกับทรัพย์สิน ซึ่งสามารถประเมินค่าเป็นตัวเงินได้ (โดยไม่รวมถึงการประกันชีวิต) หลักการทำงานคือ ผู้เอาประกันภัย ตกลงจ่ายเงินค่า เบี้ยประกัน ให้กับ ผู้รับประกันภัย (บริษัทประกัน) และหากเกิดเหตุไม่คาดฝันที่ทำให้ทรัพย์สินเสียหายตามที่ระบุไว้ใน กรมธรรม์ ทางบริษัทประกันจะทำการจ่าย ค่าสินไหมทดแทน เพื่อเยียวยาความเสียหายนั้นๆ ให้กลับมามีสภาพใกล้เคียงกับก่อนเกิดเหตุมากที่สุด การทำประกันวินาศภัยจึงเป็นเครื่องมือสำคัญในการบริหารความเสี่ยงทางเศรษฐกิจ เพื่อให้คุณอุ่นใจว่าทรัพย์สินที่มีค่าจะได้รับ ความคุ้มครอง อย่างเต็มที่ ประกันวินาศภัย มีกี่ประเภท อะไรบ้าง? หลายคนอาจสงสัยว่า ประกันวินาศภัย มีอะไรบ้าง ตามหลักเกณฑ์ทั่วไปแล้ว เราสามารถแบ่ง ประกันวินาศภัย 4 ประเภท หลักๆ ได้ดังต่อไปนี้: 1.ประกันอัคคีภัย (Fire Insurance) ประกันอัคคีภัย เป็นรูปแบบการคุ้มครองทรัพย์สินประเภทสิ่งปลูกสร้าง อาคาร บ้านเรือน รวมถึงทรัพย์สินที่อยู่ภายในอาคาร จากเหตุไฟไหม้ ฟ้าผ่า หรือภัยระเบิด นอกจากนี้ยังสามารถซื้อความคุ้มครองภัยธรรมชาติเพิ่มเติมได้ (เช่น น้ำท่วม ลมพายุ) สำหรับใครที่มีที่อยู่อาศัยเป็นของตนเอง การเลือกทำ ประกันบ้านและคอนโด ถือเป็นการลงทุนที่คุ้มค่า… Continue reading ประกันวินาศภัย คืออะไร? สิ่งสำคัญที่ช่วยปกป้องทรัพย์สินของคุณ
เวลาที่เรากำลังจะเลือกซื้อประกันรถยนต์ หลายคนมักจะเจอคำศัพท์ประกันภัยที่ชวนสับสน หนึ่งในนั้นคือคำว่า “Deductible” หรือ ค่าเสียหายส่วนแรก ซึ่งเป็นตัวแปรสำคัญที่ทำให้ค่าเบี้ยประกันรายปีของเราถูกลงได้อย่างมาก บทความนี้จะพาทุกคนไปทำความเข้าใจว่า Deductible คืออะไร ต้องจ่ายตอนไหน และต่างจากค่า Excess อย่างไร เพื่อให้คุณเลือกแผนกรมธรรม์ได้คุ้มค่าที่สุด Key Takeaways ความหมายของ ค่า Deductible (ค่าเสียหายส่วนแรกแบบสมัครใจ) ค่า Deductible (อ่านว่า ดีดักทิเบิล) หรือที่เรียกเป็นภาษาไทยว่า ค่าเสียหายส่วนแรกแบบสมัครใจ คือ จำนวนเงินแรกที่คุณตกลงกับบริษัทประกันภัยว่าจะรับผิดชอบจ่ายเองในแต่ละครั้งที่มีการเคลมประกัน โดยมีเงื่อนไขว่าอุบัติเหตุครั้งนั้น คุณเป็น “ฝ่ายผิด” หรือ “ไม่มีคู่กรณี” การระบุค่า Deductible ไว้ในกรมธรรม์ ถือเป็นกลยุทธ์ที่ช่วยให้ผู้เอาประกันประหยัดเงินค่าเบี้ยประกันรายปีได้มาก เพราะบริษัทประกันจะนำจำนวนเงิน Deductible ที่คุณเลือก ไปเป็นส่วนลดค่าเบี้ยประกันตอนซื้อนั่นเอง นอกจากการทำประกันภาคสมัครใจแล้ว ผู้ขับขี่ต้องไม่ลืมต่ออายุพ.ร.บ. รถยนต์ ซึ่งเป็นประกันภัยภาคบังคับ เพื่อรับความคุ้มครองค่ารักษาพยาบาลเบื้องต้นตามกฎหมายด้วย Deductible กับ Excess แตกต่างกันอย่างไร? เพื่อให้ทุกคนเข้าใจและไม่สับสนเวลาเคลมประกัน เราขอสรุปความแตกต่างของค่าเสียหายส่วนแรกทั้ง 2 แบบ… Continue reading Deductible คืออะไร? สิ่งที่คนมีรถต้องรู้ก่อนซื้อประกัน